เอาจริง!! แคนาดาบอกลา “หูฉลาม” สั่งประกาศห้ามทั้ง “นำเข้า-ส่งออก”

แม้จะเป็นอาหารที่ยอดนิยมที่มักเสิร์ฟในงานมงคลต่างๆ แต่เชื่อว่ามีน้อยคนนักที่จะทราบที่มาเบื้องหลังของวัตถุดิบที่นักอนุรักษ์ตั้งชื่อให้ว่า “เมนูจักรพรรดิเปื้อนเลือด” เพราะกว่าจะกลายมาเป็นเมนูหรูๆ สักชามนั้น ต้องมีฉลามจำนวนมากที่ถูก “ตัดครีบทั้งเป็น” ก่อนจะโดยโยนทิ้งลงทะเลให้จมน้ำตายอย่างช้าๆ เพราะไม่สามารถแหวกว่ายให้น้ำไหลผ่านเหงือกได้ และกว่าจากข้อมูลจาก องค์การสหประชาชาติ (UN) ยังคาดว่าในแต่ละปีมีฉลามกว่า 73 ล้านตัวถูกฆ่า เพื่อนำมาเป็นอาหาร แถม 1 ใน 3 ของหูฉลาม ยังถูกตัดมาจากฉลามสายพันธุ์ที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ จากข้อมูลที่เผยแพร่ทางเว็บไซต์ davidshiffmancv.com เมื่อปี ค.ศ. 2017 พบว่าประเทศแคนาดามีการน้ำเข้าหูฉลามจากประเทศจีนมากกว่า 148,000 กิโลกรัม และแม้ว่าจะมีการแบนการทำประมงฉลามในประเทศไปแล้วในปี พ.ศ. 2537 แต่ก็ยังถือเป็นหนึ่งในประเทศที่นำเข้าหูฉลามมากที่สุดนอกเอเชีย แต่ล่าสุดเมื่อวันที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2562 แคนาดาประกาศผ่านร่างกฎหมายเกี่ยวกับการห้ามนำเข้า และส่งออกหูฉลาม นอกจากนี้ ร่างกฎหมายยังครอบคลุมถึงการห้ามจำหน่าย และบริโภคหูฉลาม โดยแคนาดา ถือเป็นประเทศแรกในกลุ่ม G-20 ซึ่งเป็นกลุ่มประเทศที่มีระบบเศรษฐกิจขนาดใหญ่ 19 ประเทศ ที่ออกกฎหมายห้ามนำเข้า – ส่งออก และบริโภคหูฉลาม ทำไมถึงกินหูฉลาม!? […]

แอร์แคนาดาเร่งสอบ เหตุผู้โดยสารถูกทิ้งไว้ในเครื่องบิน

หญิงสาวรายหนึ่งชื่อว่า ทิฟฟานี่ อดัมส์ ออกมาเปิดเผยว่าเธอถูกลืมทิ้งบนเครื่องบิน ระหว่างเดินทางด้วยสายการบินแอร์แคนาดา เมื่อวันที่ 9 มิ.ย. ที่ผ่านมาเที่ยวบินจากควิเบกไปโตรอนโต โดยมีกำหนดถึงประมาณสี่ทุ่ม แต่ปรากฏว่าเธอได้หลับไป และตื่นขึ้นมาราวเที่ยงคืน ซึ่งในขณะนั้น ไม่มีใครเหลือบนเครื่องแม้แต่ตนเดียว ไฟปิดสนิททั้งหมด อากาศในเครื่องบินเย็นยะเยือก และประตูทุกบานถูกล็อค ทิฟฟานี่ได้โทรศัพท์ถึงเพื่อนคนหนึ่งเพื่อเล่าเหตุการณ์ก่อนที่แบตเตอรี่ของโทรศัพท์จะหมดไป ภายหลัง มีพนักงานขนสัมภาระสังเกตเห็นพอดี เธอจึงได้รับความช่วยเหลือ ทั้งนี้ทิฟฟานี่ ระบุว่าเธอมีอาการหวาดผวาจากเหตุดังกล่าว ด้านสายการบินแอร์แคนาดาออกมายอมรับว่าเป็นเรื่องจริง พร้อมสั่งสอบสวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

หนึ่งปีมีหนึ่งครั้ง!! เมื่อ “งูการ์เตอร์” นับหมื่นแห่ออกมา “ผสมพันธุ์หมู่” ตอนอากาศอุ่นขึ้น

