
ตลาดบุหรี่ในประเทศไทยกลายเป็นตลาดที่อยู่ยากมาแล้วมาหลายปี ทั้งจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป และการเข้ามาของสินค้าผิดกฎหมาย ที่ทำให้ตลาดบุหรี่ถูกกฎหมายหดตัวต่อเนื่อง อีกทั้งแรงกดดันด้านนโยบายด้านสาธารณสุข ซึ่งล้วนแต่ส่งผลให้ผู้เล่นในอุตสาหกรรมต้องเร่งปรับตัว
สภาวะตลาดที่เต็มไปด้วยแรงกดดันส่งผลให้ผลประกอบการของการยาสูบแห่งประเทศไทย (ยสท.) ปีงบประมาณ 2568 หดตัวลงอย่างมาก โดยรายได้จากการจำหน่ายบุหรี่ลดลงกว่า 43% และกำไรลดลงกว่า 94% จากปีก่อนหน้า
เมื่อเผชิญแรงกดดันที่ยังไม่มีแนวโน้มจะดีขึ้น การยาสูบฯ จึงเลือกพลิกเกมโดยการเร่งขยายตลาดส่งออกและต่อยอดธุรกิจใหม่ เพื่อลดการพึ่งพารายได้จากบุหรี่ในประเทศเพียงช่องทางเดียว โดยตั้งเป้าให้ปี 2569 เป็นปีแห่งการเปลี่ยนผ่านเชิงยุทธศาสตร์
ภูมิจิตต์ พงษ์พันธุ์งาม ผู้ว่าการการยาสูบแห่งประเทศไทย (ยสท.) เปิดเผยว่า แม้รายได้จากธุรกิจหลักจะลดลงจากปัจจัยภายนอกที่ควบคุมได้ยาก แต่ ยสท. ยังสามารถประคองเสถียรภาพองค์กรและสร้างการเติบโตจากธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจส่งออกและธุรกิจใหม่ เช่น บุหรี่ส่งออก 870.73 ล้านบาท ใบยาส่งออก 417.21 ล้านบาท ธุรกิจโรงพยาบาลสวนเบญจกิติฯ 124.04 ล้านบาท รายได้จากผลิตภัณฑ์ยาสูบอื่น 36.95 ล้านบาท ธุรกิจรับจ้างผลิตสิ่งพิมพ์ 21 ล้านบาท ธุรกิจยาเส้น 19.46 ล้านบาท และธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ 15.45 ล้านบาท
ผู้ว่าการ ยสท.กล่าวอีกว่า ตัวเลขดังกล่าวเป็นสัญญาณชัดเจนว่า ยสท.พร้อมขยายสู่พื้นที่ธุรกิจใหม่ที่มั่นคงกว่าเดิม และบ่งชี้ถึงศักยภาพขององค์กรในการต่อยอดรายได้จากฐานทรัพยากร ความเชี่ยวชาญ และโครงสร้างพื้นฐานที่องค์กรของเรามีอยู่ และเพื่อรองรับทิศทางการเติบโตด้านการส่งออกอย่างจริงจัง ล่าสุด ยสท. ได้จัดตั้ง ‘สำนักส่งออกและตลาดต่างประเทศ’ ขึ้นมาเพื่อขับเคลื่อนงานด้านการส่งออกอย่างเต็มรูปแบบและครบวงจร ตั้งแต่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การตลาด การสร้างเครือข่ายคู่ค้าระหว่างประเทศ ไปจนถึงการบริหารจัดการโลจิสติกส์ และการขยายตลาดในต่างประเทศอย่างเป็นระบบ
ขณะเดียวกัน ผู้ว่าการ ยสท.บอกว่า ยสท.เดินหน้าตามกรอบ ESG (สิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล) อย่างเป็นรูปธรรมและเป็นระบบ ครอบคลุมทั้งมิติสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตทางธุรกิจ การสร้างมูลค่าเศรษฐกิจ และความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในระยะยาว
สำหรับปีงบประมาณ 2569 ยสท.ประกาศวิสัยทัศน์ใหม่ มุ่งเป็นองค์กรชั้นนำด้านยาสูบที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและการพัฒนาธุรกิจร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ภายใต้หลัก ESG พร้อมกำหนดพันธกิจใหม่ 4 ประการ คือ
“ปีงบประมาณ 2569 จะเป็นปีแห่งการเปลี่ยนผ่านเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญที่สุดของ ยสท. และจะเป็นจุดเริ่มต้นของการกำหนดทิศทางอนาคตองค์กรในระยะยาวอย่างแท้จริง”
ผู้ว่าการ ยสท.บอกอีกว่า ภายใต้วิสัยทัศน์และพันธกิจใหม่ ยสท.จะเร่งปรับโครงสร้างรูปแบบธุรกิจจากการพึ่งพารายได้จากบุหรี่เพียงอย่างเดียว สู่การเป็นองค์กรที่มีการขยายธุรกิจที่หลากหลาย ครอบคลุมทั้งธุรกิจยาสูบ การส่งออก ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง และธุรกิจใหม่ที่มีศักยภาพการเติบโตในระยะยาว ควบคู่กับการยกระดับขีดความสามารถด้านนวัตกรรม การพัฒนาผลิตภัณฑ์ และการสร้างพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ทั้งในและต่างประเทศ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งทางการแข่งขันในเวทีสากล
“ยสท.มุ่งมั่นที่จะพลิกเกมธุรกิจจากองค์กรที่เคยพึ่งพาตลาดบุหรี่เป็นหลัก สู่การเป็นองค์กรธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม การส่งออก และธุรกิจใหม่อย่างเป็นระบบ พร้อมเปลี่ยน ‘ปีแห่งความท้าทาย’ ให้เป็น ‘ปีแห่งการเปลี่ยนผ่าน’ และ ‘ปีแห่งโอกาส’ อย่างแท้จริง เพื่อวางรากฐานองค์กรให้พร้อมรับมือกับความผันผวนของอุตสาหกรรมยาสูบโลก และก้าวสู่การเป็นองค์กรชั้นนำด้านยาสูบที่เติบโตบนฐานของความโปร่งใส ความสามารถในการแข่งขัน และความยั่งยืนในทุกมิติ” ภูมิจิตต์ พงษ์พันธุ์งาม ผู้ว่าการการยาสูบฯกล่าว