Logo site Amarintv 34HD
logo duooneLogo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
สถาบันที่หลอดแบคทีเรียกาฬโรคแตกวิจัยอะไร? ทำไมตั้งอยู่ไซบีเรียห่างไกล
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

สถาบันที่หลอดแบคทีเรียกาฬโรคแตกวิจัยอะไร? ทำไมตั้งอยู่ไซบีเรียห่างไกล

6 ต.ค. 69
10:05 น.
แชร์

ท่ามกลางการจับตาของผู้คนทั่วโลก เรารู้ข้อมูลอะไรแล้วบ้าง? เกี่ยวกับการที่เจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการรายหนึ่งในสถาบันวิจัยกาฬโรคของรัสเซียเสียชีวิต 

รายงานระบุว่า เธอทำหลอดทดลองที่บรรจุแบคทีเรีย Yersinia pestis แบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของกาฬโรคแตกออกโดยไม่ได้ตั้งใจเมื่อวันที่ 25 กันยายน ก่อนจะเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเมื่อวันที่ 29 กันยายน และเสียชีวิตที่โรงพยาบาลในช่วงเช้ามืดของวันที่ 2 ตุลาคม ด้วยอาการ“โรคปอดบวมไม่ทราบสาเหตุ” ซึ่งหมายถึงยังไม่สามารถระบุสาเหตุของโรคได้ 

หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ของสถาบันดังกล่าวและผู้ที่สัมผัสใกล้ชิดเธอถูกกักตัวเพื่อดูอาการมากกว่า 200 คน แม้อิกอร์ ค็อบเซฟ ผู้ว่าการแคว้นอีร์คุตสค์ ระบุผ่าน Telegram เมื่อวันที่ 5 ตุลาคมว่า “สถานการณ์ด้านสุขอนามัยและระบาดวิทยาในอีร์คุตสค์” รวมถึงพื้นที่ใกล้เคียงที่เจ้าหน้าที่ผู้เสียชีวิตคนดังกล่าวเข้ารับการรักษา ขณะนี้ยังคงอยู่ในระดับที่มีเสถียรภาพ พร้อมระบุว่า ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ยังไม่มีรายงานเจ้าหน้าที่ของสถาบันรายอื่นเข้ารับการรักษาพยาบาลเพิ่มเติม

เชื่อว่าคำถามหนึ่งที่หลายคนสงสัยคือ สถาบันวิจัยดังกล่าวทำหน้าที่อะไรกันแน่ แล้วทำไมต้องไปตั้งอยู่ในพื้นที่ห่างไกลอย่างไซบีเรีย? 

Spotlight รวบรวมข้อมูลที่ปรากฏจากสื่อต่างประเทศแหล่งต่าง ๆ รวมถึงย้อนอดีตข้อมูลว่า ในยุคโซเวียต พวกเขาก็เคยจัดตั้งระบบเครือข่ายสถาบันในลักษณะนี้มีก่อน 


สถาบันดังกล่าวทำอะไรกันแน่? ทำไมตั้งอยู่ที่ไซบีเรีย

สถาบันดังกล่าวมีชื่อเต็ม ๆ ว่า สถาบันวิจัยกาฬโรคอีร์คุตสค์แห่งไซบีเรียและตะวันออกไกล (Irkutsk Anti-Plague Research Institute of Siberia and the Far East) โดยในสื่อต่างประเทศของรัสเซียรายงานว่า ทำหน้าที่วิจัยเพื่อทำความเข้าใจและควบคุมโรค

เพราะหากย้อนกลับไปในช่วงศตวรรษที่ 14 แบคทีเรียกาฬโรค หรือ Yersinia pestis เคยคร่าชีวิตประชากรยุโรปมากถึงครึ่งหนึ่ง ในช่วงที่รู้จักกันในชื่อ กาฬมรณะ (Black Death) สามารถพบได้ในสัตว์ฟันแทะ เช่น มาร์มอต ในพื้นที่ดังกล่าว

ดังนั้นสถาบันต่อต้านโรคระบาดแห่งไซบีเรียและตะวันออกไกลก่อตั้งขึ้นเมื่อกว่า 100 ปีก่อน เพื่อตอบสนองต่อการระบาดของกาฬโรคในช่วงทศวรรษ 1920

จริง ๆ แล้ว ก่อนการล่มสลายของสหภาพโซเวียต พวกเขาเคยดำเนินเครือข่ายสถาบันวิจัยและหน่วยงานขนาดใหญ่ที่มีลักษณะเฉพาะ เรียกว่า “ระบบต่อต้านโรคระบาด” (Anti-Plague System) โดยมีภารกิจหลักในการควบคุมโรคติดเชื้อร้ายแรงที่เป็นโรคประจำถิ่น และป้องกันการนำเชื้อก่อโรคจากต่างประเทศเข้ามาในประเทศ