แม้การสืบพันธุ์จะเรื่องของผัวเดียวเมียเดียวในสายตามนุษย์ แต่สำหรับสัตว์บางชนิดแล้ว ดูเหมือนผลลัพธ์จะสำคัญกว่าวิธีการ และพวกมันไม่แคร์ว่าจะต้องทำอะไรของเพียงได้ส่งต่อยีนส์อันมีค่าไปสู่รุ่นลูกเป็นใช้ได้ และนั่นจึงทำให้เกิดการผสมพันธุ์แบบหมู่คณะขึ้นในฝูง งูการ์เตอร์ ที่ Narcisse Snake Dens ในรัฐแมนิโทบา ประเทศแคนาดา แม้จะฟังไม่น่าเชื่อ แต่สถานที่แห่งนี้ในช่วงฤดูใบไม้ผลิของทุกปีจะมี Red-Sided Garter Snake หรือ งูการ์เตอร์แถบแดง ที่ตื่นจากการจำศีลอยู่ใต้ดินตอนฤดูหนาวหลายหมื่นตัว ออกมาชุมนุมกันเพื่อเป้าหมายเดียวคือการเพื่อผสมพันธุ์ แต่เพราะจำนวนประชากรของงูการ์เตอร์ข้างแดงที่มีเพศผู้มากกว่าเพศเมียราวๆ 1 ต่อ 100 ทำให้เหล่างูเพศผู้ต้องฉกชิงยื้อแย่งร่างของงูสาวกันสุดฤทธิ์ จนกลายเป็นการเล่น “เซ็กส์หมู่” ซะอย่างงั้น อาจฟังดูเป็นเรื่องน่ากังวลสำหรับงูตัวเมีย งานนี้ไม่ต้องห่วง เพราะเหตุการณ์นี้ก็มีต้นเหตุมาจากงูเพศเมียนี่แหละ ที่ปล่อยสารฟีโรโมนออกมาล่อให้งูหนุ่มนับร้อยให้เข้ามาติดพัน เพื่อให้นางมีโอกาศเลือกงูตัวผู้ที่แข็งแรงที่สุด ที่สามารถฝ่าฟันคู่แข็งจำนวนนับไม่ถ้วนเข้ามาสืบพันธุ์ผลิตทายาทให้เธอได้ แต่ถึงจะมีงูหนุ่มที่ที่โชคดีได้ผสมพันธุ์กับเธอก่อน ความจู้จี้ในการเลือกคู่ของงูสาวก็ไม่การันตีว่าลูกในท้องเธอจะเป็นลูกๆ ของมันได เพราะหากเกิดเจ้างูตัวเมียพลาดไปผสมพันธุ์กับงูตัวผู้ที่มีน้ำเชื้ออ่อนแอ แม่งูก็พร้อมจะเบ่งก้อนสเปิร์มออกจากช่องคลอด เพื่อเคลียร์พื้นที่ให้งูที่เหมาะสมที่สุด หลังจากเสร็จสมอารมณ์หมายกับกลไกการสืบพันธุ์สุดวุ่นวายนี้แล้ว พวกมันก็จะกลับไปใช้ชีวิตกันตามปกติ โดยที่งูตัวเมียจะกินอาหารมากขึ้นเป็นเท่าตัวเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการให้กำเนิดลูกน้อย และเลื้อยกลับลงไปที่รังใต้ดินตอนปลายเดือนกันยายน เพื่อจำศีลในช่วงฤดูหนาว ก่อนจะกลับมาเริ่มวงจรการผสมพันธุ์แบบนี้ในปีต่อไป

ฟิลิปปินส์ลั่น ไม่ยอมเป็นบ่อขยะประเทศพัฒนา – ส่งขยะ 69 ตู้กลับแคนาดา

เจ้าหน้าที่ฟิลิปปินส์ ลำเลียงตู้บรรทุกสินค้าหลายสิบตู้ ลงเรือที่จะมุ่งหน้ากลับสู่อ่าว ซูบิกเบย์ ในแคนาดา เมื่อวานนี้(30 พ.ค.) โดยรัฐมนตรีต่างประเทศฟิลิปปินส์ ระบุว่า แคนาดาจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าขนส่งกว่า 6 ล้าน 3 แสนบาท และฟิลิปปินส์ก็จะไม่ยอมเป็นบ่อขยะของประเทศพัฒนาแล้วเช่นกัน ทั้งนี้ มีตู้สินค้ามากกว่า 100 ตู้ ที่บรรทุกขยะจากแคนาดา และส่งมารีไซเคิลที่ฟิลิปปินส์ ในปี 2556 และ 2557 แต่ทางการฟิลิปปินส์เชื่อว่าขยะเหล่านี้ เป็นของเสียจากครัวเรือน ศาลฟิลิปปินส์จึงมีคำสั่งให้ส่งขยะทั้งหมดกลับไปในปี 2559 โดยหลังจากทางการฟิลิปปินส์ฝังกลบขยะในบ่อขยะที่ตั้งอยู่ในจังหวัดทาร์แลคไปแล้วหลายสิบตู้ จึงมีเพียง 69 ตู้ที่ยังเหลือและต้องส่งกลับแคนาดา ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดี โรดริโก ดูเตอร์เต้ ของฟิลิปปินส์ ขีดเส้นตายให้แคนาดานำขยะกลับไปภายในวันที่ 15 พฤษภาคม และขู่ว่าจะเปิดศึกแน่หากแคนาดาไม่แก้ไขปัญหาที่ก่อไว้ ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34 

เปิดข้อกฎหมายกัญชาใน “เนเธอร์แลนด์-แคนาดา” ว่าครอบครองได้กี่กรัม ปลูกกันได้กี่ต้น

