Logo site Amarintv 34HD
อมรินทร์ทีวี ร่วมกับ คอนโดพร้อมอยู่จาก Grand Unity จัดแคมเปญ “อมรินทร์ทีวี 12 ปี มีเปย์ ดูทั้งวัน แจกทุกวัน”Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
ราชประสงค์ แหล่งรวมเทพฮินดู แม่เหล็กดูดเงิน ‘สายมู’ ต่างชาติ
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

ราชประสงค์ แหล่งรวมเทพฮินดู แม่เหล็กดูดเงิน ‘สายมู’ ต่างชาติ

16 พ.ค. 69
13:18 น.
แชร์

หากใครไปยืนอยู่บริเวณสี่แยกราชประสงค์ช่วงนี้ ภาพนางรำแก้บนที่ศาลท้าวมหาพรหมอาจดูคุ้นตา แต่ที่น่าสนใจคือ เสียงพูดคุยของคนที่มาต่อคิวกลายเป็นภาษาจีนมากกว่าภาษาไทยเสียอีก อย่างคลิปไวรัลล่าสุด ที่ชาวจีนทุ่มเงินจ้างนางรำชุดใหญ่แก้บนแบบจัดเต็ม สะท้อนว่าวิธีคิดเรื่องการดีลกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ผ่านความเชื่อท้องถิ่น ได้กลายเป็นจุดหมายปลายทางระดับโลกที่นักท่องเที่ยวพร้อมจ่ายเพื่อแลกกับโชคลาภไปแล้ว

ขยับจากเรื่องงานมาที่เรื่องของหัวใจ ย่านนี้ยังถูกตอกย้ำความขลังด้วยกระแสคนดังอย่าง ปันปัน สุทัตตา ที่เผยว่า ได้พบแฟนคนดี หลังไปไหว้พระตรีมูรติ จนกลายเป็นแรงกระเพื่อมให้คนรุ่นใหม่ตามรอยกันเพียบ! เช่นเดียวกับที่เกษร วิลเลจ ซึ่งช่วงเทศกาลแห่งความรัก เราจะเห็นสาว ๆ พร้อมใจกันสวมชุดชมพูถือดอกบัวต่อคิวถวายพระแม่ลักษมีกันอย่างคึกคัก

กระแสสายมูที่ไม่เคยแผ่วส่งผลให้ภาคธุรกิจปรับตัวขานรับชัดเจน อย่างบิ๊กซี ราชดำริ ที่เนรมิตพื้นที่ดาดฟ้าชั้น 7 วิวเมืองระดับพรีเมียม ให้เป็นที่ประดิษฐานของ องค์พระศิวะ พร้อมจัดสรรพื้นที่ให้ร้านรวงสายมูเข้ามาจับจองจนกลายเป็นอาณาจักรใหม่ที่คึกคัก 

Spotlight จึงขอพาทุกคนมาย่ำย่านที่แยกราชประสงค์ สำรวจพื้นที่ที่ไม่ได้ดึงดูดแค่ผู้ศรัทธา แต่ยังเป็นแม่เหล็กทรงพลังที่ดึงดูดเม็ดเงินมหาศาลให้ธุรกิจในย่านนี้เติบโตต่อเนื่อง

ผู้ศรัทธาสายเปย์ ข้ามทะเลบูชาจัดเต็ม

สำหรับนักท่องเที่ยวชาวจีนและสิงคโปร์ การเดินทางมาแยกราชประสงค์ไม่ใช่แค่การแวะมาเที่ยวชม แต่คือภารกิจประจำปีที่หลายคนทำติดต่อกันมานานกว่า 10 ปี พวกเขาเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมาเพื่อต่อสายตรงถึงองค์เทพ โดยเฉพาะที่ศาลท้าวมหาพรหมซึ่งการไหว้ของคนกลุ่มนี้จัดเต็มระดับพรีเมียมเสมอ เพราะเชื่อว่า การถวายของที่ดีที่สุดคือการแสดงความเคารพอย่างสูงสุด

ทีมงาน Spotlight ได้พูดคุยกับนักท่องเที่ยวที่มาไหว้ศาลทัาวมหาพรหม พบทั้งชาวจีน ฮ่องกง ไต้หวัน ญี่ปุ่น และฝรั่งตะวันตกบ้างประปราย นักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นรายหนึ่งถือถาดมาลัยดาวเรือง ค่อย ๆ อธิษฐานไปให้ครบทั้ง 4 หน้าพรหม เห็นได้ชัดเลยว่า เธอไม่สับสนกับขั้นตอนการไหว้ เธอเล่าให้ฟังว่า เธอมาทุกปี ปีละอย่างน้อย 1 ครั้ง เว้นไปก็ช่วงที่มีโควิดเท่านั้น ที่สายการบินหยุดให้บริการ

