
วันที่ 20 กันยายน 2569 หลังจากเจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ส. ภาค 3 ร่วมกับตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา เปิดยุทธการขยายผลทำลายเครือข่ายยาเสพติดรายสำคัญ โดยนำกำลังเข้าติดตามจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดสีคิ้ว จำนวน 3 ราย ประกอบด้วย นายพเยาว์ นางสาวนพตี และนางสาวพิชญาภา
เจ้าหน้าที่กล่าวหาว่าทั้ง 3 ราย มีพฤติการณ์สมคบกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติด และได้กระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดเพราะเหตุที่มีการสมคบกัน รวมทั้งร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์ หรือเมทแอมเฟตามีน) โดยเป็นการกระทำเพื่อการค้าและก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน
จากการขยายผล เจ้าหน้าที่พบว่าผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย เข้ามาซื้อที่ดินในพื้นที่หมู่ 1 ต.ลำไทรโยง อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ เนื้อที่ประมาณ 17 ไร่ ก่อนก่อสร้างเป็นฟาร์มไก่ชนขนาดใหญ่
เจ้าหน้าที่จึงอาศัยอำนาจตามประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. 2564 เข้าตรวจยึดและอายัดทรัพย์สินไว้ตรวจสอบ รวมมูลค่าประมาณ 16,905,000 บาท ประกอบด้วย ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง ได้แก่ อาคารบ้านพัก 2 หลัง และอาคารโรงเรือน 1 หลัง เนื้อที่ประมาณ 17 ไร่ ประเมินมูลค่าประมาณ 16 ล้านบาท
นอกจากนี้ยังมีรถยนต์จำนวน 2 คัน มูลค่าประเมินประมาณ 900,000 บาท กล่องบันทึกข้อมูลกล้องวงจรปิดจำนวน 1 เครื่อง รวมถึงเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการสั่งซื้ออุปกรณ์ก่อสร้างต่าง ๆ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะนำไปตรวจสอบเพื่อขยายผลเพิ่มเติม
ภายหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย พร้อมของกลางและเอกสารหลักฐาน นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.กลางดง จ.นครราชสีมา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายส่วนทรัพย์สินที่ถูกอายัด เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. จะเร่งตรวจสอบเส้นทางการเงินและที่มาของทรัพย์สิน หากพบพยานหลักฐานเชื่อมโยงว่าได้มาจากการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด จะรวบรวมหลักฐานส่งพนักงานอัยการ เพื่อยื่นคำร้องต่อศาลให้มีคำสั่งเกี่ยวกับการริบทรัพย์สินตามกฎหมาย โดยทรัพย์สินที่ศาลมีคำสั่งให้ริบจะตกเป็นของกองทุนป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติดต่อไป
ขณะเดียวกัน เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความตื่นตระหนกให้กับชาวบ้านในพื้นที่ ต.ลำไทรโยง เนื่องจากเกรงว่าอาจมีการนำยาเสพติดเข้ามาแพร่ระบาดในชุมชน
นายประทีป เนาวรัตน์ ผู้ใหญ่บ้านหนองตะลุมปุ๊ก หมู่ที่ 1 ต.ลำไทรโยง อ.นางรอง เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้หลังมีคนเข้ามาซื้อที่ดินและสร้างฟาร์มไก่ชน ตนรู้สึกดีใจ เพราะมองว่าชาวบ้านในพื้นที่อาจมีโอกาสได้งานทำและมีรายได้ หากมีการจ้างแรงงานในฟาร์ม
แต่ที่ผ่านมาเคยรู้สึกแปลกใจเกี่ยวกับการดำเนินกิจการ เนื่องจากเห็นว่ามีการใช้จ่ายเงินจำนวนมาก มีรถยนต์ราคาแพง และมีการนำไก่ชนออกไปแข่งขัน โดยเท่าที่ทราบมีการเดิมพันกันตั้งแต่หลักแสนไปจนถึงหลักล้านบาท อย่างไรก็ตาม ไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยว เนื่องจากเป็นพื้นที่ส่วนบุคคลจนกระทั่งเจ้าหน้าที่เข้าดำเนินการจับกุมและแจ้งข้อกล่าวหาเกี่ยวกับยาเสพติด จึงทำให้ทราบถึงพฤติการณ์ที่เจ้าหน้าที่กำลังขยายผลตรวจสอบ
นายประทีปกล่าวเพิ่มเติมว่า อยากฝากเตือนประชาชน หากพบเห็นบุคคลหรือกลุ่มคนเข้ามาสร้างอาณาจักรหรือประกอบกิจการขนาดใหญ่ในพื้นที่ และมีพฤติการณ์ที่น่าสงสัย ไม่ควรเข้าไปเผชิญหน้าหรือยุ่งเกี่ยวด้วยตัวเอง แต่ควรแจ้งข้อมูลให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ เพื่อป้องกันไม่ให้ปัญหายาเสพติดเข้ามาแพร่ระบาดในชุมชน
Advertisement