อีกหนึ่งประเทศที่ได้รับการยกย่องให้เป็นสวรรค์ของนักสูบสายเขียว คงต้องยกให้เนเธอร์แลนด์ โดยเฉพาะที่เมืองอัมสเตอร์ดัม ที่แม้คนจำนวนมาก (แม้แต่คนในประเทศ) จะมองว่าเป็นเมืองบาป แต่ก็ยังมีคนอีกมาก (รวมทั้งคนในประเทศอีกเช่นกัน) ที่มองว่าอัมสเตอร์ดัมคือเมืองแห่งเสรีภาพ โดยเฉพาะเสรีภาพในการสูบกัญชาโดยไม่ถูกตำรวจรวบ และยกย่องให้เป็นเมืองกัญชาเสรีที่แท้จริง แต่ในความจริงแล้ว…มันจะเสรีอย่างที่คนข้างนอกคิดกันจริงๆ หรือเปล่า!? จากข้อมูลที่เผยแพร่ทางเว็บไซต์ amsterdam.info ได้มีการเผยแพร่เงื่อนไขเกี่ยวกับมาตรการควบคุมยาเสพติดในประเทศ โดยกฎหมายได้แบ่งประเภทยาเสพติดเป็น 2 ประเภท คือ Hard Drugs ซึ่งหมายถึงยาเสพติดร้ายแรงที่ห้ามครอบครองและซื้อขาย อาทิ โคเคน LSD มอร์ฟีน และเฮโรอีน กับยาเสพติดประเภท Soft Drugs ซึ่งก็คือกัญชาทั้งที่อยู่ในรูปแบบของต้น ใบ และน้ำมัน รวมทั้งเห็ดเมาที่ออกฤทธิ์หลอนประสาท ซึ่งรัฐบาลเนเธอร์แลนด์นั้นออกแบบกฎหมายดังกล่าวภายใต้แนวคิด “ลดทอนความเป็นอาชญากรรมด้วยการลดทอนความผิดคดียาเสพติด” นี่เองที่ทำให้กัญชานั้นอยู่ในประเภท Soft drugs และจำหน่ายภายใต้เงื่อนไขต่างๆ ที่สามารถตรวจสอบได้ กัญชาส่วนใหญ่ในเนเธอร์แลนด์มักถูกขายกันในร้านที่เรียกกันว่า ร้านกาแฟ (Coffee Shop) ซึ่งต้องได้รับอนุญาตจากรัฐในการเปิด กล่าวคือร้านต้องสามารถตรวจสอบได้ ไม่ว่าจะเป็นเอกสารประจำตัว เอกสารข้ออนุญาตให้พักอาศัย (สำหรับร้านที่เปิดให้ลูกค้าเข้าไปปุ้นกันได้) และใบอนุญาตซื้อขายกัญชา รวมทั้งทางร้านขายต้องจำหน่ายให้กับผู้ใหญ่เท่านั้น และห้ามโฆษณา หรือห้ามเปิดร้านในรัศมี […]

สาวซาอุฯ เปิดใจหลังลี้ภัยไปแคนาดา เผยเป็นความเสี่ยงที่คุ้มค่า

จากกรณีนางสาวราฮาฟ โมฮัมเหม็ด อัล กูนุน วัย 18 ปี ที่ได้ลี้ภัยจากประเทศซาอุอาระเบีย และถูกกักตัวไว้ที่สนามบินสุวรรณภูมิ ก่อนที่ทางเจ้าหน้าที่ไทยจะส่งตัวให้สำนักงานของหลวงใหญ่แห่งสหประชาชาติ (UNHCR) เป็นผู้ดำเนินการ โดยเธอถูกส่งตัวให้ไปลี้ภัยที่แคนาดานั้น ล่าสุดนาวสาวราฮาฟได้ให้สัมภาษณ์เปิดใจกับสื่อของแคนาดาเป็นครั้งแรก หลังเดินทางถึงเมืองโตรอนโตในฐานะผู้ลี้ภัยเพื่อหนีครอบครัวที่ทำร้ายและข่มเหงเธอ นางสาวราฮาฟ บอกว่า การตัดสินใจหนีออกจากครอบครัวถือเป็นความเสี่ยงที่คุ้มค่า และเธอก็รู้สึกปลอดภัยเมื่อได้อยู่ในแคนาดา ซึ่งเป็นประเทศที่ให้ความสำคัญและเคารพเรื่องสิทธิมนุษยชน โดยเธอตั้งใจที่จะหางานทำ และเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่นี่ พร้อมกับหวังว่าเรื่องราวของเธอจะทำให้คนทั่วโลกเข้าใจสิ่งที่ผู้หญิงซาอุอาระเบียต้องเผชิญ เพราะผู้หญิงซาอุดิอาระเบียมักถูกปฏิบัติเหมือนกับทาส หรือสิ่งของ ไม่มีอิสระในใช้ชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการเลือกคู่แต่งงาน การเรียน หรืออาชีพ นางสาวราฮาฟ ยังได้ระบุในบทสัมภาษณ์ด้วยว่า ครอบครัวเคยกักบริเวณเธอนานถึง 6 เดือน เพียงเพราะเธอตัดผมของตัวเอง และหลายครั้งที่คนในครอบครัวทำร้ายเธอถึงขั้นเลือดตกยางออกด้วย ทั้งนี้เรื่องของนางสาวราฮาฟเป็นที่สนใจไปทั่วโลก หลังเธอโพสขอความช่วยเหลือผ่านทางทวิตเตอร์ส่วนตัว เมื่อถูกกักตัวไว้ที่สนามบินสุวรรณภูมิและถูกยึดหนังสือเดินทางขณะพยายามต่อเครื่องบินเพื่อเดินทางไปลี้ภัยในออสเตรเลีย โดยเธอเกรงว่าหากทางการไทยส่งตัวเธอกลับไปหาครอบครัว เธออาจถูกฆ่าตายได้ จนในที่สุดสหประชาชาติได้เข้ามาช่วยเหลือ และทำเรื่องรับรองสถานะผู้ลี้ภัยให้กับเธอ ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

ท้าความหนาวระดับติดลบ ที่โรงแรมน้ำแข็ง Hotel de Glace ที่ให้บริการแค่ปีละ 3 เดือน

