
หลังจากไล่บี้ สตาร์บัคส์ (Starbucks) ในตลาดร้านกาแฟระดับแมสจนแบรนด์ยักษ์จากสหรัฐฯ ต้องเผชิญเส้นทางที่ยากลำบากในจีนแล้ว วันนี้ แบรนด์ร้านกาแฟ ลัคกิน คอฟฟี (Luckin Coffee) ของจีน ขยับเกมขึ้นอีกขั้นด้วยการเปิดแฟลกชิปสโตร์ระดับพรีเมียมแห่งแรก ส่งสัญญาณว่า Luckin Coffee พร้อมจะแข่งกับคู่แข่งทุกระดับ
คาดว่าคู่แข่งที่ Luckin ต้องการชน คือ ร้านกาแฟระดับพรีเมียมของ Starbucks ซึ่ง Starbucks มีการแบ่งระดับความพรีเมียมออกเป็นสองระดับ คือ Starbucks Reserve เป็นร้านระดับพรีเมียม และ Starbucks Reserve Roastery เป็นร้านระดับพรีเมียมสูงสุด ที่มีเพียงไม่กี่สาขาในโลก และหนึ่งในนั้นอยู่ในประเทศจีน
ตามที่ซีเอ็นบีซี (CNBC) รายงานว่า Luckin Coffee กำลังรุกท้าชนร้านกาแฟระดับไฮเอนด์ของ Starbucks โดยตรง ด้วยการเปิดแฟลกชิปสโตร์รูปแบบใหม่ซึ่งจำหน่ายเครื่องดื่มระดับพรีเมียม ที่เมืองเซินเจิ้น ติดกับพรมแดนฮ่องกง โดยเปิดร้านอย่างเป็นทางการแล้วในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์นี้
ความเคลื่อนไหวนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่แตกต่างจากกลยุทธ์ดั้งเดิมของ Luckin ที่เน้นร้านขนาดเล็กและกาแฟราคาประหยัด ซึ่งโมเดลที่เคยช่วยให้ Luckin แซงหน้า Starbucks ในแง่จำนวนสาขาในจีนมาแล้ว
เมนูกาแฟของร้าน Luckin Coffee Origin Flagship ต่างจากเมนูปกติของ Luckin ที่อเมริกาโนหรือลาเต้มีราคาเพียงราว 1-2 ดอลลาร์ แต่ร้านแฟลกชิปแห่งนี้ปรับราคาสูงขึ้นเล็กน้อยสำหรับกาแฟแบบดริปและแบบสกัดเย็น (cold brew) โดยลูกค้าสามารถเลือกเมล็ดกาแฟจากบราซิล เอธิโอเปีย หรือมณฑลยูนนานของจีนได้ เนื่องจาก Luckin ได้นำแนวคิด ‘แหล่งกำเนิดเมล็ดกาแฟ’ ที่ได้รับความนิยมจาก Starbucks และแบรนด์กาแฟอื่น ๆ มาใช้
นอกจากนั้น ร้านโมเดลใหม่ของ Luckin ยังมีเมนูพิเศษหลายรายการ เช่น ‘ทีรามิสุลาเต้’ ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมาก มีผู้ใช้โซเชียลมีเดียโพสต์ในโซเชียลมีเดียว่า ต้องรอคิวนาน 1-3 ชั่วโมง หลังจากที่ร้านเปิดทดลองให้บริการเมื่อวันที่ 20 มกราคม
ร้านโมเดลใหม่ของ Luckin แสดงให้เห็นถึงการแข่งขันที่เข้มข้นในตลาดจีนที่ Starbucks ต้องเผชิญ ซึ่งทำให้ Starbucks ต้องตัดสินใจขายธุรกิจส่วนใหญ่ในจีนที่กำลังเผชิญความท้าทายให้กับบริษัทในจีนไปเมื่อปีที่แล้ว
ทั้งนี้ Starbucks เลือกมหานครเซี่ยงไฮ้เป็นที่ตั้งร้าน Starbucks Reserve Roastery แห่งที่สองของโลก เมื่อปี 2017 หลังจากเปิดแห่งแรกที่ซีแอตเทิลเมื่อปี 2014 เนื่องจากเห็นว่าจีนเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูง
แต่เมื่อวัฒนธรรมการดื่มกาแฟเริ่มเติบโตในจีน ซึ่งเดิมเป็นตลาดที่นิยมชา Starbucks ก็ต้องเผชิญกับการแข่งขันอย่างดุเดือดจากคู่แข่งจำนวนมาก ตั้งแต่คาเฟ่บูติกไปจนถึงเชนอย่าง Cotti Coffee และ Manner ที่มักขายเครื่องดื่มในราคาถูกกว่า Starbucks ครึ่งหนึ่ง
สำหรับ Luckin ความเคลื่อนไหวล่าสุดนี้เน้นย้ำว่า Luckin สามารถฟื้นตัวได้อย่างแข็งแกร่งจากกรณีข้อกล่าวหาทุจริตในปี 2020 ที่ทำให้ต้องถูกเพิกถอนออกจากตลาดหลักทรัพย์ Nasdaq