คำว่า “Plague” หรือ “โรคระบาด” ที่ใช้เป็นชื่ออย่างเป็นทางการของระบบ ไม่ได้หมายถึงเฉพาะกาฬโรคที่เกิดจากแบคทีเรีย Yersinia pestis เท่านั้น แต่ใช้ในความหมายที่กว้างกว่า ครอบคลุมโรคประจำถิ่นและโรคจากต่างประเทศที่เป็นอันตรายอื่น ๆ ซึ่งเกิดจากเชื้อแบคทีเรียหรือไวรัส

ตลอดช่วงยุคสหภาพโซเวียต ระบบต่อต้านโรคระบาดดูเหมือนจะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยสามารถป้องกันไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดครั้งใหญ่จนมีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมากในพื้นที่ที่มีโรคต่าง ๆ เป็นโรคประจำถิ่น เช่น

  • แอนแทรกซ์
  • บรูเซลโลซิส
  • กาฬโรค
  • ไข้เลือดออกไครเมีย-คองโก (Crimean-Congo Hemorrhagic Fever หรือ CCHF)
  • ทูลารีเมีย (Tularemia)

ดังนั้น การที่สถาบันที่เกิดเรื่องขึ้นตั้งไว้ในไซบีเรีย ไม่ได้เกิดจากเหตุผลว่าอยู่ในพื้นที่ห่างไกลเพียงอย่างเดียว แต่เพราะบริเวณดังกล่าวมีแหล่งรังโรคตามธรรมชาติ 

เอกสารของ NTI อธิบายภาพรวมว่า ระบบ Anti-Plague มีสถานีและทีมระบาดวิทยาประมาณ 200 ทีม กระจายอยู่ใน 11 สาธารณรัฐของอดีตสหภาพโซเวียต โดยมีการวางตำแหน่งเชิงยุทธศาสตร์เพื่อควบคุมโรคประจำถิ่นและป้องกันเชื้อจากประเทศเพื่อนบ้าน เช่น อัฟกานิสถาน จีน อิหร่าน มองโกเลีย และปากีสถาน


เชื้อแบคทีเรียที่หลอดแตกคืออะไรกันแน่?

แบคทีเรีย Yersinia pestis ในรูปแบบกาฬโรคปอดจะส่งผลกระทบต่อปอด และสามารถแพร่จากคนสู่คนผ่านละอองจากระบบทางเดินหายใจเมื่อมีการสัมผัสใกล้ชิด โรคสามารถดำเนินไปอย่างรวดเร็ว แต่ยาปฏิชีวนะในปัจจุบันมีประสิทธิภาพสูงในการรักษา โดยเฉพาะหากเริ่มรักษาอย่างรวดเร็ว

ดร.ไซมอน คลาร์ก รองศาสตราจารย์ด้านจุลชีววิทยาเซลล์จากมหาวิทยาลัยเรดดิ้ง ให้สัมภาษณ์รายการ PM ของ BBC Radio 4 ว่า กาฬโรคปอดจากเชื้อ Yersinia pestis หากไม่ได้รับการรักษาแทบจะนำไปสู่การเสียชีวิต แต่สามารถรักษาให้หายได้ด้วยยาปฏิชีวนะ และกาฬโรคปอดสามารถแพร่จากคนสู่คนได้ นั่นคือเหตุผลที่ทำให้เกิดความกังวล

อย่างไรก็ตาม เขาระบุว่า ผู้คนมักนึกถึงการล็อกดาวน์และสถานการณ์แบบช่วงโควิด-19 เมื่อได้ยินเรื่องการระบาดของโรคติดเชื้อ แต่ “นั่นไม่ใช่สิ่งที่จะเกิดขึ้นในกรณีนี้”

คลาร์กระบุว่า ผู้คนคิดว่ากาฬโรคหายไปแล้ว มันเกิดขึ้นเมื่อหลายร้อยปีก่อน แต่จริง ๆ แล้วมันยังคงอยู่ มันยังคงพบอยู่ในบางพื้นที่ของโลก และยังเป็นภัยคุกคามต่อสุขภาพของมนุษย์ นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเราจำเป็นต้องศึกษามัน

เมื่อถูกถามว่า เชื้อดังกล่าวอาจถูกศึกษาเพื่อพัฒนาไปใช้เป็นอาวุธชีวภาพหรือไม่ นักวิทยาศาสตร์รายนี้ยอมรับว่า มีความเป็นไปได้ อย่างไรก็ตาม คลาร์กกล่าวว่า แม้ความจริงที่ว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นในรัสเซียจะทำให้หลายคนเชื่อมโยงไปถึงประเด็นอาวุธชีวภาพ แต่เขามองว่า คำอธิบายก่อนหน้านี้เกี่ยวกับการวิจัยเพื่อทำความเข้าใจและควบคุมโรค มีความเป็นไปได้มากกว่า

สถานการณ์ล่าสุด เฝ้าระวังราว 200 คน

สื่อรัสเซียเปิดเผยชื่อหญิงนักวิจัยที่เสียชีวิตว่าคือ ดารียา ชิปิโลวา อายุ 20 ปลาย และล่าสุด  สื่อรายงานว่า มีประชาชนประมาณ 200 คน ที่อาจสัมผัสใกล้ชิดกับชิปิโลวาถูกนำเข้าสู่การเฝ้าระวังทางการแพทย์หรือกักตัว หลายคนถูกส่งไปเฝ้าดูอาการในโรงพยาบาลในพื้นที่