แม้เมืองไทยจะยังไม่หนาวสะใจอย่างที่หลายๆ คนต้องการ แต่สำหรับหลายประเทศในแถบตะวันตกแล้ว ฤดูหนาวคือช่วงเวลาทองที่จะได้ลองทำกิจกรรมแปลกๆ ที่ไม่สามารถทำในช่วงเวลาอื่นของปีได้ อย่างเช่นการเดินทางไปพักผ่อนหย่อนใจท่ามกลางทุ่งน้ำแข็งที่โรงแรมน้ำแข็ง เดอ เกลซ (Hotel de Glace) ในรัฐควิเบค ประเทศแคนาดา ที่เปิดให้บริการมากกว่า 10 ปี และให้ลูกค้าเข้าพักได้เพียงปีละ 3 เดือนละเท่านั้น เนื่องจากห้องพักในโรงแรมแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นมาจากน้ำแข็งจริงๆ โดยภายในห้องนอนแต่ละห้องจะไม่มีหน้าต่าง และผนังห้องเองก็เกิดจากการแกะสลักน้ำแข็งที่ใช้สร้างห้องขึ้นมาซึ่งจะเปลี่ยนแปลงไปทุกปี ส่วนเตียงก็ทำจากน้ำแข็งแต่มีฟูกขนสัตว์หนานุ่มปูข้างบนที่ให้คนล้มตัวลงไปนอนได้ นอกจากนี้ยังมีโซฟาที่ทำจากน้ำแข็ง ส่วนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ ก็มีให้ครบ ทั้งโทรทัศน์ คอมพิวเตอร์ และแน่นอน มีอินเทอร์เน็ตไร้สายความเร็วสูง รวมไปถึงอ่างน้ำร้อนกลางแจ้งด้วย

ระทึก! หลุมยุบลึก 6 เมตรในเมืองโตรอนโต กลืนรถตำรวจไปทั้งคัน

เกิดอุบัติเหตุหลุมยุบ หลังท่อประปาแตกกลางถนนโลแกน ในเมืองโตรอนโตของแคนาดา โดยอุบัติเหตุดังกล่าวเกิดขึ้น หลังท่อประปาแตก ซึ่งส่งผลให้มีน้ำไหลทะลักเข้าท่วมถนน และทำให้พื้นถนนทรุดตัว เป็นหลุมลึกราว 6 เมตร โชคดีที่ตำรวจ ซึ่งอยู่ในรถสามารถหลบหนีออกมาได้ทัน ก่อนที่รถตำรวจจะจมลงไปในหลุมเรื่อย ๆ ขณะที่เจ้าหน้าที่ได้เร่งซ่อมแซมท่อประปาเพื่อป้องกันน้ำไหลทะลัก ซึ่งในเวลานี้ก็ได้มีการซ่อมแซมและตรวจดูพื้นที่ถนนดังกล่าวอย่างละเอียดเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดหลุมยุบเพิ่มเติม ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

วันแรก! แคนาดาเริ่มใช้กฎหมายเสพ ‘กัญชา’ เพื่อสันทนาการได้

วันนี้ (17 ต.ค. 61) ตั้งแต่เที่ยงคืนที่ผ่านมา ตามเวลาในประเทศแคนาดา กฎหมายรับรองการปลูก, จำหน่าย และเสพกัญชาเพื่อการสันทนาการ มีผลบังคับใช้ทั่วประเทศ โดยรัฐนิวฟันด์แลนด์ เป็นรัฐแรก เพราะเข้าสู่เวลาเที่ยงคืนก่อนรัฐอื่น ตามเนื้อหาในกฎหมาย ระบุว่า ให้ผู้มีอายุครบ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป สามารถครอบครองกัญชาได้ไม่เกินคนละ 30 กรัม หากครอบครองเกินปริมาณนี้ มีโทษจำคุกสูงสุด 14 ปี นอกจากนี้ การลักลอบนำเข้า-ส่งออกกัญชา, การลักลอบขายให้เยาวชนอายุไม่ถึง 18 ปี และการเมากัญชาแล้วขับขี่ยานพาหนะ จะมีโทษจำคุกสูงสุด 10 ปี และมีโทษปรับ ประชาชนสามารถปลูกกัญชาได้ไม่เกิน 4 ตัน ยกเว้นในรัฐควิเบก และรัฐแมนิโทบา ที่ห้ามปลูก ผู้ต้องการเสพต้องซื้อจากร้านที่มีใบอนุญาตจำหน่ายเท่านั้น ซึ่งมีการเก็บภาษีด้วย ในอัตรา 1 ดอลล่าร์แคนาดา (ประมาณ 25.4 บาท) ต่อกัญชา 1 กรัม แคนาดา เป็นประเทศที่ 2 ของโลก […]

จาก “Train To Busan” สู่ “Rampant นครนรกซอมบี้คลั่ง” ปรากฏการณ์ซอมบี้โชซอนบุก 19 ประเทศ 4 ทวีป รับฮัลโลวีนพร้อมกันทั่วโลก

