Logo site Amarintv 34HD
อมรินทร์ทีวี ร่วมกับ คอนโดพร้อมอยู่จาก Grand Unity จัดแคมเปญ “อมรินทร์ทีวี 12 ปี มีเปย์ ดูทั้งวัน แจกทุกวัน”Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
SCG แนะ 4 เรื่องต้องคิดก่อนติดโซลาร์ เพราะไม่ใช่ทุกบ้านที่ติดแล้วคุ้ม
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

SCG แนะ 4 เรื่องต้องคิดก่อนติดโซลาร์ เพราะไม่ใช่ทุกบ้านที่ติดแล้วคุ้ม

12 พ.ค. 69
11:22 น.
แชร์

ค่าไฟที่สูงขึ้นในช่วงที่ผ่านมาทำให้ทั้งภาคธุรกิจและครัวเรือนหันมาสนใจติดโซลาร์เซลเพื่อผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์กันมากขึ้น เพราะมองว่าเป็นหนึ่งในวิธีช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายระยะยาว ขณะเดียวกัน ราคาที่เริ่มเข้าถึงง่ายขึ้น ก็ยิ่งทำให้ตลาดเติบโตเร็วขึ้นตามไปด้วย

อย่างไรก็ตามไม่ได้หมายความว่าทุกบ้านจะติดโซลาร์แล้ว ‘คุ้ม’ เพราะแต่ละบ้านมีพฤติกรรมการใช้ไฟต่างกัน บางบ้านใช้ไฟมากในเวลากลางวัน บางบ้านใช้ไฟมากในเวลากลางคืน และบางบ้านอาจไม่ได้ใช้ไฟมากถึงขั้นที่จะติดโซลาร์แล้วคุ้มด้วยซ้ำ

แล้วเราต้องรู้อะไรบ้าง หากเริ่มคิดอยากติดโซลาร์เซลเพื่อลดค่าไฟ ?

อยากติดโซลาร์ พิจารณาอย่างไรว่าคุ้มหรือไม่คุ้ม

วิโรจน์ รัตนชัยสิทธิ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี สมาร์ทลีฟวิง และเอสซีจี ดิสทริบิวชันแอนด์รีเทล ในเครือ SCG ให้ข้อมูลกับ SPOTLIGHT ว่า สำหรับครัวเรือนที่กำลังสนใจติดตั้งโซลาร์เซล ต้องประเมินความเหมาะสมของบ้านตัวเองอย่างรอบด้าน เพราะการติดโซลาร์เป็นการลงทุนระยะยาว โดยแนะให้พิจารณา 4 เรื่อง ได้แก่ (1) จุดคุ้มทุน (2) พฤติกรรมการใช้ไฟ (3) ความจำเป็นในการติดตั้งแบตเตอรี และ (4) คุณภาพ-มาตรฐานการติดตั้ง และความน่าเชื่อถือของผู้ให้บริการที่จะดูแลในระยะยาว

แม้ความต้องการและความสนใจในการติดโซลาร์จะเติบโตแรง แต่วิโรจน์บอกตรง ๆ ว่า ไม่ใช่ทุกบ้านที่จะเหมาะกับการติดโซลาร์ โดยสิ่งแรกที่ต้องพิจารณาคือ ‘จุดคุ้มทุน’ เพราะโซลาร์ยังเป็นการลงทุนก้อนใหญ่ในช่วงเริ่มต้น ปัจจุบัน แพ็กเกจเริ่มต้นสำหรับครัวเรือนของเอสซีจีอยู่ที่ประมาณ 130,000 บาท ยังไม่รวมแบตเตอรี่ ซึ่งมีต้นทุนเพิ่มอีกราว 60,000-70,000 บาท ขณะที่ระยะเวลาคุ้มทุนโดยเฉลี่ยอยู่ราว 7-8 ปี แต่แผงและระบบสามารถใช้งานได้ยาวถึง 20-25 ปี

กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี สมาร์ทลีฟวิง และเอสซีจี ดิสทริบิวชันแอนด์รีเทลแนะนำว่า บ้านที่เหมาะกับการติดโซลาร์ ควรเป็นบ้านที่จ่ายค่าไฟมากกว่า 3,000 บาทต่อเดือน และต้องพิจารณาควบคู่กับ ‘พฤติกรรมการใช้ไฟ’ คือ ควรเป็นบ้านที่ใช้ไฟฟ้าในช่วงเวลากลางวันเป็นหลัก เพราะโซลาร์เซลผลิตไฟได้เฉพาะในเวลากลางวัน ดังนั้น หากเป็นบ้านที่ใช้ไฟในเวลากลางคืนเป็นหลัก แม้ค่าไฟจะสูง ก็อาจไม่คุ้มที่จะติดโซลาร์เซล เพราะยังคงจำเป็นต้องใช้ไฟจากการไฟฟ้าเป็นหลัก เว้นแต่จะลงทุนติดตั้งแบตเตอรี่กักเก็บพลังงานไว้ใช้ในเวลากลางคืน ซึ่งจะทำให้ต้นทุนสูงขึ้น และยืดเวลาถึงจุดคุ้มทุนออกไปอีกหลายปี

สำหรับครัวเรือนที่มองแนวทางติดโซลาร์เซลพร้อมแบตเตอรีเพื่อกักเก็บไฟไว้ใช้ในเวลากลางคืน วิโรจน์แนะว่า ก่อนจะติดตั้งแบตเตอรีต้องคำนวณให้ละเอียดว่า ขนาดแผงโซลาร์ที่ติดตั้งนั้นผลิตไฟได้มากจนเหลือเก็บจริงหรือไม่ เพราะหากผลิตไฟได้แค่พอใช้ในเวลากลางวัน-ไม่มีไฟเหลือเก็บลงแบตเตอรี่ ก็จะทำให้ไม่คุ้มทุน นอกจากนั้น แบตเตอรี่ยังมีข้อจำกัดด้านระยะเวลาการใช้งาน สำหรับครัวเรือนที่อาศัยอยู่หลายคนแล้วใช้งานไฟฟ้าพร้อมกันในเวลากลางคืน (เช่น เปิดแอร์หลายห้อง) ไฟที่กักเก็บไว้ในแบตเตอรีก็อาจไม่เพียงพอสำหรับการใช้งานตลอดทั้งคืน แล้วสุดท้ายต้องกลับไปใช้ไฟจากระบบของรัฐอยู่ดี

คุณภาพการติดตั้งและบริการ เรื่องสำคัญที่ต้องคิด

ิีอีกเรื่องที่กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี สมาร์ทลีฟวิง และเอสซีจี ดิสทริบิวชันแอนด์รีเทล บอกว่าไม่ควรมองข้าม คือ ‘คุณภาพการติดตั้ง’ เพราะโซลาร์เซลไม่ใช่สินค้าที่แค่ติดตั้งแล้วจบ แต่ต้องมีการดูแลต่อเนื่อง ทั้งการตรวจสอบระบบ การมอนิเตอร์ประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้า การล้างแผง และการซ่อมบำรุง

วิโรจน์บอกว่า หากติดตั้งแผงโซลาร์โดยผู้ให้บริการที่ไม่มีมาตรฐาน อาจเกิดปัญหาหลังคารั่ว ระบบไฟไม่ได้มาตรฐาน หรือแม้แต่ความเสี่ยงด้านความปลอดภัย เช่น ไฟไหม้ ขณะเดียวกัน หากไม่มีระบบติดตามการทำงานของแผง เจ้าของบ้านอาจไม่รู้เลยว่าแผงโซลาร์ผลิตไฟได้ต่ำกว่าศักยภาพเพราะมีฝุ่นเกาะ หรือบางแผงทำงานผิดปกติ

วิโรจน์บอกว่า หนึ่งในจุดขายของ SCG คือการพัฒนาระบบติดตั้งที่ลดความเสี่ยงเรื่องหลังคารั่ว โดยใช้ ‘กระเบื้องรองรับขาติดตั้งโซลาร์โดยเฉพาะ’ แทนการเจาะหลังคาเดิม ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่ช่วยลดโอกาสการรั่วซึมได้อย่างมาก

จุดเด่น SCG คือ ไม่ทิ้งลูกค้า-ดูแลยาว 20 ปี

ตลาดโซลาร์เซลในไทยมีผู้เล่นจำนวนมาก ซึ่งวิโรจน์ให้ข้อมูลว่า อุปกรณ์ส่วนใหญ่ในตลาดใช้แบรนด์จากจีนเหมือนกัน ทั้งแผงโซลาร์ และอุปกรณ์แปลงไฟ (inverter) อย่างไรก็ตาม SCG มองว่าสิ่งที่สร้างความแตกต่างจริง ๆ ไม่ใช่ตัวอุปกรณ์ แต่คือ ‘คุณภาพการติดตั้ง’ และ ‘การดูแลซ่อมบำรุงในระยะยาว’

