(29 ส.ค. 2568) คณะรวมพลังแผ่นดินปกป้องอธิปไตยไทย นำโดย นายจตุพร พรหมพันธุ์ อดีตแกนนำ นปช. และ นายพิชิต ไชยมงคล แกนนำกลุ่ม คปท. รวมกันแถลงข่าวภายหลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญอ่านคําวินิจฉัยคดีคลิปเสียงสนทนาระหว่าง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กับ สมเด็จฮุนเซน ประธานวุฒิสภาแห่งกัมพูชา ปมพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา
โดยล่าสุดศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ความเป็นรัฐมนตรีของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร สิ้นสุดลงเฉพาะตัว ส่งผลให้กลุ่มมวลชนที่เดินทางมาร่วมติดตามการแถลงข่าวของ คณะคณะรวมพลังแผ่นดินปกป้องอธิปไตยไทย ที่ โรงแรมรัตนโกสินทร์ ต่างพากันส่งเสียงร้องตะโกนด้วยความดีใจพร้อมบอกว่า "ออกไป ออกไป ออกไป"
จากนั้น นายพิชิต ไชยมงคล แกนนำกลุ่ม คปท. กล่าวว่า คําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญได้กล่าวถึงผลประโยชน์ทับซ้อนเรื่องความสัมพันธ์ส่วนตัวที่อยู่เหนือเกียรติภูมิของประเทศชาติ ซึ่งเป็นคําที่คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญยกขึ้นมาเขียนไว้ในคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ อย่างไรก็ตามแม้คําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญจะมีผลทันทีให้ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร พ้นจากตําแหน่งนายกรัฐมนตรี แต่เนื่องจากพรรคเพื่อไทยยังมี นายชัยเกษม นิติสิริ เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและอาจถูกแทรกแซงจากอดีตนายกรัฐมนตรี
ดังนั้นเพื่อแสดงจุดยืนและไม่ให้เกิดผลประโยชน์ทับซ้อนจึงซ้อนจึงนัดหมายชุมนุมในวันที่ 31 ส.ค. 2568 ที่ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เพื่อคัดค้านและไม่เห็นด้วยที่จะให้พรรคเพื่อเป็นแกนนําในการจัดตั้งรัฐบาล เนื่องจากมีผลประโยชน์ทับซ้อนทั้งจากในและนอกประเทศ ส่วนการคัดเลือกนายกรัฐมนตรีท่านอื่นก็ขอให้เป็นไปตามกลไกลตามรัฐธรรมนูญในระบบรัฐสภา
ด้าน นายจตุพร พรหมพันธุ์ กล่าวว่า เหตุผลที่ต้องนัดชุมนุมอีกครั้งแม้ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคําวินิจฉัยให้ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร พ้นจากตําแหน่งนายกรัฐมนตรี เพราะไม่ต้องการให้ นายชัยเกษม นิติสิริ ขึ้นเป็นนายกฯเนื่องจากมองว่าจะทําให้สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ไม่มีวันจบสิ้น "ไม่ใช้ลบไม่ขลาด แต่จะลบไม่ขาด เพราะไม่รู้ว่ากัมพูชาจะเปิดคลิปอะไรอีก"
เมื่อถามว่าหากไม่เอา นายชัยเกษม แล้วจะเอาใคร นายจตุพร ตอบว่า "ใครก็ได้" ที่รับเงื่อนไขของประชาชนได้ โดยเงื่อนไขแรกคือต้องยกเลิก MOU ปี 43 และ ปี 44 ทันที, ยกเลิกเอนเตอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์, ยกเลิกเรื่องการขายแผ่นดิน 99 ปี, แลนด์บริดจ์ที่แอบซุกที่กว่า 3 แสนไร่ 99 ปี จะต้องยกเลิกทันที และ พ.ร.บ.ศูนย์กลางทางการเงินที่จะสร้างสกุลเงินขึ้นมาใหม่จะต้องยกเลิกโดยทันที ซึ่งเรื่องเหล่านี้เป็นผลประโยชน์ของชาติบ้านเมืองหากใครจะขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีถ้ารับเงื่อนไขนี้ไม่ได้ก็จะต้องเจอการขับไล่ไม่ว่าหน้าไหนก็ตาม
Advertisement