
การเยือนออสเตรเลียอย่างเป็นทางการของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ระหว่างวันที่ 17–20 สิงหาคม 2569 ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับออสเตรเลีย โดยการเยือนครั้งนี้เป็นไปตามคำเชิญของนายแอนโทนี แอลบาเนซี (Anthony Albanese) นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย และนับเป็นการเยือนออสเตรเลียอย่างเป็นทางการครั้งแรกของนายกรัฐมนตรีไทยในรอบ 14 ปี
ภารกิจของนายกฯ ไทยครอบคลุมทั้งการหารือข้อราชการกับนายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย เพื่อต่อยอดความร่วมมือด้านการค้า การลงทุน และเศรษฐกิจ การแสดงวิสัยทัศน์ที่สถาบัน Lowy Institute การพบหารือบริษัทชั้นนำของออสเตรเลีย การร่วมกิจกรรมภาคธุรกิจ (Networking Reception) และการพบปะชุมชนไทยในออสเตรเลีย
แล้วความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างไทยกับออสเตรเลียเป็นอย่างไร ทั้งสองประเทศค้าขายอะไรกัน มีมูลค่ามากแค่ไหน และที่ผ่านมาไทยกับออสเตรเลียมีความร่วมมือด้านการลงทุนกันอย่างไร SPOTLIGHT ขอชวนเปิดข้อมูลดูกัน
ไทยและออสเตรเลียมีความสัมพันธ์ทางการทูตมายาวนาน 74 ปี นับตั้งแต่ปี 2495 และความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศได้พัฒนาขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะหลังจากนายกรัฐมนตรีของทั้งสองฝ่ายลงนามในปฏิญญาร่วมว่าด้วยความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2563
ด้านความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจของไทยกับออสเตรเลียมีความสำคัญมากขึ้นตามลำดับ โดยมีความตกลงการค้าเสรีไทย-ออสเตรเลีย (Thailand - Australia Free Trade Agreement: TAFTA) เป็นหนึ่งในฐานสำคัญ TAFTA มีผลบังคับใช้มาเกือบ 20 ปี (มีผลบังคับใช้เมื่อ 1 มกราคม 2548) และลดภาษีเป็นศูนย์เกือบทุกรายการแล้ว
นอกจากนั้น ไทยและออสเตรเลียยังเป็นภาคีเขตการค้าเสรี (FTA) ร่วมกันอีก 2 ฉบับ คือ ความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ (ASEAN-Australia-New Zealand Free Trade Area: AANZFTA) และความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (Regional Comprehensive Economic Partnership: RCEP)
นอกจากนั้น ยังมียุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ (Strategic Economic Cooperation Arrangement: SECA) ที่ลงนามฉบับแรกเมื่อปี 2565 ในวาระฉลองครบ 70 ปีความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับออสเตรเลีย เพื่อสานต่อความร่วมมือในสาขาที่มีศักยภาพร่วมกัน เช่น การศึกษา การท่องเที่ยว และการค้าดิจิทัล
ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 ออสเตรเลียเป็นคู่ค้าสำคัญอันดับ 9 ของไทย มีมูลค่าการค้ารวม 397,103.56 ล้านบาท แบ่งเป็นไทยส่งออกไปออสเตรเลีย 257,461.10 ล้านบาท และนำเข้าจากออสเตรเลีย 139,642.46 ล้านบาท ทำให้ไทยเกินดุลการค้าออสเตรเลีย 117,818.65 ล้านบาท
ย้อนดูข้อมูลการค้าในช่วง 3 ปีก่อนหน้า พบว่า ในปี 2566 ออสเตรเลียเคยเป็นคู่ค้าอันดับ 7 ของไทย มีมูลค่าการค้ารวม 658,935.39 ล้านบาท โดยไทยส่งออกไปออสเตรเลีย 421,710.92 ล้านบาท และไทยนำเข้าจากออสเตรเลีย 237,224.46 ล้านบาท ทำให้ไทยเกินดุลการค้าออสเตรเลีย 184,486.46 ล้านบาท
