Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
'เวียดนาม' ปฏิรูปใหญ่ ปลดข้าราชการ 1.5 แสนคน มุ่งดันศก.โตเฉลี่ย 10%/ปี
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

'เวียดนาม' ปฏิรูปใหญ่ ปลดข้าราชการ 1.5 แสนคน มุ่งดันศก.โตเฉลี่ย 10%/ปี

24 ม.ค. 69
17:42 น.
แชร์

รัฐบาลเวียดนามภายใต้การนำของ โต เลิม เดินหน้าปฏิรูปรัฐบาลอย่างเข้มข้นและรวดเร็วที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์การเมืองร่วมสมัย เพียง 17 เดือนหลังขึ้นดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคคอมมิวนิสต์ โต เลิมไม่เพียงลดอำนาจคู่แข่งภายในพรรค แต่ยังเร่งรวมศูนย์อำนาจ พร้อมผลักดันวาระ “รื้อรัฐ” อย่างจริงจัง ตั้งแต่การยุบหน่วยงาน การลดขนาดระบบราชการ ไปจนถึงการปรับโครงสร้างการตัดสินใจเชิงนโยบาย

ล่าสุด เมื่อวานนี้ (24 ม.ค. 69) พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามมีมติ “เป็นเอกฉันท์” เลือกโต เลิมกลับมาดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรคอีกสมัย ตอกย้ำสถานะอดีตผู้นำสายความมั่นคงในฐานะผู้นำสูงสุดของประเทศต่อไปอีก 5 ปี พร้อมส่งสัญญาณสนับสนุนวิสัยทัศน์การเปลี่ยนผ่านประเทศสู่การเติบโตเชิงรุกที่เน้นประสิทธิภาพและผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจเป็นศูนย์กลาง

เวียดนาม ประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีประชากรราว 100 ล้านคน เป็นทั้งรัฐพรรคเดียวที่มีการควบคุมทางการเมืองอย่างเข้มงวด และในเวลาเดียวกันก็เป็นหนึ่งในเศรษฐกิจที่เติบโตเร็วที่สุดของภูมิภาค พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามพยายามรักษาความชอบธรรมในการปกครองผ่านการส่งมอบการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางบริบทเศรษฐกิจโลกที่ผันผวน ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ และแรงกดดันจากการแข่งขันระหว่างมหาอำนาจ โดยเฉพาะสหรัฐฯ และจีน ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อโครงสร้างการค้าและการลงทุนของประเทศ

รื้อรัฐ ลดขนาดราชการ สร้างกลไกตัดสินใจใหม่

เลิมก้าวขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามหลังการเสียชีวิตของเหงียน ฟู้ จ่อง เลขาธิการพรรคคนก่อนในปี 2567 แก่นกลางของการปฏิรูปภายใต้การนำของโต เลิม คือการปรับโครงสร้างภาครัฐครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายทศวรรษ รัฐบาลเวียดนามยกเลิกกระทรวงและหน่วยงานของรัฐรวม 8 แห่ง พร้อมลดจำนวนข้าราชการและเจ้าหน้าที่รัฐเกือบ 150,000 ตำแหน่งออกจากบัญชีเงินเดือนภาครัฐในคราวเดียว เพื่อแก้ปัญหาความซ้ำซ้อน ลดต้นทุนรัฐ และเพิ่มความคล่องตัวในการบริหารประเทศ

การปลดข้าราชการจำนวนมากไม่ได้เป็นเพียงมาตรการรัดเข็มขัดทางการคลัง แต่เป็นส่วนหนึ่งของการ “รื้อกลไกการบริหาร” ที่โต เลิมมองว่าล่าช้า เทอะทะ และไม่สอดรับกับความเร็วของเศรษฐกิจโลกยุคใหม่ เลิมผลักดันให้รัฐเปลี่ยนบทบาทจากผู้ควบคุมมาเป็นผู้เอื้ออำนวย ลดขั้นตอนการอนุมัติ เพิ่มอำนาจการตัดสินใจเชิงปฏิบัติ และเร่งรัดโครงการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ ทั้งระบบรางและพลังงาน เพื่อรองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจในระยะยาว

เบื้องหลังการปฏิรูปที่ขับเคลื่อนไปอย่างรวดเร็ว นักวิเคราะห์มองว่าเป็นผลโดยตรงจากการรวมศูนย์อำนาจทางการเมืองที่ชัดเจนยิ่งขึ้น โครงสร้างคณะโปลิตบูโรชุดใหม่จำนวน 19 คน ซึ่งทำหน้าที่เป็นองค์กรตัดสินใจสูงสุดของพรรค สะท้อนความได้เปรียบของกลุ่มอำนาจสายความมั่นคงที่ยึดโยงกับโต เลิม ขณะที่คู่แข่งสำคัญอย่าง พลเอกฟาน วัน เกียง รัฐมนตรีกลาโหม ถูกจัดให้อยู่ในลำดับที่เจ็ด ซึ่งถูกตีความว่าเป็นการลดบทบาททางอำนาจลงอย่างมีนัยสำคัญ

