Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
เปิด 3 สถานการณ์สงครามสหรัฐฯ–อิสราเอลกับอิหร่านเขย่าเศรษฐกิจโลกแค่ไหน?
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

เปิด 3 สถานการณ์สงครามสหรัฐฯ–อิสราเอลกับอิหร่านเขย่าเศรษฐกิจโลกแค่ไหน?

2 มี.ค. 69
16:04 น.
แชร์

สถานการณ์ในตะวันออกกลางตึงเครียดขึ้นอย่างรวดเร็ว เมื่อสหรัฐฯและอิสราเอล เปิดปฏิบัติการโจมตีอิหร่านเมื่อวันเสาร์ที่ 28 ก.พ.(ตามเวลาในไทย) ส่งผลให้ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน เสียชีวิตพร้อมกับคนในครอบครัว  อิหร่านโต้กลับโจมตีฐานทัพสหรัฐที่อยู่ในตะวันออกกลาง เช่นในประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ บาห์เรน กาตาร์ และอิสราเอล สถานการณ์นี้ยังไม่มีใครรู้ว่าจะจบลงอย่างไร แต่ทีแน่ๆ สะเทือนเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทย 

ผลกระทบที่จะเห็นได้ทันทีในเช้าวันจันทร์ ที่ตลาดการลงทุนเปิดทำการ คือ ราคาน้ำมัน เพราะเส้นทางขนส่งพลังงานอย่างช่องแคบฮอร์มุซ ของอิหร่านได้ปิดลงแล้ว เงินเฟ้อกำลังจะตามมาแค่ไหน  ดอกเบี้ยอาจไม่ใช่ขาลงหรือไม่ความผันผวนอาจลุกลามจากตลาดพลังงานไปสู่ตลาดทุน ค่าเงิน และภาคท่องเที่ยวในวงกว้าง

บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ ประเมิน 3 สถานการณ์ที่มีโอกาสเกิดขึ้น ตั้งแต่กรณีความขัดแย้งจำกัดวง ไปจนถึงกรณีวิกฤตรุนแรง ซึ่งแต่ละกรณีสะท้อนภาพเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยที่อาจเปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งด้านราคาน้ำมัน การเติบโต เงินเฟ้อ ค่าเงินบาท และนโยบายดอกเบี้ย

50% มีโอกาสยืดเยื้อกระทบราคามันอาจแตะ  100 เหรียญอีกครั้ง 

สำหรับ 3 สถานการณ์สงคราม สหรัฐฯ–อิสราเอล–อิหร่าน เขย่าเศรษฐกิจมีดังต่อไปนี้ 

สถานการณ์ที่ 1 - จำกัดวง (30%)

เหตุผลหลักที่สถานการณ์นี้ยังมีโอกาสเกิดขึ้น คือการสูญเสียผู้นำระดับสูงของอิหร่านหลายคนในคืนเดียว ทำให้ “คู่เจรจา” ที่เคยมีอำนาจตัดสินใจโดยตรงหายไปพร้อมกัน ส่งผลให้ผู้มีอำนาจระดับรองมีแนวโน้มยอมเจรจามากกว่าการเผชิญหน้าทางทหารเพื่อลดการสูญเสียเพิ่มเติม โดยที่ผ่านมา รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านยังส่งสัญญาณเปิดช่องว่าง และโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังพิจารณาทางลงหลายรูปแบบ รวมถึงความเป็นไปได้ในการ “ประกาศชัยชนะ” ภายใน 2–3 วัน

หากสถานการณ์นี้เกิดขึ้น ราคาน้ำมันดิบ Brent เฉลี่ยทั้งปีอาจอยู่ที่ 65–70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยราคาน้ำมันอาจปรับตัวสูงเกินพื้นฐาน (Overshoot) ในระยะสั้น ก่อนทยอยปรับลดลงหลังมีการประกาศยุติสงคราม

ผลต่อเศรษฐกิจไทย:

  • GDP ไทย อยู่ที่ 1.5–1.7%
  • เงินเฟ้อ 0.3–0.5%
  • กนง. ยังคงเส้นทางลดดอกเบี้ยสู่ระดับ 0.75% ได้ตามแผน

สถานการณ์ที่ 2 - สงครามยืดเยื้อ ฮอร์มุซถูกคุกคาม แต่สถานการณ์ไม่ลุกลาม (50%)

สถานการณ์นี้กำลังเกิดขึ้นแล้วในระดับหนึ่ง โดยเส้นทางเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซถูก “กึ่งปิด” ในเชิงปฏิบัติ แม้ยังไม่มีการปิดอย่างเป็นทางการ

การที่ผู้นำระดับสูงหายไป ทำให้สูผู้นำระดับรองของอิหร่านน่าจะดำเนินการตามคำสั่ง ที่วางไว้ล่วงหน้าโดยอัตโนมัติ ซึ่งรวมถึงการรบกวนเส้นทางเดินเรือผ่านเรือดำน้ำ ทุ่นระเบิด และการก่อกวนทางอิเล็กทรอนิกส์

Bloomberg Intelligence ประเมินว่า ราคาน้ำมัน Brent อาจแตะระดับ 80 ดอลลาร์ในระยะอันใกล้ ขณะที่ค่าเบี้ยประกันภัยเรือได้ปรับเพิ่มสูงขึ้นแล้ว ดัชนีค่าระวางบรรทุกน้ำมันปรับตัวขึ้น 767% แล้วในปีนี้ และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

ในสถานการณ์นี้ Brent อาจเคลื่อนไหวในกรอบ 70–100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ผลต่อเศรษฐกิจไทย:

  • GDP ไทย ลดลงสู่ 1.1–1.5%
  • เงินเฟ้อ 0.3–0.5%
  • กนง. อาจชะลอการลดดอกเบี้ย และคงดอกเบี้ยไว้ที่ 1.00–1.25%

สถานการณ์ที่ 3 - สงครามยืดเยื้อและขยายตัวระดับภูมิภาค (ความน่าจะเป็น 20%)

การโจมตีสนามบินดูไบ การโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในบาห์เรนที่ประสบความสำเร็จ และการมีพลเรือนเสียชีวิตในอิสราเอล ล้วนเพิ่มแรงกดดันให้การตอบโต้รุนแรงขึ้น

ขณะที่การสูญเสียผู้นำระดับสูงของอิหร่านหลายคน อาจทำให้ผู้บัญชาการระดับรองที่เหลืออยู่มีแนวโน้มตัดสินใจรุนแรงกว่าผู้นำเดิม เนื่องจากไม่มีอะไรต้องสูญเสียอีก

กลุ่มฮูตีประกาศเข้าร่วมแล้ว และฮิซบอลเลาะห์ (Hezbollah) ยังมีขีปนาวุธหลายหมื่นลูกอยู่ในครอบครอง

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่ยังยับยั้งสถานการณ์นี้ คือทรัมป์ไม่ต้องการสูญเสียทหารอเมริกันในสงคราม เพราะจะทำลายสัญญา “No More Forever Wars” และอาจส่งผลต่อการเลือกตั้งกลางเทอม (Midterm Elections)

หากสงครามขยายวงครอบคลุมภูมิภาค โดยเฮซบอลเลาะห์ กลุ่มฮูตี และกองกำลังพันธมิตรในอิรักเปิดแนวรบพร้อมกัน ราคาน้ำมัน Brent อาจพุ่งเกิน 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ผลต่อเศรษฐกิจไทย:

  • GDP ไทย ลดลงสู่ 0.5–1.1%
  • กนง. อาจจำเป็นต้องปรับขึ้นดอกเบี้ยฉุกเฉินสู่ระดับ 1.50–1.75%

ผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย: ปรับมุมมองเชิงลบมากขึ้น

ไทยพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางประมาณ 50% ของปริมาณนำเข้าทั้งหมด ทำให้ความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจไทยเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเทียบกับการประเมินรอบเช้า

หากราคาน้ำมันปรับขึ้น 10% จะผลักดันเงินเฟ้อทั่วไป (Headline Inflation) ของไทยเพิ่มขึ้น 0.35% และหากเงินบาทอ่อนค่าพร้อมกันอีก 10% เงินเฟ้อจะถูกขยายผลเพิ่มอีก 1.52% นั่นหมายความว่า ในสถานการณ์ฐาน (สถานการณ์ที่ 2) เงินเฟ้อไทยซึ่งปัจจุบันอยู่ต่ำกว่า 0.25% ตามประมาณการของ InnovestX อาจพุ่งขึ้นสู่ระดับ 0.6–1.5% ได้

ค่าเงินบาท ซึ่ง InnovestX คาดไว้ที่ 32.0 บาทต่อดอลลาร์ จะเผชิญแรงกดดันให้อ่อนค่า โดยอาจปรับตัวสู่กรอบ 33–34 บาทต่อดอลลาร์ในสถานการณ์ฐาน และอาจทะลุ 35 บาทต่อดอลลาร์ในสถานการณ์วิกฤต

ทั้งนี้ Barclays ประเมินว่า ดอลลาร์สหรัฐจะแข็งค่าขึ้น 0.5–1.0% ต่อทุกการปรับขึ้น 10% ของราคาน้ำมัน ซึ่งจะกดดันสกุลเงินตลาดเกิดใหม่ รวมถึงเงินบาทโดยตรง

ปัจจัยชี้ขาดที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดใน 72 ชั่วโมงข้างหน้า

  1. สถานะที่แท้จริงของช่องแคบฮอร์มุซ โดยเฉพาะว่าการปิดกั้นเชิงปฏิบัติที่เกิดขึ้นแล้ว จะกลายเป็นการปิดกั้นอย่างเป็นทางการและยืดเยื้อหรือไม่ เพราะสัญญาณจากตลาดเรือบรรทุกน้ำมัน การถอนตัวของ Hapag-Lloyd และเรือที่หันกลับหลายสิบลำ บ่งชี้ว่าตลาดกำลังรับรู้ “Hormuz Premium” อย่างเต็มรูปแบบแล้ว
  1. ท่าทีของจีนและรัสเซียในที่ประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UN Security Council) ทั้งสองประเทศได้ประณามการโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอลอย่างชัดเจน คำถามสำคัญคือ พวกเขาจะหยุดเพียงการประณามเชิงวาทกรรม หรือจะก้าวไปสู่การแทรกแซงในรูปแบบที่เปลี่ยนพลวัตของสงครามอย่างมีนัยสำคัญ

อย่างไรก็ตามข้อมูลจาก บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ เป็นการใช้ข้อมูลจากเหตุ ณ วันจันทร์ที่ 2 มีนาคม 2569 เท่านั้น หากสถานการณ์มีพัฒนาการไม่ว่าจะแย่ลงหรือดีขึ้น ย่อมส่งผลต่อผลกระทบในระยะต่อไปแตกต่าง  ที่แน่ๆนี่คือความเสี่ยงครั้งใหญ่ต่อเศรษฐกิจที่เราไม่อาจมองข้ามได้…ในยุคที่สงครามไม่ใช่เรื่องไกลตัวเราอีกต่อไป

แชร์
เปิด 3 สถานการณ์สงครามสหรัฐฯ–อิสราเอลกับอิหร่านเขย่าเศรษฐกิจโลกแค่ไหน?