ในปี 2567 ออสเตรเลียเป็นคู่ค้าอันดับ 9 ของไทย มูลค่าการค้ารวมอยู่ที่ 628,454.49 ล้านบาท ไทยส่งออกไปออสเตรเลีย 433,559.75 ล้านบาท และไทยนำเข้าจากออสเตรเลีย 194,894.74 ล้านบาท ส่งผลให้ไทยเกินดุลการค้าออสเตรเลีย 238,665.02 ล้านบาท
ส่วนปี 2568 ออสเตรเลียเป็นคู่ค้าอันดับ 11 ของไทย มีมูลค่าการค้ารวม 570,742.08 ล้านบาท แบ่งเป็นไทยส่งออกไปออสเตรเลีย 394,812.60 ล้านบาท และไทยนำเข้าจากออสเตรเลีย 175,929.48 ล้านบาท ส่งผลให้ไทยเกินดุลการค้าออสเตรเลีย 218,883.13 ล้านบาท
สำหรับสินค้าสำคัญที่ค้าขายกันระหว่างสองประเทศ ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 หากดู 10 อันดับแรก มีดังนี้
สินค้าที่ไทยส่งออกไปออสเตรเลียมากที่สุด 10 อันดับแรก
ทั้งนี้ 10 รายการสินค้าส่งออกดังกล่าวมีมูลค่ารวม 210,708.28 ล้านบาท คิดเป็น 81.84% ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมด
สินค้าที่ไทยนำเข้าจากออสเตรเลียมากที่สุด 10 อันดับแรก
ทั้งนี้ 10 รายการสินค้านำเข้ามีมูลค่ารวม 128,670.27 ล้านบาท คิดเป็น 92.14% ของมูลค่าการนำเข้าทั้งหมด
ด้านการลงทุนก็มีความเชื่อมโยงระหว่างกันไม่น้อย โดยข้อมูลของกระทรวงการต่างประเทศและการค้าออสเตรเลีย (DFAT) ระบุว่า ณ สิ้นปี 2568 ไทยมีการลงทุนโดยตรงในออสเตรเลีย 5,615 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือประมาณ 130,800 ล้านบาท ขณะที่ออสเตรเลียมีการลงทุนโดยตรงในไทย 308 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือประมาณ 7,200 ล้านบาท
การเยือนออสเตรเลียของนายกฯ ไทยครั้งนี้เป็นอีกก้าวของการต่อยอดความสัมพันธ์ โดยไทยและออสเตรเลียกำลังเดินหน้าสานต่อแผนความร่วมมือทางยุทธศาสตร์ เห็นได้จากมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 ที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบร่างแผนปฏิบัติการร่วมว่าด้วยความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ไทย-ออสเตรเลีย ค.ศ. 2026–2029 เพื่อขับเคลื่อนความร่วมมือในช่วง 4 ปี หลังจากแผนฉบับก่อนหน้า ค.ศ. 2022–2025 สิ้นสุดลง ครอบคลุมตั้งแต่การเมืองและความมั่นคง เศรษฐกิจและการค้า ความร่วมมือรายสาขา ความเชื่อมโยงระดับประชาชน ไปจนถึงความร่วมมือระดับภูมิภาคและอนุภูมิภาค
ขณะเดียวกัน คณะรัฐมนตรีเห็นชอบให้นายกรัฐมนตรีไทยและนายกรัฐมนตรีออสเตรเลียร่วมกันประกาศและ/หรือลงนามในร่างแถลงการณ์ร่วมทั้ง 2 ฉบับ ขณะที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของทั้งสองประเทศจะร่วมลงนามในแผนปฏิบัติการร่วมฯ เพื่อสานต่อความร่วมมือจากแผนฉบับก่อนหน้า และเดินหน้าความสัมพันธ์ไทย-ออสเตรเลียในช่วง 4 ปีต่อไป
ในส่วนของเศรษฐกิจและการค้า มีร่างแถลงการณ์ร่วมของผู้นำว่าด้วยการกระชับความร่วมมือทางเศรษฐกิจ (Leaders’ Statement on deepening economic engagement) ซึ่งทั้งสองฝ่ายจะแสดงเจตจำนงร่วมกันในการส่งเสริมการเติบโตและความมั่นคงทางเศรษฐกิจ
นอกจากความร่วมมือระหว่างภาครัฐแล้ว การเยือนครั้งนี้นายกฯ ยังนำคณะภาคเอกชนไทยร่วมเดินทางไปด้วย เพื่อผลักดันความร่วมมือด้านการค้า การลงทุน และเศรษฐกิจให้เป็นรูปธรรม
อ้างอิง : รัฐบาลไทย [1], รัฐบาลไทย [2], กระทรวงพาณิชย์, กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ, กระทรวงต่างประเทศและการค้า ออสเตรเลีย