หากลองสำรวจราคาเครื่องสักการะที่นี่จะพบว่าเม็ดเงินที่สะพัดนั้นไปไกลกว่าหลักสิบหลักร้อย ชุดไหว้มาตรฐานเริ่มต้นที่ 200–400 บาท สำหรับมาลัยและธูปเทียนเพื่อบูชาให้ครบทั้ง 4 พักตร์ แต่หากเป็นชุดใหญ่ที่รวมมาลัยดาวเรืองขนาดยักษ์และช้างไม้ ราคาจะขยับขึ้นไปถึง 500–1,200 บาทต่อชุด และที่น่าสนใจคือหลายครอบครัวที่มาด้วยกันมักจะถวายแยกกัน "คนละชุด" ทำให้ยอดใช้จ่ายต่อครั้งคูณเพิ่มตามจำนวนสมาชิกในบ้านทันที

ความใจถึงยังสะท้อนผ่านของแก้บนชิ้นใหญ่อย่างช้างไม้ ที่มีค่าธรรมเนียมการวางตามขนาด ตั้งแต่ช้างเล็กตัวละ 500 บาท ไปจนถึงช้างขนาดใหญ่ตัวละ 1,000 บาท สิ่งเหล่านี้สะท้อนว่าความเชื่อไม่ได้เป็นแค่เรื่องทางใจ แต่คือธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วยความภักดีของผู้ศรัทธาที่พร้อมจ่ายเพื่อความสำเร็จที่จับต้องได้จริง

นอกจากเครื่องสักการะแล้ว ไฮไลต์ที่ทำให้ย่านนี้คึกคักตลอดวันคือ นางรำแก้บน ที่กลายเป็นบริการยอดฮิตของชาวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวจีนที่มักจ้างรำชุดใหญ่แบบฟูลคอร์สเพื่อเป็นการขอบคุณที่คำอธิษฐานสัมฤทธิ์ผล การเห็นแถวนางรำยาวเหยียดพร้อมรายชื่อผู้แก้บนที่เป็นภาษาต่างประเทศทั้งหมดจึงไม่ใช่เรื่องแปลก 

SAKTI DEVA จากความศรัทธาสู่การสร้างอาชีพบนทำเลทอง

แลนด์มาร์คใหม่ที่เข้ามาเติมเต็มคำว่า "สี่แยกมหาเทพ" ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น คือการประดิษฐาน องค์พระศิวะ บนดาดฟ้าชั้น 7 บิ๊กซี ราชดำริ เมื่อเดือนสิงหาคม 2567 ที่ผ่านมา และเพียงหนึ่งเดือนให้หลัง ร้าน SAKTI DEVA ของ อาจารย์จูน ก็เข้ามาปักหมุดทันทีด้วยความตั้งใจที่จะสร้างอาณาจักรสายมูแบบครบวงจร 

อาจารย์จูน อาจารย์สอนพยากรณ์ เจ้าของร้านศักติเดวา เผยว่า การย้ายจากสถานที่เดิมมาที่นี่ เพราะได้รับความเอ็นดูจากผู้บริหารบิ๊กซีที่ชักชวนให้มาช่วยดูแลพิธีกรรมและกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อร่วมสร้างพื้นที่แห่งศรัทธาใจกลางเมือง พร้อมกับผ่านการออดิชั่นเป็นหนึ่งในร้านค้าที่ได้เช่าพื้นที่อยู่หน้าองค์พระศิวะ 

ธุรกิจของ SAKTI DEVA ไม่ได้หยุดแค่การจำหน่ายองค์เทวรูปหรือวัตถุมงคล แต่ยังขยายไปสู่ สถาบันศักติมันตราพยากรณ์ ที่เน้นการสร้างอาชีพให้อย่างเป็นระบบ อาจารย์จูนเนอร์ย้ำว่า ที่นี่ไม่ได้สอนแค่การทำนาย แต่สอนตั้งแต่วิธีปั้นองค์เทพ การประกอบพิธีพราหมณ์-ฮินดู ไปจนถึงการอบรมจรรยาบรรณนักพยากรณ์ กลายเป็นฟันเฟืองสำคัญที่เปลี่ยนความเชื่อให้กลายเป็น "อาชีพเสริม" ที่สร้างรายได้จริง

