
นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เดินหน้าขับเคลื่อนการทำงานตามนโยบายของ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผ่านงานวิจัยและพัฒนาที่ตอบโจทย์ทั้งภาคการผลิตและสิ่งแวดล้อม ให้ความสำคัญกับการนำของเหลือทิ้งจากภาคเกษตรและอุตสาหกรรมมาต่อยอดเป็นนวัตกรรมที่ใช้ประโยชน์ได้จริง ล่าสุดกรมวิชาการเกษตรสนับสนุนงานวิจัยพัฒนา “เม็ดพลาสติกชีวภาพผสมกากกาแฟ” นำกากกาแฟที่ต้องทิ้งจากร้านกาแฟทั่วประเทศมาแปรรูปเป็นบรรจุภัณฑ์ที่ย่อยสลายได้ ช่วยแก้ปัญหาขยะกากกาแฟและขยะพลาสติกไปพร้อมกัน
กรมวิชาการเกษตร ระบุว่า ปัจจุบันคนไทยดื่มกาแฟเฉลี่ยคนละ 300 แก้วต่อปี แต่ละแก้วทิ้งกากกาแฟไว้ 9-18 กรัม รวมทั้งประเทศมีกากกาแฟเหลือทิ้งกว่า 290,000 ตันต่อปี ก่อภาระต้นทุนกำจัดสูงเพราะน้ำหนักมากและมีความชื้น ขณะเดียวกันไทยยังมีปัญหาขยะพลาสติกกว่า 2.76 ล้านตันต่อปี ซึ่งกว่าครึ่งไม่ได้ถูกนำกลับไปรีไซเคิล กรมวิชาการเกษตรจึงพัฒนาวิธีนำกากกาแฟมาผสมกับพลาสติกชีวภาพ ได้เป็นบรรจุภัณฑ์สีน้ำตาลธรรมชาติ ไม่ต้องแต่งสี มีกลิ่นหอมอ่อนๆ และผ่านการทดสอบความปลอดภัยด้านอาหารแล้ว ใช้ใส่อาหารทั่วไป อาหารเหลวร้อนไม่เกิน 60 องศา และอาหารที่มีไขมันได้
นายกนกศักดิ์ ลอยเลิศ นักวิทยาศาสตร์ชำนาญการพิเศษ กองวิจัยและพัฒนาวิทยาการหลังการเก็บเกี่ยวและแปรรูปผลิตผลเกษตร กรมวิชาการเกษตร ให้ข้อมูลว่า เทคโนโลยีนี้เหมาะกับผู้ประกอบการบรรจุภัณฑ์พลาสติกชีวภาพ โรงงานผลิตภาชนะอาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงธุรกิจกาแฟที่อยากทำผลิตภัณฑ์รักษ์โลก หากนำเทคโนโลยีนี้ไปใช้แทนพลาสติกใช้แล้วทิ้งได้เต็มรูปแบบ จะช่วยลดปริมาณขยะพลาสติกลงได้ถึง 50% พร้อมช่วยเพิ่มมูลค่าให้วัสดุเหลือใช้จากอุตสาหกรรมกาแฟ ลดต้นทุนกำจัดของเสียและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมไปในตัว
สำหรับผู้ประกอบการที่สนใจ สามารถนำวัสดุนี้ไปใช้กับกระบวนการผลิตและเครื่องจักรเดิมที่มีอยู่ได้ทันทีโดยกรมวิชาการเกษตรมีสูตรการผลิตพร้อมถ่ายทอดองค์ความรู้ และช่วยแนะนำสถานที่ผลิตให้แก่ผู้ที่ต้องการต่อยอดในระดับอุตสาหกรรม
ผู้สนใจสามารถติดต่อได้ที่กลุ่มวิจัยและพัฒนาการแปรรูปผลิตผลเกษตร กองวิจัยพัฒนาวิทยาการหลังการเก็บเกี่ยวและแปรรูปผลิตผลเกษตร กรมวิชาการเกษตร โทร 02-940-5468 หรือทางเพจ Facebook : กวป. กรมวิชาการเกษตร pprdd - doa
Advertisement