Luckin รายงานรายได้ 1,550 ล้านดอลลาร์สหรัฐในไตรมาส 3 ของปี 2025 (สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน) ซึ่งเพิ่มขึ้นเกือบ 48% จากปีก่อนหน้า ตัวเลขนี้นับเฉพาะรายได้จากร้านที่บริษัทบริหารจัดการเอง (ไม่รวมร้านที่ขายแฟรนไชส์) ซึ่งคิดเป็นมากกว่าครึ่งหนึ่งของสาขาทั้งหมดในจีน และเป็นส่วนใหญ่ของสาขาในต่างประเทศ ซึ่งยังมีไม่มาก ทั้งนี้ สาขาใหม่ที่เซินเจิ้นนี้ถูกนับเป็นร้านที่ 30,000 ของ Luckin ขณะที่ข้อมูล ณ วันที่ 30 กันยายน 2025 Luckin มีสาขารวมทั่วโลก 29,214 สาขา
ในทางตรงกันข้าม Starbucks มีสาขาในจีนเพียงกว่า 8,000 สาขา และราว 16,900 สาขาในสหรัฐฯ ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ที่สุด
Starbucks รายงานรายได้สุทธิจากจีนในไตรมาส 3 ปี 2025 จำนวน 831.6 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 6% เมื่อเทียบปีก่อนหน้า ขณะที่ยอดขายสาขาเดิมเติบโตเพียง 2% แต่ปรับเพิ่มเติบโตดีขึ้นเป็น 7% ในไตรมาสที่ 4 อย่างไรก็ตาม Starbucks ไม่ได้เปิดเผยรายได้สุทธิจากจีนในไตรมาสที่ 4
Starbucks คาดว่าจะปิดดีลในช่วงฤดูใบไม้ผลิปีนี้ เพื่อขายธุรกิจจีน 60% ให้ Boyu Capital โดยยังถือหุ้นไว้ 40% ตอนที่ประกาศดีลในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา Starbucks ประเมินมูลค่าธุรกิจในจีนไว้ที่ 13,000 ล้านดอลลาร์ รวมค่าลิขสิทธิ์แบรนด์ในอนาคต
เมื่อปลายปีที่แล้ว จินอี้ กัว (Jinyi Guo) ซีอีโอของ Luckin ส่งสัญญาณถึงแผนกลับเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ อีกครั้ง แต่ยังไม่ได้ระบุกรอบเวลา ทั้งนี้ Luckin ก่อตั้งปลายปี 2017 และมีมูลค่าพุ่งแตะ 2,900 ล้านดอลลาร์ภายใน 18 เดือน ก่อนจะเข้าตลาด Nasdaq ในเดือนพฤษภาคม 2019 แต่ราวหนึ่งปีต่อมา Luckin ยอมรับว่าตัวเลขยอดขายปี 2019 จำนวนมากถูกปลอมแปลงขึ้น ส่งผลให้หุ้นถูกเพิกถอนออกจากตลาด
ถึงแม้เผชิญวิกฤต แต่บริษัทจีนรายนี้ยังคงเปิดดำเนินกิจการร้านส่วนใหญ่ต่อไป และยังคงใช้ชื่อและโลโก้เดิม นอกจากนี้ Luckin ยังเร่งดึงดูดผู้บริโภคด้วยการร่วมมือกับหลายแบรนด์ เช่น แบรนด์สุราพรีเมียม เหมาไถ (Moutai) ตัวการ์ตูนมินเนียน และเกมยอดฮิต ‘Black Myth: Wukong’
หมิงเฉา เสี่ยว (Mingchao Xiao) ผู้ก่อตั้งบริษัทที่ปรึกษา Zhimeng Trends Consulting มองว่า จุดแข็งของ Luckin คือ ความสามารถในการสร้างฐานผู้ใช้แบบส่วนตัวที่แข็งแกร่งผ่านแอปสั่งซื้อบนสมาร์ทโฟน โดยลูกค้าเลือกและจ่ายเงินผ่านแอปโดยตรง แทนการสั่งกับพนักงานหน้าเคาน์เตอร์
เขาบอกอีกว่า ตลาดกาแฟจีนยังอยู่ในช่วงของการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ผู้บริโภครุ่นใหม่เปิดรับประสบการณ์หลากหลาย และต้องการการเติมเต็มทางอารมณ์ ซึ่งแบรนด์สามารถตอบสนองความต้องการนี้ได้โดยสร้างความร่วมมือระหว่างแบรนด์ในอุตสาหกรรมต่าง ๆ
นอกจากการเติบโตในประเทศแล้ว Luckin กำลังเร่งขยายสู่ตลาดโลกเช่นเดียวกับแบรนด์จีนอีกจำนวนมาก โดยในช่วงฤดูร้อนปีที่แล้ว Luckin เปิดสาขาแรกในสหรัฐฯ ที่นครนิวยอร์ก ซึ่งสร้างความฮือฮาว่าเป็นการบุกบ้าน Starbucks และเพิ่งเปิดสาขาที่ 10 ในนิวยอร์กเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
นอกจากนั้น Luckin มีร้าน 68 สาขาในสิงคโปร์ หลังเข้าสู่ตลาดเมื่อเกือบสามปีที่แล้ว และมี 45 สาขาที่ร่วมทุนในมาเลเซีย
.
อ้างอิง : CNBC
ภาพ : CNBC อ้างอิง Luckin Coffee