หลังจากเปิดร้านมาได้เกือบสองปี อาจารย์จูนเล่าให้ฟังว่า “อย่าคิดว่ามีแต่คนไทย หรือคนอินเดียที่นับถือฮินดูเท่านั้น ที่มาไหว้เทพที่ราชประสงค์ เพราะผู้คนหลากหลายชาติมีความศรัทธาต่อองค์เทพและสิ่งศักดิ์สิทธิ์แบบไทย ๆ มากกว่าที่คิด” พร้อมกับโชว์สินค้าขายดีอย่างแหวนและกำไลรูปทรงงูและพญานาค สินค้าที่เห็นออกไวแบบนี้ เป็นที่ชื่นชอบของสาว ๆ ชาวจีนเป็นอย่างมาก

ต่างชาติมูสายลึก ฝังตัวเรียนวิชาพยากรณ์แบบไทย

ความน่าสนใจอยู่ที่พลังของ Soft Power ไทยที่ดึงดูดชาวต่างชาติอย่าง มาเลเซีย และสิงคโปร์ ให้บินข้ามประเทศมาเรียนวิชาสายมูกับอาจารย์จูนแบบเจาะลึกนานนับปี 

“มีลูกค้าต่างชาติบินมาเรียนจริง ๆ ค่ะ ล่าสุดเพิ่งปิดคอร์สจากมาเลเซียและสิงคโปร์ไป เขาทำอาชีพสายมูอยู่แล้ว เพราะคนจีนก็นับถือพระเครื่องไทย ส่วนที่สิงคโปร์และมาเลเซีย ศาสนาฮินดูอย่างพระแม่หรือพระขันธกุมารนั้นดังมาก เขาเลยเลือกมาเรียนที่นี่เพื่อนำวิชาไปต่อยอดอาชีพที่บ้านเกิดเขา” 

นอกจากกลุ่มสายมูแบบดั้งเดิมแล้ว ยังมีกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เดินเข้ามาศึกษาในเชิงจิตวิทยาและพลังงานบำบัด เช่น Sound Healing ซึ่งเป็นการใช้ศาสตร์ทางเสียงมาเยียวยาจิตใจโดยไม่ต้องอิงกับความเชื่อทางศาสนาเพียงอย่างเดียว อาจารย์จูนมองว่าทำเลราชประสงค์คือ "ศูนย์รวมพลังงานมหาเทพ" ที่มีสตอรีและประวัติศาสตร์ทางจิตวิญญาณควบคู่กับเหตุการณ์สำคัญของบ้านเมืองมาโดยตลอด การตั้งอยู่ท่ามกลางพระพรหม พระนารายณ์ และพระแม่ลักษมี จึงทำให้ที่นี่ไม่ได้เป็นแค่ร้านค้า แต่คือจุดยุทธศาสตร์ของธุรกิจสายมูยุคใหม่อย่างแท้จริง

พลัง ‘Muketing’ ฟันเฟืองใหม่เศรษฐกิจไทย 2026

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) และ The Better ระบุว่ามูลค่าตลาดสายมูของไทยในปี 2569 พุ่งสูงถึง 22,000ล้านบาท โดยมีกลุ่ม Gen Z เป็นแรงขับเคลื่อนหลักที่เปลี่ยนความเชื่อให้เป็นไลฟ์สไตล์ที่เข้าถึงง่าย ซึ่งเป้าหมายอันดับหนึ่งยังคงเป็นการมูเพื่อ "การเงิน" ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวน ทำให้ธุรกิจขยายตัวไปสู่สินค้าแฟชั่นและเครื่องประดับมงคลอย่างรวดเร็ว

ขณะที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ภายใต้ยุทธศาสตร์ Thailand Tourism Next 2026 ได้ผลักดันเศรษฐกิจความเชื่อให้เป็น Sub-Culture Economy สำคัญ โดยคาดการณ์ว่าการท่องเที่ยวเชิงศรัทธาจะสร้างรายได้สะพัดไม่ต่ำกว่า 15,000 ล้านบาท จากนักท่องเที่ยวกลุ่ม High-spending โดยเฉพาะตลาดจีนและสิงคโปร์ที่พร้อมจ่ายเพื่อแลกกับความสบายใจและโชคลาภ

การเติบโตอย่างต่อเนื่องนี้พิสูจน์ให้เห็นว่าความเชื่อไม่ใช่แค่เรื่องของจิตใจ แต่คือ Soft Power ทรงพลังที่สามารถเปลี่ยนต้นทุนทางวัฒนธรรมให้เป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจมหาศาล และเป็นฟันเฟืองสำคัญที่ทำให้ย่านราชประสงค์ยังคงเป็นศูนย์กลางแห่งความมั่งคั่งและศรัทธาที่ทั่วโลกจับตามอง


แชร์
ราชประสงค์ แหล่งรวมเทพฮินดู แม่เหล็กดูดเงิน ‘สายมู’ ต่างชาติ