ภาพจากสื่อของรัฐในช่วงพิธีปิดการประชุมพรรคซึ่งจัดขึ้นทุกห้าปี ยิ่งตอกย้ำสัญญาณดังกล่าว เมื่อโต เลิมยืนอยู่ในตำแหน่งศูนย์กลาง รายล้อมด้วยพันธมิตรใกล้ชิดอย่าง เจิ่น แทง มาน, เจิ่น กั่ม ตู และ เล มิง ฮึง ซึ่งล้วนเป็นสมาชิกโปลิตบูโรในลำดับถัดมา นักวิเคราะห์มองว่าภาพดังกล่าวสะท้อนการเปลี่ยนผ่านจากระบบผู้นำแบบตัดสินใจร่วมกัน ไปสู่โครงสร้างอำนาจที่รวมศูนย์มากขึ้น ท่ามกลางการแข่งขันของสองขั้วอำนาจหลักภายในพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม ได้แก่ กลุ่มสายความมั่นคงที่สอดคล้องกับเลิม และกลุ่มทหารสายอนุรักษนิยม

นอกจากการดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรคต่อไปแล้ว เลิมยังเดินหน้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดี ซึ่งถือเป็นตำแหน่งลำดับสองในโครงสร้างการเมืองเวียดนาม ความเคลื่อนไหวนี้ถูกมองว่าสะท้อนรูปแบบการครอบงำอำนาจที่คล้ายกับผู้นำจีนอย่าง สี จิ้นผิง และบ่งชี้ถึงการถอยห่างจากวัฒนธรรมการตัดสินใจร่วมกันของพรรค ซึ่งเคยเป็นลักษณะสำคัญของการเมืองเวียดนามในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา

ตั้งเป้าโต 10% ต่อปี เดิมพันเศรษฐกิจระยะยาว

หลังการจัดระเบียบโครงสร้างรัฐ โต เลิมประกาศทิศทางเศรษฐกิจเชิงรุก โดยเรียกร้องให้เวียดนามเดินหน้า “โมเดลการเติบโตใหม่” ที่เร่งกระบวนการตัดสินใจ ลดอุปสรรคเชิงระบบ และปลดล็อกศักยภาพของภาคเอกชน เศรษฐกิจดิจิทัล และภาคเทคโนโลยี เพื่อผลักดันอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจเฉลี่ยสูงถึง 10% ต่อปีในช่วงห้าปีข้างหน้า ซึ่งถือเป็นเป้าหมายที่ทะเยอทะยานอย่างยิ่งในบริบทเศรษฐกิจโลกปัจจุบัน

แม้เวียดนามจะเผชิญแรงกดดันจากมาตรการภาษีนำเข้า 20% ของสหรัฐฯ ภายใต้รัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ แต่เศรษฐกิจยังขยายตัวได้ถึง 8% ในปีที่ผ่านมา นับเป็นหนึ่งในอัตราการเติบโตที่เร็วที่สุดในเอเชีย สะท้อนความแข็งแกร่งของภาคการผลิต การส่งออก และการไหลเข้าของเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ

อย่างไรก็ดี ความท้าทายสำคัญอยู่ที่การรักษาสมดุลระหว่างสหรัฐฯ ซึ่งเป็นตลาดส่งออกหลัก กับจีนซึ่งเป็นแหล่งนำเข้าวัตถุดิบและชิ้นส่วนรายใหญ่ ท่ามกลางแรงกดดันจากสหรัฐฯ ที่เพิ่มความเข้มงวดต่อการส่งสินค้าผ่านประเทศที่สามอย่างผิดกฎหมาย

ในเวทีระหว่างประเทศ โต เลิมประกาศยกระดับนโยบายต่างประเทศให้มีความสำคัญ “ในระดับเดียวกับภารกิจด้านกลาโหมและความมั่นคง” โดยมุ่งแสวงหาความเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์และความสัมพันธ์ทางการค้าใหม่ ๆ เพื่อกระจายความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ 



อ้างอิง: Al Jazeera, France 24

แชร์
'เวียดนาม' ปฏิรูปใหญ่ ปลดข้าราชการ 1.5 แสนคน มุ่งดันศก.โตเฉลี่ย 10%/ปี