เมื่อ 2 ปีก่อน คอหนังทั่วโลกได้รู้จักและฮือฮากับวงการภาพยนตร์เกาหลีมากขึ้นผ่านภาพยนตร์แอคชั่น-ทริลเลอร์ลุ้นระอุเรื่อง “Train To Busan” ที่สร้างปรากฏการณ์ซอมบี้คลั่งฟีเวอร์ไปทั่วโลก อีกทั้งยังโชว์ให้เห็นถึงพัฒนาการแบบก้าวกระโดด และประสบความสำเร็จจนเตะตาฮอลลีวู้ดถึงขั้นนำไปสร้างใหม่ และในปีนี้ปรากฏการณ์ซอมบี้คลั่งครั้งใหม่จะกลับมาอีกครั้ง โดยฝีมือทีมผู้สร้าง เดียวกับ “Train To Busan” ด้วยการนำเอาประวัติศาสตร์ของเกาหลีในช่วงยุคราชวงศ์โชซอน มาผสมผสานความสยองขวัญระดับสากลอย่างน่าตื่นตะลึง จนกลายเป็นโปรเจคต์ภาพยนตร์แห่งปีที่ทั้งโลกจับตามอง “Rampant นครนรกซอมบี้คลั่ง” “Rampant” ได้รับความสนใจจากเหล่าผู้ซื้อหนังทั่วโลกในเทศกาลหนังเมืองคานส์ครั้งที่ 71 เมื่อกลางปีที่ผ่านมาเป็นอย่างมาก แม้ว่าจะปล่อยภาพนิ่งออกมาเพียง 2 ภาพเท่านั้น ด้วยพล็อตน่าสนใจระหว่างการนำบรรยากาศของหนังย้อนยุคมาผสมผสานกับหนังซอมบี้จนเกิดเป็นภาพยนตร์แอคชั่น-สยองขวัญไอเดียสุดมันส์และแปลกใหม่ รวมทั้งยังเป็นการโคจรมาพบกันครั้งแรกของสองซูเปอร์สตาร์ตัวพ่อแห่งวงการบันเทิงเกาหลีอย่าง ฮยอนบิน และ จาง ดงกอน สำหรับบทบาทในครั้งนี้ของ ฮยอนบิน เขารับบทเป็น องค์ชายกังลิม ซึ่งจะเป็นตัวละครที่มีพัฒนาการอยู่ตลอดทั้งเรื่อง จากนักรบจอมโหด ไปสู่ผู้นำที่ทำเพื่อประโยชน์ของส่วนรวม และ จาง ดงกอน นักแสดงผู้ไม่เคยหยุดท้าทายตัวเอง รับบท เสนาบดี คิม จาจุน ผู้บ้าอำนาจ แต่ยามบ้านเมืองมีภัยจากอสุรกายปริศนา เขากลับเลือกที่จะใช้วิกฤตนั้นเป็นโอกาสโค่นล้มราชบัลลังก์ของจักรพรรดิโชซอน นอกจากนี้ ตัวหนังยังได้รวบรวมเอาทีมงานตัวท๊อปของวงการมาไว้แบบจัดเต็มทั้ง ทีมสตั๊นท์, แต่งหน้าเทคนิคพิเศษ, ซีจี, ออกแบบงานสร้าง ที่มาร่วมผนึกกำลังกันรังสรรค์ให้ “Rampant” ออกมาเป็นผลงานชิ้นมาสเตอร์พีซที่ผู้ชมจะได้ตื่นเต้นลุ้นระทึกตั้งแต่นาทีแรกจนนาทีสุดท้าย ยิ่งไปกว่านั้น Rampant ยังได้กลายมาเป็นภาพยนตร์ที่น่าจับตามองของปี 2018 อย่างรวดเร็ว ด้วยการเตรียมเข้าฉายในช่วงเวลาเดียวกันใน 4 ทวีป ทั้งเอเชีย, ออสเตรเลีย, อเมริกา และยุโรป ต้อนรับเทศกาลฮัลโลวีน ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของภาพยนตร์เกาหลีที่จะเข้าฉายวงกว้างพร้อมกันถึง19 ประเทศ ทั้ง เกาหลี, อเมริกา, แคนาดา, เยอรมนี, อังกฤษ, ออสเตรเลีย, ฮ่องกง, มาเก๊า, ไต้หวัน, สิงคโปร์, เวียดนาม, พม่า, ลาว, มาเลเซีย, […]

นักวิจัยเผย ‘คนคิ้วดก’ มักมีนิสัยหลงตัวเอง

ผลการศึกษาจากวารสารว่าด้วยเรื่องบุคลิกภาพจากมหาวิทยาลัยโตรอนโตในแคนาดาเปิดเผยว่าคนที่มี คิ้วดก มักมีนิสัยหลงตัวเอง และลักษณะของคิ้วที่ดกดำก็มีส่วนให้ผู้อื่นมองออกด้วยว่าบุคคลนั้นเป็นคนหลงตัวเอง ศาสตราจารย์นิโคลัส รูล จากมหาวิทยาลัยโตรอนโต ผู้ทำการวิจัยในเรื่องดังกล่าวเปิดเผยว่าในการศึกษานี้ ทีมนักวิจัยได้ถ่ายภาพใบหน้าของกลุ่มนักศึกษาแบบไม่ต้องแต่งหน้า และให้นักศึกษากลุ่มนี้ทำแบบสอบถามลักษณะนิสัยหลงตัวเอง ซึ่งผลปรากฎว่านักศึกษาที่มีคิ้วดกมักจะตอบคำถามในเชิงบวกเกี่ยวกับตัวเองเป็นส่วนใหญ่ จากนั้นก็ให้กลุ่มคนอีกกลุ่มเข้ามาดูภาพใบหน้าของนักศึกษาที่ทำแบบสอบถาม โดยจะให้ดูภาพใบหน้าแบบแยกส่วนกัน คือเฉพาะครึ่งบนที่เห็นตาและคิ้ว และครึ่งล่างของใบหน้า แล้วก็ให้ตัดสินดูว่านักศึกษาคนไหนที่น่าจะเป็นคนหลงตัวเอง ซึ่งกลุ่มที่เข้าร่วมการวิจัยต่างตัดสินว่านักศึกษาที่มีคิ้วดกเป็นคนหลงตัวเอง แต่เมื่อนักวิจัยตกแต่งภาพด้วยการเอาคิ้วของออกไปหน้าของนักศึกษา กลุ่มที่เข้าร่วมการวิจัยก็บอกไม่ได้กว่านักศึกษาคนไหนเป็นคนหลงตัวเอง ซึ่งแสดงให้เห็นว่าคิ้วมีส่วนสำคัญในการตัดสินลักษณะนิสัย ทั้งนี้ นักวิจัยของมหาวิทยาลัยโตรอนโตยังมีแผนศึกษาต่อว่าความหลงตัวเองพัฒนาขึ้นมาได้อย่างไร และมีผลอย่างไรในสายตาคนอื่น ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