วิโรจน์ยอมรับว่า SCG ไม่ได้มีโรงงานผลิตแผงโซลาร์ และ inverter ของตัวเอง แต่ SCG ทำหน้าที่คัดเลือกอุปกรณ์จากจีนเข้ามาให้บริการ โดยเลือกเฉพาะสินค้าระดับ Tier 1 และ Tier 2 แล้วนำอุปกรณ์ต่าง ๆ มาพัฒนาเป็นโซลูชันด้านพลังงานแบบครบวงจร

“เราไม่ได้มองว่าตัวเองขายโซลาร์อย่างเดียว แต่เราดูแลเรื่องการใช้พลังงานของลูกค้า” กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี สมาร์ทลีฟวิง และเอสซีจี ดิสทริบิวชันแอนด์รีเทลกล่าว

ยกตัวอย่างในภาคอุตสาหกรรม SCG เข้าไปวิเคราะห์ทั้งระบบ ตั้งแต่พฤติกรรมการใช้ไฟ การเลือกขนาดที่เหมาะสม ไปจนถึงการตรวจสอบอุปกรณ์อื่นที่กินไฟสูง เช่น ชิลเลอร์ และบอยเลอร์ ส่วนในภาคครัวเรือน จะดูภาพรวมของบ้าน เช่น หากบ้านยังร้อนมาก แม้ว่าติดโซลาร์แต่แอร์ก็ยังทำงานหนักและต้องใช้ไฟมาก ดังนั้น SCG จะเสนอวิธีลดความร้อนภายในบ้านให้ลูกค้าด้วย เพื่อให้ประหยัดไฟได้จริง

วิโรจน์บอกว่า บริการของ SCG มีระบบมอนิเตอร์การทำงานของโซลาร์เซลแบบเรียลไทม์ โดยเจ้าของบ้านสามารถตรวจสอบข้อมูลผ่านแอปพลิเคชันได้ ขณะเดียวกัน SCG ก็มีทีมงานคอยติดตามการผลิตไฟของลูกค้าทุกราย หากพบว่าประสิทธิภาพลดลงผิดปกติ เช่น แผงสกปรกหรือระบบมีปัญหา ทีมงานจะติดต่อลูกค้าทันที พร้อมมีบริการล้างแผงและซ่อมบำรุงต่อเนื่อง

วิโรจน์กล่าวย้ำจุดขายว่า สิ่งที่ลูกค้าต้องพิจารณาไม่ใช่แค่ว่า ติดตั้งกับผู้ให้บริการเจ้าไหนราคาถูกกว่า แต่ต้องมองว่าอีก 20 ปี ใครจะยังอยู่ดูแล ซึ่ง SCG ที่เป็นบริษัทใหญ่ในไทยสามารถให้ความมั่นใจในแง่นี้ได้

“หลายบริษัทอาจเข้ามาทำธุรกิจสามถึงห้าปีแล้วเลิกกิจการ แล้วไม่มีใครดูแลลูกค้า แต่ SCG ไม่หนีไปไหน ดูแลลูกค้าได้ระยะยาว”

SCG มั่นใจครองเบอร์ 1 ตลาดโซลาร์ครัวเรือน

สำหรับการเติบโตของธุรกิจโซลาร์ของ SCG เป็นไปในทิศทางเดียวกันกับตลาดภาพใหญ่ โดยกรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี สมาร์ทลีฟวิง และเอสซีจี ดิสทริบิวชันแอนด์รีเทลให้ข้อมูลว่า นับตั้งแต่เริ่มธุรกิจนี้มาประมาณ 5-6 ปีก็เติบโตต่อเนื่องมาตลอด และมั่นใจว่าเป็น ‘เบอร์ 1’ ของตลาดโซลาร์ภาคครัวเรือน

วิโรจน์เผยภาพตลาดในปัจจุบันว่า ความต้องการติดตั้งโซลาร์เซลเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วตามค่าไฟที่สูงขึ้น จนผู้ให้บริการหลายเจ้าติดตั้งไม่ทัน สำหรับ SCG เองได้เร่งขยายทีมงาน รวมถึงสร้างเครือข่ายพาร์ตเนอร์ในแต่ละพื้นที่ทั่วประเทศ เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันก็ได้สร้างงานให้คนในพื้นที่ด้วย

