Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
ปี 68 ท่องเที่ยวไทยทรุด จำนวนคนจีนดิ่ง 30% นทท.ลด 7.2% หดครั้งแรกใน4ปี
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

ปี 68 ท่องเที่ยวไทยทรุด จำนวนคนจีนดิ่ง 30% นทท.ลด 7.2% หดครั้งแรกใน4ปี

20 ม.ค. 69
12:25 น.
แชร์

อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยกำลังเผชิญแรงสั่นสะเทือนรอบด้าน หลังจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติลดลงในปี 2568 เป็นครั้งแรกในรอบสี่ปี นับตั้งแต่พ้นช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจไทยที่ยังพึ่งพาการท่องเที่ยวเป็นเครื่องยนต์หลัก ท่ามกลางปัจจัยลบตั้งแต่ความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย ค่าเงิน ไปจนถึงความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในภูมิภาค

การชะลอตัวครั้งนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ตัวเลขนักท่องเที่ยว แต่ขยายผลกระทบไปถึงธุรกิจรายย่อยในแหล่งท่องเที่ยว สายการบิน สนามบิน โรงแรม และกำลังซื้อของประชาชนระดับล่าง โดยภาคท่องเที่ยวซึ่งมีสัดส่วนราว 20% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ กลับกลายเป็นจุดอ่อนที่ซ้ำเติมความเปราะบางของเศรษฐกิจไทย เมื่อเผชิญแรงกระแทกพร้อมกันจากหลายทิศทาง

นักท่องเที่ยวจีนหดตัว ฉุดบรรยากาศท่องเที่ยวไทย

ข้อมูลจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาระบุว่า ปี 2568 ที่ผ่านมาไทยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติ 32.97 ล้านคน ลดลง 7.2% และต่ำกว่าจุดสูงสุดในปี 2562 เกือบ 20% ถือเป็นการลดลงครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2564 นักท่องเที่ยวจีน ซึ่งคิดเป็นราว 10% ของนักท่องเที่ยวทั้งหมด ลดลงมากที่สุดถึง 30% จากปี 2567

แรงกระแทกสำคัญมาจากเหตุการณ์ในเดือนมกราคม 2568 ที่นักแสดงชาวจีนซึ่งเดินทางมาเที่ยวไทยถูกลักพาตัวไปกักขังในศูนย์หลอกลวงในเมียนมา เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความตื่นตระหนกในสังคมจีน และกระทบต่อภาพลักษณ์ด้านความปลอดภัยของไทยอย่างรุนแรง ขณะเดียวกัน ค่าเงินบาทที่แข็งค่า ความขัดแย้งชายแดนที่มีผู้เสียชีวิตระหว่างไทยกับกัมพูชา รวมถึงอุทกภัยในภาคใต้ ล้วนเป็นปัจจัยที่บั่นทอนการตัดสินใจเดินทางของนักท่องเที่ยวต่างชาติ

ผลกระทบดังกล่าวปรากฏชัดในพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญที่เคยเป็นจุดหมายหลักของนักท่องเที่ยวจีนอย่างวัดอรุณราชวราราม ซึ่งปัจจุบันบรรยากาศค่อนข้างเงียบเหงา แตกต่างจากช่วงปกติที่มักมีนักท่องเที่ยวต่อแถวยาวเพื่อเช่าชุดไทยถ่ายภาพเป็นที่ระลึก ขณะที่ร้านค้าหลายแห่งยังคงเปิดให้บริการตามปกติ แต่กลับแทบไม่มีลูกค้าเดินเข้าใช้บริการ

เจ้าของร้านให้เช่าชุดไทยรายหนึ่งเปิดเผยว่า เมื่อเทียบกับช่วงพีคราวสองปีครึ่งก่อน จำนวนนักท่องเที่ยวจีนลดลงไปประมาณ 60% แม้ผู้ประกอบการจะพยายามปรับลดราคาเพื่อจูงใจลูกค้า แต่ก็ไม่สามารถทดแทนการหายไปของกรุ๊ปทัวร์ขนาดใหญ่ที่เคยเป็นฐานรายได้หลักได้

ธุรกิจรายย่อยอื่น ๆ ในพื้นที่เดียวกันก็เผชิญแรงกดดันไม่แตกต่างกัน เจ้าของร้านจำหน่ายน้ำผลไม้รายหนึ่งระบุว่ายอดขายลดลงราว 40% เมื่อเทียบกับปีก่อน สะท้อนผลกระทบโดยตรงจากจำนวนนักท่องเที่ยวที่หายไปอย่างมีนัยสำคัญ

ผู้ประกอบการรายดังกล่าวยังแสดงความกังวลว่า หากสถานการณ์เช่นนี้ยืดเยื้อต่อไปอีกสามถึงหกเดือน ธุรกิจอาจไม่สามารถประคองตัวอยู่รอดได้ พร้อมเรียกร้องให้ภาครัฐเร่งดำเนินมาตรการสร้างความเชื่อมั่นและยืนยันภาพลักษณ์ว่าไทยยังคงเป็นประเทศที่มีความปลอดภัยสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ

ผลกระทบลามสู่ธุรกิจการบิน โรงแรม และเศรษฐกิจฐานราก

ผลกระทบจากนักท่องเที่ยวที่หายไปสะท้อนชัดในผลประกอบการของบริษัทขนาดใหญ่ ท่าอากาศยานไทย ซึ่งบริหารสนามบินหลัก 6 แห่ง รายงานกำไรสุทธิรวมสำหรับปีสิ้นสุดเดือนกันยายนลดลง 6% เหลือ 1.81 หมื่นล้านบาท แม้ธุรกิจการบินจะเติบโตจากจำนวนเที่ยวบินที่เพิ่มขึ้น แต่รายได้จากค่าธรรมเนียมสิทธิการดำเนินงานร้านปลอดภาษีและธุรกิจเชิงพาณิชย์อื่น ๆ กลับลดลงอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งเชื่อมโยงกับการหายไปของนักท่องเที่ยวจีน ขณะที่รายได้รวมเพิ่มขึ้นเพียง 1% เป็น 6.85 หมื่นล้านบาท

ด้านการบินไทยเผชิญแรงกดดันหนักในไตรมาสกรกฎาคม-กันยายน โดยยอดขายลดลง 23% เหลือ 4.44 หมื่นล้านบาท และกำไรสุทธิดิ่งลงถึง 65% เหลือ 4.4 พันล้านบาท จากจำนวนผู้โดยสารและรายได้ที่เกี่ยวข้องที่ลดลง ด้านเอเชีย เอวิเอชั่น ผู้ให้บริการสายการบินต้นทุนต่ำไทยแอร์เอเชีย พลิกจากกำไรสุทธิ 3.44 พันล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็นขาดทุนสุทธิ 875 ล้านบาท

ภาคโรงแรมได้รับผลกระทบต่อเนื่อง เอราวัณ กรุ๊ป ซึ่งมีฐานลูกค้าระดับกลางเป็นหลัก มีกำไรสุทธิลดลง 54% เหลือ 57 ล้านบาทในไตรมาสเดียวกัน ขณะที่ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล รายงานยอดขายลดลง 1% สะท้อนแรงกดดันจากอัตราเข้าพักที่อ่อนตัว

ท่ามกลางสถานการณ์ดังกล่าว ผู้ประกอบการเร่งปรับกลยุทธ์ ไทยแอร์เอเชียปรับตารางบินฤดูหนาวปี 2568-69 ด้วยการลดเที่ยวบินไป-กลับจีน และเพิ่มเที่ยวบินไปอินเดียแทน ส่วนเอราวัณ กรุ๊ป ซึ่งมีสัดส่วนรายได้จากตลาดในประเทศสูง วางแผนขยายธุรกิจโรงแรมราคาประหยัดในต่างประเทศภายในปี 2573 ในประเทศอย่างญี่ปุ่นและฟิลิปปินส์ พร้อมตั้งเป้าเพิ่มลูกค้าจากยุโรป อินเดีย และตะวันออกกลาง เพื่อลดการพึ่งพาตลาดไทย

ยูจิ คาโตะ จากโนมูระ รีเสิร์ช อินสติติวท์ ประเทศไทย ระบุว่า การลดลงของนักท่องเที่ยวครั้งนี้รุนแรงกว่าที่คาด และไทยพึ่งพาการท่องเที่ยวมากกว่าประเทศเพื่อนบ้านในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผลกระทบจะลุกลามไปถึงความสามารถในการชำระหนี้และกำลังซื้อของกลุ่มรายได้น้อย แม้รัฐบาลตั้งเป้าเพิ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็น 36.7 ล้านคนในปีนี้ แต่ผลสำรวจของสมาคมโรงแรมไทยพบว่า ผู้ประกอบการราวครึ่งหนึ่งคาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวในปี 2569 จะยังทรงตัวใกล้ระดับปัจจุบันที่ราว 33 ล้านคน

แม้แนวโน้มระยะสั้นอาจเริ่มฟื้นตัว คาโตะเตือนว่า หากไทยต้องการหลุดพ้นจากกับดักรายได้ปานกลาง โมเดลการเติบโตที่อาศัยแรงงานราคาถูกและปริมาณนักท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ ประเทศจำเป็นต้องยกระดับการท่องเที่ยวด้วยการผสานภาคส่วนอย่างสาธารณสุขและความบันเทิง เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับอุตสาหกรรมในระยะยาว

ที่มา: Nikkei Asia

แชร์
ปี 68 ท่องเที่ยวไทยทรุด จำนวนคนจีนดิ่ง 30% นทท.ลด 7.2% หดครั้งแรกใน4ปี