
เมื่อวันที่ 1 เมษายน2569 ที่ห้องประชุมชั้น3 สำนักงานองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายกอบจ.ปทุมธานี เป็นประธานการประชุมร่วมกับ นายเทพสุริยา สะอาด ท้องถิ่นจังหวัดปทุมธานี คณะผู้บริหารสมาชิกสภาอบจ. และตัวแทนผู้จำหน่ายน้ำมันจากบริษัททีพีแอลออยล์จำกัด เพื่อหารือมาตรการเร่ง ด่วนในการช่วยเหลือประชาชนด้านราคาน้ำมัน
ในที่ประชุมพล.ต.ท.คำรณวิทย์ ได้เสนอแนวทางที่เป็นรูปธรรมโดยการที่อบจ.ปทุมธานี จะงดเว้นการจัดเก็บภาษีน้ำมันจากสถานีบริการน้ำมันทั้ง 317 แห่ง ทั่วจังหวัด ซึ่งปกติอบจ. จะจัดเก็บภาษีในอัตรา 4.45 สตางค์ ต่อลิตรคิดเป็นมูลค่ารายได้ รวมกว่า 4 ล้านบาท ต่อเดือน โดยจะงดเก็บเป็นระยะเวลา 3 เดือน เพื่อนำวงเงินภาษีส่วนนี้ไปบริหารจัดการให้กลายเป็นส่วนลดราคาน้ำมันที่หัวจ่ายโดยตรง เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายช่วยเหลือ ในการประกอบอาชีพของพี่น้องประชาชน
พล.ต.ท.คำรณวิทย์กล่าวว่า ตอนนี้ประชาชนโดยเฉพาะพี่น้องเกษตรกรกำลังเดือดร้อนหนัก ผมก็หาทางช่วยว่าพอจะมีวิธีลดราคาน้ำมัน บ้างไหมก็ไปสะดุดที่รายได้จากภาษีน้ำมัน 4.45 สตางค์ต่อลิตร ที่อบจ.ได้รับผม จึงปรึกษากับผู้อำนวยการกองคลัง และฝ่ายกฎหมายสอบถามว่าหากชะลอการเก็บภาษี จะมีผลกระทบต่อการบริหารงานหรือไม่ ได้รับคำตอบว่าไม่ส่งผลกระทบ ต่อการบริหารจึงตัดสินใจว่าเราจะไม่เก็บภาษีน้ำมัน 4.45 สตางค์ต่อลิตร แต่จะคืนกลับไปเป็นส่วนลดที่หัวจ่ายให้ประชาชนทันที 3 เดือน แม้รายได้ภาษี 4 ล้านบาท แม้จะเป็นเงินจำนวนมาก สำหรับงบพัฒนาแต่ในภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ ถ้าเรายอมเสียสละรายได้
ส่วนนี้แล้วทำให้พี่น้องชาวปทุมธานีลืมตาอ้าปากได้ ลดต้นทุนการเดินทางและการประกอบอาชีพได้ ผมถือว่าคุ้มค่าที่สุด เงินภาษีต้องกลับไปหาประชาชนในรูปแบบที่จับต้องได้จริง แม้ยอดเงินที่ลดอาจจะไม่ได้เยอะ แต่สำหรับเกษตรกรที่มาเติมน้ำมันครั้งละ 200 ลิตร ส่วนลดก็ถือเป็นการช่วยแบ่งเบาภาระไปได้บ้าง และถ้าหากแนวคิดนี้ได้ผลตัวเองในฐานะอุปนายกสมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย จะนำแนวทางที่ทางอบจ.ปทุมธานี ดำเนินการไปเสนอต่อนายกอบจ.ทั่วประเทศ เพื่อเป็นแนวทางในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนต่อไป
นายกแจ็สกล่าวเพิ่มเติมว่า ในการวางแนวทางกำชับให้สวัสดิการนี้ตกถึงมือ “คนปทุมธานี” อีกทั่งได้สั่งการให้คณะทำงานวางระเบียบที่เข้มงวด เพื่อป้องกันการกักตุนโดยการหารือผู้ประกอบการได้เชิญตัวแทนปั๊มน้ำมันมาพูดคุย เบื้องต้นแล้วและจะมีการประชุมใหญ่ร่วมกับผู้ประกอบการทั้ง 317 แห่งในวันที่ 2 เมษายน2569 เพื่อพูดคุยและหาแนวทางร่วมกันจากนั้นเตรียมนำเรื่องเข้าสู่การประชุมสภาอบจ.ปทุมธานี เพื่อขอมติเห็นชอบในการงดเว้นภาษีตามระเบียบมหาดไทย และเมื่อขบวนการถูกต้องเรียบร้อยก็จะเสนอสภาฯเห็นชอบ ก็จะดำเนินการทันที่ตนเองอยากให้ลดราคา โดยเร็วที่สุดให้จบภายในอาทิตย์นี้ ได้ยิ่งดีโดยทำเป็นจังหวัดตัวอย่างจะเร่งส่งเรื่องให้ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานีพิจารณาอนุมัติทันที
“ผมเชื่อมั่นว่าท่านผู้ว่าฯ เพราะท่านเล็งเห็นถึงความเดือดร้อนของประชาชน เพราะน้ำมันคือปัจจัยหลักในการครองชีพ หากทุกฝ่ายเห็นพ้องโครงการนี้ จะเริ่มนำร่องและประกาศวิธีรับสิทธิ์อย่างเป็นทางการ ให้พี่น้องชาวปทุมธานีทราบทันที" พล.ต.ท.คำรณวิทย์กล่าวสรุป
ด้านนายสุริยา ธรรมธารา สมาชิกสภาอบจ.เขตเลือกตั้งที่1 อ.หนองเสือ ได้แสดงความคิดเห็น หลังจากที่พล.ต.ท.คำรณวิทย์ กล่าวถามว่าในพื้นที่ของชาวเกษตรกร อำเภอหนองเสือ เท่าที่ได้ลงพื้นที่ตอนนี้ชาวเกษตรกร เขาก็บ่นเรื่องปุ๋ยแพง ยาแพงและตอนนี้มาเจอน้ำมันแพงอีก ในการวิดน้ำเข้าสวนเข้านาเนี่ยก็ถือว่าหนัก แถมซ้ำเติมผลผลิตที่ออกมาเนี่ย ยังขายได้ราคาต่ำอีก ต้องบอกว่าถ้าท่านนายกช่วยเหลือได้ ตรงนี้ผมถือว่าเป็นบุญคุณอย่างยิ่งผมเห็นด้วยนะครับ สำหรับผมหนองเสือเห็นด้วยครับ
Advertisement