อย่างไรก็ตาม แม้จะขยายงานเร็ว แต่เรื่องมาตรฐานการติดตั้งยังเป็นสิ่งที่ยอมให้หย่อนไม่ได้ เพราะหากเกิดปัญหาหลังการติดตั้ง จะไม่เพียงกระทบลูกค้า แต่ยังส่งผลต่อภาพลักษณ์ของแบรนด์ด้วย

โซลาร์คือโครงสร้างหลักในอนาคต แต่ ‘สายส่ง’ ยังเป็นโจทย์ใหญ่

แม้แนวโน้มการใช้โซลาร์เซลในไทยจะเติบโตต่อเนื่อง แต่กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี สมาร์ทลีฟวิง และเอสซีจี ดิสทริบิวชันแอนด์รีเทล แสดงความเห็นเพิ่มเติมว่า หนึ่งในอุปสรรคสำคัญของการเพิ่มการผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์ของภาคธุรกิจ คือ ‘โครงข่ายสายส่งไฟฟ้า’ หรือ grid ของภาครัฐที่มีไม่ครอบคลุมทั่วถึง โดยเฉพาะสำหรับภาคอุตสาหกรรมที่มีโรงงานตั้งอยู่ในหลายพื้นที่ ซึ่งในบางพื้นที่ ระบบสายส่งอาจยังรองรับ

วิโรจน์อธิบายว่า แม้ผู้ประกอบการจะต้องการลงทุนติดตั้งโซลาร์ หรือพัฒนาโซลาร์ฟาร์ม แต่หากไม่มีสายส่งรองรับ ก็อาจทำให้ไม่สามารถเดินหน้าได้จริง หากผู้ลงทุนต้องแบกรับต้นทุนลากสายส่งเพิ่มเอง จะกลายเป็นคอขวดสำคัญของการลงทุน

“ถ้าภาครัฐสามารถพัฒนาโครงข่ายสายส่งให้รองรับได้ทั่วถึงทุกพื้นที่ ก็จะช่วยให้การตัดสินใจลงทุนผลิตและใช้โซลาร์ง่ายขึ้น” วิโรจน์กล่าว ขณะเดียวกันเขาเข้าใจว่า ภาครัฐกำลังพยายามลงทุนและปรับปรุงกฎระเบียบต่าง ๆ เพื่อเอื้อต่อการใช้งานมากขึ้น ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเติบโตของตลาดในระยะต่อไป

อีกด้านหนึ่ง วิโรจน์มองว่า นโยบายรับซื้อไฟฟ้าคืนจากภาคครัวเรือนยังไม่จูงใจมากพอ ปัจจุบันประชาชนซื้อไฟฟ้าจากรัฐในราคาหน่วยละเกือบ 5 บาท แต่หากครัวเรือนผลิตไฟจากโซลาร์แล้วขายคืนเข้าระบบ กลับได้รับราคารับซื้อเพียงประมาณหน่วยละ 2.20 บาท ซึ่งถือว่าต่ำเกินไปเมื่อเทียบกับต้นทุนการลงทุน หากภาครัฐปรับราคารับซื้อไฟให้เหมาะสมมากขึ้น ก็จะช่วยกระตุ้นให้ประชาชนตัดสินใจลงทุนติดตั้งโซลาร์เซลได้ง่ายขึ้น

หากมองไปข้างหน้าระยะถัดจากนี้อีก 5-10 ปี วิโรจน์เห็นภาพว่า โซลาร์เซลจะถูกใช้มากขึ้นและจะกลายเป็นโครงสร้างหลักของการใช้ไฟฟ้าทั้งในภาคครัวเรือนและภาคอุตสาหกรรม จากเดิมที่ระบบไฟฟ้าถูกบริหารแบบรวมศูนย์ หรือ centralized โดยรัฐเป็นผู้ผลิตหลัก จะเปลี่ยนไปสู่รูปแบบ decentralized ที่แต่ละบ้านและแต่ละโรงงานผลิตไฟฟ้าใช้เองบนหลังคามากขึ้น ซึ่งจะช่วยแบ่งเบาภาระระบบไฟฟ้าสำรองของประเทศในภาพรวมด้วย

แชร์
SCG แนะ 4 เรื่องต้องคิดก่อนติดโซลาร์ เพราะไม่ใช่ทุกบ้านที่ติดแล้วคุ้ม