แคนาดาจ่อเปิด ‘บาร์ตุ๊กตายาง’ แห่งแรกในอเมริกาเหนือ

ที่นครโตรอนโต้ ประเทศแคนาดากำลังจะมีธุรกิจใหม่เป็นสถานบริการสำหรับหนุ่มขี้เหงา โดยเป็นบาร์ ‘ตุ๊กตายาง’ ชื่อว่าร้าน “ออร่า ดอลส์” ซึ่งประกาศตัวว่าจะเป็นสถานบริการที่มีแต่ตุ๊กตายาง แห่งแรกในอเมริกาเหนือ โดยจะตั้งอยู่ทางตอนเหนือของนครโตรอนโต้ ซึ่งเป็นเขตที่ค่อนข้างเงียบเหงา เจ้าของร้านให้ข้อมูลว่า เขาได้ไอเดียแปลก ๆ นี้ตอนที่เดินทางไปท่องเที่ยวที่ประเทศญี่ปุ่น และได้ไปสำรวจแหล่งขายตุ๊กตายาง ซึ่งในเบื้องต้น ทางร้านจะมีตุ๊กตาสาวสวยเหล่านี้ให้บริการทั้งหมด 6 ตัว มีทั้งผมดำแบบสาวญี่ปุ่น ผมทองแบบสาวตะวันตก รวมถึงผิวเข้มแบบสาวแอฟริกัน ทั้งหกคนนี้จะมีห้องพิเศษส่วนตัวสำหรับรองรับลูกค้า ทางร้านเผยว่า จุดประสงค์ของการเปิดร้านนี้ก็เพื่อเติมเต็มความต้องการและจินตนาการของลูกค้าบางกลุ่ม ซึ่งไม่ได้ขัดต่อข้อกฏหมายของแคนาดาแต่อย่างใด เพราะไม่ใช่การขายบริการทางเพศ ส่วนอีกหนึ่งประเด็นที่หลายคนเป็นห่วงคือเรื่องของสุขอนามัย ทางร้านก็ยืนยันว่ามีกระบวนการทำความสะอาดแบบล้ำลึกถึง 3 ชั้น โดยผ่านการฆ่าเชื้อหลายกระบวนการ รวมถึงใช้รังสียูวีร่วมด้วย ออร่าดอลส์ จะเปิดให้บริการในวันที่ 8 กันยายน 61 นี้ โดยจะเปิดทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งกระแสตอบรับจากชาวเมืองก็ค่อนข้างมีทิศทางที่ดี ขณะเดียวกัน ก็เริ่มมีเสียงเรียกร้องจากลูกค้าบางกลุ่มว่าอยากให้จัดหาตุ๊กตายางหนุ่ม ๆ มาให้บริการด้วย ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

เปิดตัว Yukon Striker รถไฟเหาะสุดหวาดเสียว ที่มาพร้อมความสูงเท่าตึก 25 ชั้น

งานนี้เตรียมลืมรถไฟเหาะสุดหวาดเสียวที่คุณเคยรู้จักไปเลย เพราะนี่คือเจ้า Yukon Striker ว่าที่รถไฟเหาะที่ได้ชื่อว่าเร็วและสูงที่สุดในโลก ที่กำลังจะเปิดให้บริการในปี 2019 ที่ Canada’s Wonderland สวนสนุกในเมืองโทรอนโต ประเทศแคนาดา โดยตัวรถไฟมีความยาว 1,100 เมตร ทำความเร็วได้สูงสุดถึง 130 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และมีความสูงถึง 75 เมตรหรือเทียบเท่าตึกสูง 25 ชั้นเลยทีเดียว พร้อมกับเส้นทางที่สุดระทึกที่มีทั้งวงกลมแบบ 360 องศา และทางลาด 90 องศา ที่ตั้งฉากกับพื้นโลกอีกด้วย ติดตามอมรินทร์ ทีวี ได้ที่ ทีวีดิจิทัล หรือ กล่องดิจิทัลทีวี ช่อง 34 Website : http://www.amarintv.com Facebook : https://www.facebook.com/AMARINTVHD Twitter : https://twitter.com/amarintvhd Instagram : https://www.instagram.com/amarintvhd Youtube : https://www.youtube.com/c/amarintvhd ที่มา – unilad.co.uk

