
ข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวเป็นเวลา 14 วันระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน กำลังจะหมดเวลาลงในวันพุธที่ 22 เมษายนนี้ นั่นหมายความว่า การเผชิญหน้าระหว่างสองประเทศอาจจะกลับมาเกิดขึ้นอีกครั้ง เพราะในช่วงเวลาที่ผ่านมา ดูเหมือนว่า ทั้งสองฝ่ายจะไม่สามารถเจรจากันได้ด้วยดีเลย เห็นได้จากการประชุมที่จัดขึ้นที่ปากีสถานระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ก็จบลงด้วยการไร้ซึ่งข้อตกลงใด ๆ ที่จะยุติสงครามในระยะยาว
ล่าสุด ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ก็ออกมาเปิดเผยว่า มีความเป็นไปได้น้อยมากที่ข้อตกลงหยุดยิงดังกล่าวจะได้รับการขยายออกไปอีก หากทั้งสองฝ่ายยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงใด ๆ ได้
ขณะที่ฝ่ายอิหร่านก็ออกมาเปิดเผยว่า อุปสรรคสำคัญต่อการเดินหน้าการเจรจาสันติภาพระหว่างสองประเทศในเวลานี้คือ การกระทำยั่วยุของสหรัฐฯ และการละเมิดข้อตกลงหยุดยิง
Spotlight รวบรวมท่าทีของทั้งสองฝ่ายมาให้ เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการจับตามองว่า ข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านจะได้รับการขยายออกไปหรือไม่ และสันติภาพจะบังเกิดขึ้นเป็นการถาวรได้หรือเปล่า?
ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาเปิดเผยว่า ข้อตกลงหยุดยิงกับอิหร่านจะสิ้นสุดลงในช่วงเย็นวันพุธตามเวลาท้องถิ่นในสหรัฐฯ แต่เขามองว่า มีความเป็นไปได้น้อยมากที่เขาจะขยายเวลาออกไป หากทั้งสองฝ่ายไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้
ทรัมป์ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์กับ Bloomberg ว่า “แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่ผมจะต่ออายุ”
สำหรับข้อตกลงหยุดยิงดังกล่าวเดิมกำหนดระยะเวลาไว้ 2 สัปดาห์ และเริ่มมีผลตั้งแต่ช่วงเย็นของวันที่ 7 เมษายน ที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม ผู้นำสหรัฐฯ ย้ำว่า เขาจะไม่เร่งรีบตัดสินใจจนต้องยอมรับข้อตกลงที่ไม่ดี
เพราะเขาจะะไม่ถูกกดดันให้ทำข้อตกลงที่แย่ และว่าสหรัฐฯ ยังมีเวลาเหลือเฟือ
เมื่อถูกถามว่า หากไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้ การสู้รบจะกลับมาเกิดขึ้นทันทีหรือไม่ ทรัมป์ตอบว่า “ถ้าไม่มีข้อตกลง ผมก็คาดว่าจะเป็นเช่นนั้น”
อย่างไรก็ตาม CNN รายงานว่า ที่ผ่านมา ทรัมป์มีท่าทีไม่แน่นอนเกี่ยวกับการขยายเวลาหยุดยิง โดยในช่วงการตอบคำถามผู้สื่อข่าวเมื่อสัปดาห์ก่อน เขาถูกถามถึงประเด็นนี้ถึง 5 ครั้ง และให้คำตอบแตกต่างกันถึง 3 แบบ
รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน เซย์เยด อับบาส อารักชี เปิดเผยเมื่อวันจันทร์ที่ 20 เมษายนที่ผ่านมาว่า การกระทำ “ยั่วยุ” ของสหรัฐอเมริกา และการละเมิดข้อตกลงหยุดยิง เป็นอุปสรรคสำคัญต่อการเดินหน้าการเจรจาสันติภาพระหว่างสองประเทศ
ระหว่างการหารือทางโทรศัพท์แยกกับรัฐมนตรีต่างประเทศปากีสถานและรัสเซีย อารักชีได้ประณามการดำเนินการของสหรัฐฯ ต่อการขนส่งสินค้าพาณิชย์ของอิหร่าน รวมถึงกรณีการยึดเรือบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ “Touska” และลูกเรือ
ข้อตกลงหยุดยิงที่กำลังจะหมดอายุลงนั้นยังคงอยู่ในภาวะเปราะบาง โดยปากีสถานทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการเจรจาทางอ้อมระหว่างเตหะรานและวอชิงตัน และได้เป็นเจ้าภาพจัดการเจรจารอบแรกในกรุงอิสลามาบัดเมื่อวันที่ 11-12 เมษายนที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม อิหร่านยังไม่ได้ยืนยันการเข้าร่วมการเจรจารอบถัดไป
สำนักข่าวทัสนิมของอิหร่านรายงานว่า การเข้าร่วมของรัฐบาลอิหร่านจะขึ้นอยู่กับการที่สหรัฐฯ ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขเบื้องต้น โดยระบุว่า การปิดล้อมทางทะเลของสหรัฐฯ และข้อเรียกร้องที่เกินจริงเป็นอุปสรรคหลัก
อารักชีกล่าวเพิ่มเติมว่า อิหร่านจะตัดสินใจว่าจะเดินหน้าทางการทูตต่อหรือไม่ โดยพิจารณาจาก “ทุกมิติของสถานการณ์” และพฤติกรรมของสหรัฐฯ พร้อมย้ำว่า เตหะรานจะดำเนินมาตรการเพื่อปกป้องผลประโยชน์และความมั่นคงแห่งชาติ