
การเลือกตั้งอิสราเอลเมื่อวันที่ 27 ตุลาคมที่ผ่านมา กลายเป็นเรื่องน่าตกใจ และน่าจับตาไปพร้อม ๆ กัน เพราะประชาชนออกมาใช้สิทธิ์จำนวนมากในรอบหลายสิบปี ท่ามกลางการแข่งขันที่สูสีระหว่างฝ่ายนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู กับฝ่ายค้านที่นำโดยกาดี ไอเซนคอต อดีตผู้บัญชาการกองทัพอิสราเอล
Spotlight สรปทุกเรื่องมาให้ฟังที่นี่แล้ว!
ตอนนี้ยังไม่มีผู้ชนะที่ชัดเจน หมายความว่า รัฐสภาอิสราเอล หรือ Knesset ซึ่งมีทั้งหมด 120 ที่นั่ง พรรคการเมือง หรือกลุ่มพันธมิตรจำเป็นต้องรวมเสียงให้ได้อย่างน้อย 61 ที่นั่ง เพื่อจัดตั้งเสียงรัฐบาลข้างมาก
แต่ผลคาดการณ์จากสถานีโทรทัศน์ช่อง 12 ของอิสราเอลระบุว่า
พรรคการเมืองอาหรับต่างออกมาเฉลิมฉลองเมื่อคืนนี้ หลังผลคาดการณ์ชี้ว่า พวกเขาอาจได้ที่นั่งในรัฐสภามากที่สุดในประวัติศาสตร์
อย่างไรก็ตาม ผลสุดท้ายยังคงเปลี่ยนแปลงได้เสมอ เพราะแม้กลุ่มฝ้ายค้านอิสราเอลจะมีคะแนนนำ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ทันที ขึ้นอยู่กับการเจรจาต่อรองระหว่างพรรคการเมืองในการรวบรวมเสียงสนับสนุนจากพรรคอื่นให้ถึง 61 ที่นั่งด้วย
สิ่งที่น่าตกใจในการเลือกตั้งของอิสราเอลครั้งนี้คือ คนออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งทั่วประเทศสูงถึง 77.7 % หรือราว 5.69 ล้านคน จากผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งทั้งหมด 7.33 ล้านคน ซึ่งสูงสุดในรอบหลายสิบปี
นอกจากนี้ สถานีโทรทัศน์ช่อง 12 ของอิสราเอลรายงานด้วยว่า ชาวอาหรับในอิสราเอลได้ออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งสูงถึง 80% ซึ่งสูงกว่าสถิติปี 1999 ถึง 5%
ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนให้เห็นเลยว่าการเลือกตั้งครั้งนี้สำคัญมากต่อประชาชน โดยเฉพาะตั้งแต่เหตุการณ์ ตุลาคม กลุ่มฮามาสบุกโจมตีในวันที่ 7 ตุลาคม 2566 ซึ่งถือว่าเป็นความล้มเหลวที่ร้ายแรงมากของนายกรัฐมันตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ทำให้พรรคการเมืองรุ่นต่อไปสำคัญมากในเรื่องของการรับมือกับผลกระทบจากฉนวนกาซา สงครามอิหร่าน และความขัดแย้งทางการเมืองภายใน
ไม่มีข้อสรุปได้อย่างชัดเจน คาดว่าจะทราบผลคะแนนอย่างเป็นทางการภายใน 48 ชั่วโมงข้างหน้า แต่ต่อให้ทราบบผลคะแนนแล้ว ขั้นตอนการเจรจาจัดตั้งรัฐบาลอาจใช้เวลาอีกหลายวัน หรือหลายอาทิตย์ ซึ่งผลสุดท้ายสามารถออกมาได้ในหลายรูปแบบทั้งการเจรจาที่นำไปสู่ทางตัน การจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย การจัดตั้งรัฐบาลฝ่ายการเมืองต่างขั้วเข้าด้วยกัน หรือแม้กระทั่งการจัดการเลือกตั้งใหม่หากจัดตั้งรัฐบาลไม่สำเร็จ
หลายคนอาจกำลังคิดว่าถ้าเอา 18 ที่นั่งของพรรคอาหรับมารวมกับพรรคใดพรรคหนึ่ง ก็จะได้ที่นั่งที่มากกว่า 61 ที่นั่ง แต่ความเป็นจริงมันไม่ได้ง่ายขนาดนั้น เพราะทั้งเนทันยาฮู และกาดีประกาศชัดว่า ‘ไม่ต้องการจัดตั้งรัฐบาลร่วมกับพรรคอาหรับ’ โดยอ้างว่าแนวคิดต่างกัน
นอกจากนี้ เนทันยาฮูยังกล่าวเพิ่มเติมว่า ผลการเลือกตั้งยังแสดงให้เห็นว่า กลุ่มการเมืองฝ่ายขวาของเขาได้รับการสนับสนุนจากเสียงข้างมากในกลุ่มประชาชนชาวยิว และกลุ่มไซออนิสต์ พร้อมโจมตีพรรคการเมืองอาหรับว่าเป็น “กลุ่มต่อต้านไซออนิสต์” และกล่าวหาว่าพรรคเหล่านี้ “สนับสนุนการทำลายล้างอิสราเอล”
ส่วนกาดี ไอเซนคอตได้มีการกำหนดเงื่อนไขสำหรับพันธมิตรใด ๆ ที่จะเข้าร่วมรัฐบาลของเขา โดยเน้นย้ำการยอมรับอิสราเอลในฐานะรัฐยิว และการยอมรับฮามาสในฐานะองค์กรก่อการร้ายที่ต้องถูกทำลาย ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่พรรคอาหรับส่วนใหญ่ไม่สามารถยอมรับได้
อิสราเอลเป็นผู้เล่นหลักในความขัดแย้งที่เกี่ยวข้องกับฉนวนกาซา สงครามอิหร่าน การขยายชุมชนชาวยิวในเขตเวสต์แบงก์ที่ถูกยึดครอง ตลอดจนความสัมพันธ์ด้านความมั่นคงกับสหรัฐฯ ซึ่งรัฐบาลชุดใหม่นั้นจะส่งผลต่อทิศทางของนโยบายความมั่นคง การจัดการสงคราม และการรับมือกับความขัดแย้ง
ในเรื่องของนโยบายอิสราเอลต่อชาวปาเลสไตน์ ทั้งเนทันยาฮู และกาดีมีจุดยืนร่วมกันว่ากลุ่มฮามาสจะต้องปลดอาวุธก่อนที่อิสราเอลจะถอนกำลังออกจากฉนวนกาซา
ผลเลือกตั้งยังเป็นสัญญาณที่สหรัฐฯ และประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะทิศทางของรัฐบาลอิสราเอลอาจส่งผลต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ตลอดจนโอกาสในการลดความตึงเครียดในสงครามอิหร่าน