แคนาดาเผชิญปัญหาหมอกควัน หลังเกิดไฟป่าหลายร้อยจุด-จนท.เร่งดับไฟ

จากกรณีการปะทุของไฟป่าจำนวนมากกว่า 560 จุด ในแคว้นบริติชโคลัมเบีย ทางตะวันตกของประเทศแคนาดา ได้ก่อให้เกิดปัญหาด้านทัศนวิสัยที่เลวร้าย      จากหมอกควันที่แผ่ปกคลุมในหลายพื้นที่ของประเทศ ขณะที่ทางการแคนาดาต้องออกประกาศประชาชนให้สวมใส่หน้ากากอนามัย หรือหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้งเป็นเวลานาน เพราะคุณภาพอากาศที่ย่ำแย่ จนถึงขณะนี้มีการสั่งอพยพประชาชนออกจากบ้านเรือนในพื้นที่เสี่ยงไปแล้วมากกว่า 18,700 คน ขณะที่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงจำนวนมากกว่า 3,300 นาย ได้ถูกระดมกำลังเข้าร่วมในภารกิจสกัดไฟป่าครั้งนี้ แต่ความพยายามในการดับไฟต้องเผชิญอุปสรรค จากกระแสลมแรงที่ทำให้ไฟลุกลามเร็วยิ่งขึ้น ได้ก่อให้เกิดปัญหาด้านทัศนวิสัยที่เลวร้าย จากหมอกควันที่แผ่ปกคลุมในหลายเมือง ขณะที่ทางการแคนาดาต้องออกประกาศประชาชนให้สวมใส่หน้ากากอนามัย หรือหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้งเป็นเวลานาน เพราะคุณภาพอากาศที่ย่ำแย่ ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่นๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

บริษัทแคนาดาลงโทษ ‘คนขับรถ’ จงใจขับเหยียบน้ำกระเซ็นใส่คน

ในสังคมออนไลนได้มีการแชร์คลิปเหตุการณ์หนึ่ง ความยาวประมาณ 45 วินาที เป็นภาพที่บันทึกได้จากกล้องด้านหลังของรถยนต์คันหนึ่ง เผยให้เห็นภาพของรถตู้ส่งสินค้าที่ดูเหมือนจะตั้งใจขับชิดริมฟุตปาธด้วยความเร็ว โดยไม่จำเป็น เพื่อให้น้ำที่ขังอยู่กระเด็นไปถูกคนที่เดินอยู่บนทางเท้า จนตัวเปียกปอนไปหมด โดยทำแบบนี้อย่างน้อย 3 ครั้ง  เหตุการณ์เกิดขึ้นใกล้กับมหาวิทยาลัยออตตาวา ในเมืองออนแทริโอ ประเทศแคนาดา หลังคลิปนี้ถูกเผยแพร่ออกมา ทางต้นสังกัดก็ออกมายอมรับว่ารถคันนี้เป็นรถของบริษัท แบล็ค แอนด์ แมคโดนัลด์ ซึ่งได้ออกแถลงการณ์ขอโทษผู้ประสบเหตุแล้ว พร้อมยืนยันว่าได้ตรวจสอบและลงโทษคนขับรถคันดังกล่าวด้วยการไล่ออกแล้ว อย่างไรก็ตามทางบริษัทไม่ได้เปิดเผยชื่อของคนขับรถ รวมถึงสาเหตุว่าทำไมถึงทำพฤติกรรมแบบนี้

กราดยิงร้านอาหารในโตรอนโต ดับ 2 ราย บาดเจ็บเพียบ พบมือปืนป่วยจิต

จากกรณีเมื่อวันที่ 23 ก.ค. 61 เกิดเหตุกราดยิงในร้านอาหารและคาเฟ่ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 รายและได้รับบาดเจ็บอีก 13 คนในย่านกรีกทาวน์ เมืองโตรอนโต ประเทศแคนาดา ผู้ก่อเหตุคือนายไฟซาล ฮุสเซน อายุ 29 ปี ใส่หมวกและเสื้อสีดำ ซึ่งได้ถูกวิสามัญในที่เกิดเหตุขณะยิงปะทะกับตำรวจ มีผู้เสียชีวิต 2 ราย บาดเจ็บ 12 คน ในจำนวนผู้บาดเจ็บนี้เป็นเด็กหญิงวัย 9 ปี ที่บาดเจ็บสาหัส ด้านนายกรัฐมนตรีจัสติน ทรูโดของแคนาดาได้โพสข้อความผ่านทางทวิตเตอร์ส่วนตัวเพื่อแสดงความเสียใจต่อผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุกราดยิงในเมืองโตรอนโต และขอให้ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุกราดยิงหายดีในเร็ววัน พร้อมกับบอกว่าชาวเมืองโตรอนโตนั้นเข้มแข็ง อดทนและกล้าหาญ โดยรัฐบาลจะอยู่เคียงข้างชาวโตรอนโตในช่วงเวลาที่ยากลำบากเช่นนี้ ขณะที่นายจอห์น ทอรี่ นายกเทศมนตรีเมืองโตรอนโตได้ประณามเหตุกราดดังกล่าวว่าเป็นการเหตุโจมตีครั้งรุนแรง ที่พุ่งเป้าโจมตีประชาชนผู้บริสุทธิ์ที่กำลังเพลิดเพลินกับการพักผ่อนในช่วงวันหยุด ยอมรับว่า ช่องโหว่ทางกฏหมายขณะนี้ที่เปิดช่องผู้คนถือครองอาวุธปืนได้โดยง่ายเป็นต้นเหตุของปัญหานี้ และประกาศจะเดินหน้าผลักดันการควบคุมอาวุธปืนให้มีความเข้มงวด ขณะที่ล่าสุดผลการสืบสวนของตำรวจแคนาดาพบว่า ไฟซาล ฮุสเซน มือปืนมีปัญหาทางจิตขั้นรุนแรง และทางครอบครัวของเขาได้ออกคำแถลงที่ระบุว่า ที่ผ่านมาฮุสเซนเคยเข้ารับการรักษาอาการด้วยยาโดยผู้เชี่ยวชาญแล้ว แต่การรักษาไม่ได้ผล ล่าสุด ทางการท้องถิ่นประกาศจัดการไว้อาลัยให้กับผู้เสียชีวิตจากเหตุกราดยิงครั้งนี้ทั้ง 2 รายที่ประกอบด้วยเด็กหญิงวัย 10 ปี และสตรีวัย 18 ปี

