
พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยถึงกรณีที่ปรากฏ ข้อมูลผ่านสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับกรณีการลักลอบนำน้ำมันเชื้อเพลิงไปจำหน่ายในประเทศกัมพูชานั้น
กองทัพเรือได้ติดตามสถานการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิดและได้รับทราบข้อมูลเบื้องต้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ยืนยันว่าตอนนี้ทราบว่าเรือลำดังเป็นของใครแล้ว
จากการตรวจสอบพบว่าเรือลำนี้ ได้ลักลอบนำน้ำมันออกนอกประเทศ โดยขับอ้อมแนวเขตแดนจากบริเวณบ้านหาดเล็ก จังหวัดตราด ออกไปเป็นระยะทาง ประมาณ 24 ไมค์ทะเล จากนั้นได้วกเข้าน่านน้ำ ฝั่งประเทศกัมพูชา ยืนยันว่าจุดที่มีการลักลอบเติมน้ำมันตามที่ปรากฏคลิปอยู่ในประเทศกัมพูชา
ยืนยันว่าที่ผ่านมากองทัพเรือ ไม่ได้นิ่งนอนใจ มีการตรวจสอบเรือทุกลำโดยเฉพาะเรือที่ไปจอดลอยลำกลางทะเลนานผิดปกติ แต่กรณีจึงสามารถยืนยันได้ว่าอยู่นอกน่านน้ำไทย ในการลักลอบเติมน้ำมัน
หลังจากนี้กองทัพเรือจะขอความร่วมมือกับผู้ประกอบการน้ำมันมากขึ้น ในเรื่องผู้มีสิทธิส่งออกน้ำมันออก โดยร่วมกับกรมสรรพสามิตรและกรมธุรกิจพลังงาน ในการตรวจสอบยืนยันกองทัพเรือมุ่งมั่นในการปกป้องผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ควบคุมดูแลการใช้ทรัพยากรและการปฏิบัติกิจกรรมในพื้นที่ทางทะเลให้เป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ไม่สนับสนุนการกระทำใด ๆ ที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงและเศรษฐกิจของประเทศ
ส่วนกรณีโยกย้าย น.อ.ธรรมนูญ วรรณา" ผบ.ฉก.นย.ตราด ไปสังกัด หน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดด้านมนุษยธรรม กองทัพเรือ ยืนยันว่า เป็นเรื่องปกติภายในหน่วยงาน ที่จะมีการโยกย้ายปรับเปลี่ยนตำแหน่ง เพื่อให้เกิดความเหมาะสม ส่วนนาวาเอกปรัชญา โพธิ์ย้อย ผบ.ฉก.นย.ตราด คนใหม่ ยืนยันว่าเคยผ่านงานโหดๆมาเยอะ
มีประสบการณ์ เชื่อว่าผู้บัญชาการกองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด ได้เลือกคนที่มีความเหมาะสม ตรงกับงาน และเหมาะกับสถานการณ์ในช่วงนี้ อยากขอให้ประชาชนให้โอกาส ผบ.ฉก.นย.ตราด คนใหม่ ได้แสดงฝีมือ ยืนยัน ดุ เด็ด เผ็ด มันส์ ไม่แพ้ น.อ.ธรรมนูญ
Advertisement