แหล่งข่าวอิสระ 2 ราย ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของสถาบันและญาติของเจ้าหน้าที่ เปิดเผยกับ Siberia.Realities ว่า เจ้าหน้าที่ของสถาบันวิจัยกาฬโรคถูกสั่งให้อยู่ภายในสถานที่ตั้งของสถาบันมาตั้งแต่วันที่ 2 ตุลาคม โดยต้องนอนบนพื้นและเก้าอี้ระหว่างรอผลตรวจ

แหล่งข่าวกล่าวโดยไม่เปิดเผยชื่อ เนื่องจากสถานการณ์มีความอ่อนไหวและเกรงว่าจะได้รับผลกระทบ โดยญาติของเจ้าหน้าที่รายหนึ่งระบุว่า “พวกเขาล็อกทุกคนไว้ภายในเพื่อกักตัวตั้งแต่วันศุกร์ที่ 2 ตุลาคม มากกว่า 60 คน”

แหล่งข่าวรายดังกล่าวระบุเพิ่มเติมว่า จนถึงวันเสาร์ที่ 3 ตุลาคม ยังไม่พบผู้มีผลตรวจเป็นบวกแม้แต่รายเดียว เจ้าหน้าที่ต้องนอนบนพื้นและเก้าอี้ เนื่องจากไม่มีเตียงเพียงพอ ขณะที่ญาติได้รับอนุญาตให้นำอาหารมาส่งผ่านจุดตรวจ

อดีตเพื่อนร่วมงานของชิปิโลวาระบุว่า สถาบันแห่งนี้มีมาตรการด้านความปลอดภัยทางชีวภาพที่เข้มงวด รวมถึงการฉีดวัคซีนป้องกันกาฬโรคให้กับนักศึกษาฝึกงาน

นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่ามีการกักกันในโรงพยาบาล 2 แห่งและโรงพยาบาลคลอดบุตรอีก 1 แห่งในอีร์คุตสค์ โดยห้ามผู้มาเยี่ยม และผู้ป่วยบางรายไม่สามารถออกจากโรงพยาบาลได้เป็นเวลานานถึง 6 วัน

เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม โรงงานอะลูมิเนียมอีร์คุตสค์ในเมืองเชเลคอฟที่อยู่ใกล้เคียง ได้ประกาศบังคับสวมหน้ากากอนามัย

มาตรการดังกล่าวยิ่งเพิ่มความกังวลและการคาดเดาต่าง ๆ เนื่องจากในช่วงแรกเจ้าหน้าที่รัสเซียหลีกเลี่ยงที่จะกล่าวถึงคำว่า “กาฬโรค” โดยตรง ขณะที่รายงานจากสื่อท้องถิ่นและสำนักข่าวอิสระระบุถึงความเป็นไปได้ว่า อาจเกิดอุบัติเหตุภายในห้องปฏิบัติการ ซึ่งเกี่ยวข้องกับ ขณะนี้ ยังไม่มีหลักฐานที่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการว่ามีการแพร่เชื้อกาฬโรคระหว่างประชาชนในเมืองอีร์คุตสค์

สหรัฐฯ จับตาใกล้ชิด

ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ระบุว่า สหรัฐฯ กำลังจับตาอย่างใกล้ชิดต่อกรณีเจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการของรัสเซียเสียชีวิตที่ศูนย์วิจัยกาฬโรคในไซบีเรีย

มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าวว่า วอชิงตันกำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ท่ามกลางความกังวลว่าเหตุการณ์ดังกล่าวอาจนำไปสู่การแพร่ระบาดของกาฬโรคปอด (pneumonic plague) แต่ยังไม่มีเหตุผลให้ประชาชนต้องตื่นตระหนก

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า รัฐบาลสหรัฐฯ จะดำเนินการอย่างไรต่อความเสี่ยงที่กาฬโรคอาจแพร่จากรัสเซีย ทรัมป์กล่าวว่า เขายังไม่ได้พูดคุยกับรัฐบาลรัสเซียเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่เขาก็ไม่อยากเห็นรัสเซียเผชิญเรื่องนี้ และพร้อมจะช่วย

https://www.bbc.com/news/articles/cv5yn3nwp5n5o

https://www.rferl.org/a/russia-plague-warning-siberia-irkutsk-laboratory/33870385.html

https://nonproliferation.org/the-soviet-anti-plague-system/

https://nonproliferation.org/wp-content/uploads/cns-archive/antiplague/sonia.pdf

https://www.nti.org/analysis/articles/anti-plague-facilities-soviet-union/

แชร์
สถาบันที่หลอดแบคทีเรียกาฬโรคแตกวิจัยอะไร? ทำไมตั้งอยู่ไซบีเรียห่างไกล