ครั้งแรก! ‘สหรัฐฯ-แคนาดา-เม็กซิโก’ เจ้าภาพร่วม ‘บอลโลก 2026’-เพิ่มทีมเข้ารอบสุดท้ายเป็น 48 ทีม

สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ประกาศผลการโหวตเลือกเจ้าภาพฟุตบอลโลก ปี ค.ศ. 2026 ได้แก่ สหรัฐอเมริกา-แคนาดา-เม็กซิโก ได้รับเลือกให้เป็นเจ้าภาพร่วมกัน ขณะที่โมร็อกโกต้องผิดหวังเป็นครั้งที่ 5 ผลการโหวตจากตัวแทนชาติสมาชิกฟีฟ่าในที่ประชุมฟีฟ่าคองเกรสส์ ที่กรุงมอสโกของรัสเซียปรากฏว่า การเสนอตัวเป็นเจ้าภาพร่วมกันของสหรัฐฯ-แคนาดา-เม็กซิโก ได้รับคะแนนโหวตผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์รวมทั้งสิ้น 134 เสียง เอาชนะโมร็อกโก ที่ได้คะแนนโหวต 65 เสียง ส่งผลให้ศึกฟุตบอลโลกในปี 2026 จะกลายเป็นศึกฟุตบอลโลกครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่จะมีเจ้าภาพร่วมกันจัดการแข่งขันมากถึง 3 ชาติ นอกเหนือจากการมีเจ้าภาพร่วมกันถึง 3 ชาติแล้ว ศึกฟุตบอลโลกปี 2026 ยังจะมีการเพิ่มจำนวนทีมที่ผ่านเข้ารอบสุดท้ายจาก 32 ทีมเป็น 48 ทีมเป็นครั้งแรกด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ หลังจากจบศึกฟุตบอลโลก 2018 ที่รัสเซีย ฟุตบอลโลกในอีก 4 ปีข้างหน้า หรือศึกฟุตบอลโลกปี 2022 จะไปจัดที่ประเทศกาตาร์ในตะวันออกกลาง จากนั้นจึงจะเป็นฟุตบอลโลก 2026 ที่สหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโก. ภาพจาก reuters.com

หนุ่มตีนผี ควบรถตู้พุ่งใส่ฝูงชนกลางเมืองโตรอนโต ดับอย่างน้อย 10 ราย

เกิดเหตุชายวัย 25 ปี ขับรถตู้พุ่งชนฝูงชนบนทางเท้าในนครโตรอนโตของแคนาดา เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 10 รายและมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 15 คน ด้านสถานีโทรทัศน์ซีบีซีของทางการแคนาดารายงานว่า คนร้ายที่ก่อเหตุสะเทือนขวัญในครั้งนี้ คือ นายอเล็ก มินาสเซียน ซึ่งไม่เคยมีประวัติอาชญากรรมและไม่พบความเชื่อมโยงกับกลุ่มติดอาวุธหรือกลุ่มก่อการร้ายใดๆ โดยเขาถูกตำรวจรวบตัวไว้ได้หลังก่อเหตุไม่นาน มาร์ค ซอนเดอร์ส ผู้บัญชาการกรมตำรวจโตรอนโตเผยว่า เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งสอบปากคำคนร้ายรายนี้เพื่อหาแรงจูงใจในการก่อเหตุของเขา และขณะนี้เจ้าหน้าที่ทราบข้อมูลเบื้องต้นว่า มินาสเซียนเพิ่งเช่ารถตู้สีขาวคันนี้มาไม่นาน ด้านสื่อสังคมออนไลน์ในแคนาดามีการแชร์คลิปวิดีโอที่ถ่ายด้วยโทรศัพท์เคลื่อนที่ บันทึกเหตุการณ์หลังจากที่คนร้ายรายนี้ขับรถตู้พุ่งเข้าใส่คนเดินเท้า ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพนักงานบริษัทที่ออกมารับประทานอาหารช่วงพักกลางวัน โดยชาวเน็ตส่วนใหญ่ต่างลงความเห็นว่า มินาสเซียนน่าจะจงใจก่อเหตุสะเทือนขวัญครั้งนี้มากกว่าที่จะเป็นอุบัติเหตุ เนื่องจากภาพจากคลิปวิดีโอเผยให้เห็นว่า เขาขับรถตู้คันนี้พุ่งชนคนอย่างต่อเนื่องเป็นระยะทางกว่า 1.6 กิโลเมตร โดยไม่มีทีท่าว่าจะหยุดรถแต่อย่างใด

keyboard_arrow_up