
(3 ส.ค. 2569) ผู้สื่อข่าวรายงาน ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสระแก้ว สนธิกำลังสำนักงานจัดหางานจังหวัดสระแก้ว เปิดปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นแรงงานต่างด้าวในพื้นที่ตลาดสดเทศบาลเมืองสระแก้ว พบหญิงชาวกัมพูชาถือหนังสือเดินทางและใบอนุญาตทำงานถูกต้องตามกฎหมาย แต่ทำงานไม่ตรงกับประเภทงานที่ได้รับอนุญาต จากเดิมได้รับอนุญาตให้เป็น "กรรมกร" กลับประกอบอาชีพขายหมูสดในตลาด เจ้าหน้าที่จึงจับกุมดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมย้ำเดินหน้าตรวจเข้มแรงงานต่างด้าวในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.รุ่ง ทองมนต์ ผู้กำกับการตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสระแก้ว, พ.ต.ท.กฤษณ กลิ่นขจร รองผู้กำกับการตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสระแก้ว และ พ.ต.ท.บุญเลิศ พลแก้ว สารวัตรตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสระแก้ว ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนปราบปราม (ชป.2) บูรณาการกำลังร่วมกับสำนักงานจัดหางานจังหวัดสระแก้ว ลงพื้นที่ตรวจสอบการทำงานของแรงงานต่างด้าวในสถานประกอบการและตลาดสด เพื่อป้องกันการลักลอบทำงานผิดกฎหมาย
การปฏิบัติครั้งนี้ เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบบริเวณ ตลาดสดเทศบาลเมืองสระแก้ว ต.สระแก้ว อ.เมืองสระแก้ว โดยระหว่างเดินตรวจพบแผงจำหน่ายหมูสดแห่งหนึ่ง มีหญิงผู้ขายลักษณะคล้ายแรงงานต่างด้าว จึงเข้าขอตรวจสอบเอกสารประจำตัว
จากการตรวจสอบพบว่า หญิงรายดังกล่าวเป็น ชาวกัมพูชา อายุ 33 ปี แสดงหนังสือเดินทางสัญชาติกัมพูชา และได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรด้วยวีซ่าประเภท NON LA (แรงงาน 3 สัญชาติ) ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2566 และประกาศกระทรวงมหาดไทย ลงวันที่ 31 ตุลาคม 2566 โดยได้รับอนุญาตให้อยู่ในประเทศไทยได้จนถึงวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2570
อย่างไรก็ตาม เมื่อตรวจสอบ ใบอนุญาตทำงาน พบว่าได้รับอนุญาตให้ประกอบอาชีพ "กรรมกร" เท่านั้น แต่จากการตรวจพบว่ากำลังปฏิบัติหน้าที่ ขายหมูสดให้ลูกค้าในตลาด ซึ่งถือเป็นการทำงานนอกเหนือจากประเภทงานที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหา "คนต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน หรือทำงานนอกเหนือจากที่มีสิทธิจะทำได้" อันเป็นความผิดตาม มาตรา 8 มีโทษตาม มาตรา 101 แห่งพระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2560 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ก่อนควบคุมตัวจัดทำบันทึกการจับกุม และนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสระแก้ว เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสระแก้ว ระบุว่า แม้แรงงานต่างด้าวจะมีหนังสือเดินทาง วีซ่า และใบอนุญาตทำงานถูกต้อง แต่หากประกอบอาชีพไม่ตรงกับประเภทงานที่ได้รับอนุญาต ก็ถือว่ามีความผิดตามกฎหมายเช่นเดียวกัน โดยจะยังคงบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ออกตรวจสอบสถานประกอบการ ตลาด และพื้นที่เสี่ยงอย่างต่อเนื่อง เพื่อควบคุมการใช้แรงงานต่างด้าวให้เป็นไปตามกฎหมาย สร้างความเป็นธรรมแก่ผู้ประกอบการและแรงงานที่ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด
Advertisement