
72 ชั่วโมงที่ผ่านมาในช่องแคบฮอร์มุซ ดูเหมือนจะมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นตลอดเวลา เริ่มตั้งแต่วันศุกร์ที่ 17 เมษายน อิหร่านประกาศเปิดช่องแคบฮอร์มุซ หลังข้อตกลงหยุดยิงระหว่างอิสราเอลและเลบานอนเริ่มบังคับใช้ แต่หลังจากนั้นไม่นาน อิหร่านก็ประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง โดยกล่าวโทษสหรัฐฯ ว่าละเมิดข้อตกลงหยุดยิง
สถานการณ์ยังคงตึงเครียดอยู่เช่นนั้น จนกระทั่งวันที่ 19 เมษายน กองทัพสหรัฐฯ เปิดเผยว่าได้เข้ายึดเรือบรรทุกสินค้าของอิหร่านลำหนึ่ง ซึ่งพยายามฝ่าฝืนการปิดล้อมทางทะเล ขณะที่ฝั่งอิหร่านตอบโต้ทันที โดยประกาศว่า จะดำเนินมาตรการตอบโต้
ขณะที่ความพยายามในการเจรจารอบสองระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยังคงเกิดขึ้น แต่ก็เกิดขึ้นท่ามกลาง “ความไม่ง่าย” เอาเสียเลย เนื่องจากหากคุยไปยิงไปเช่นนี้ สถานการณ์ไม่น่าจะสงบได้
Spotlight รวบรวมสถานการณ์ 72 ชั่วโมงที่ผ่านมาในช่องแคบฮอร์มุซ เกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นบ้าง? ที่สั่นสะเทือนความสัมพันธ์อันเลวร้ายระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านให้ย่ำแย่ยิ่งขึ้นไปอีก
17 เมษายน 2569 ช่องแคบฮอร์มุซเปิดอีกครั้ง
อิหร่านประกาศเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง เพื่อให้เรือพาณิชย์ได้ผ่าน ในระหว่างช่วงที่ข้อตกลงหยุดยิงระหว่างอิสราเอลและเลบานอนบังคับใช้ โดยข้อตกลงหยุดยิงดังกล่าวจะกินเวลา 10 วัน และสหประชาชาติออกมาเรียกร้องให้ทุกฝ่ายเคารพข้อตกลงดังกล่าว รวมถึงใช้ช่วงเวลาที่หยุดยิงนี้ ไปหาวิธีแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนในระยะยาว
18 เมษายน 2569 ประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซ
กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) ประกาศปิด “ช่องแคบฮอร์มุซ” อีกครั้ง หลังเพิ่งเปิดไม่กี่ชั่วโมง โดยกล่าวโทษสหรัฐฯ ว่าละเมิดข้อตกลงหยุดยิง
IRGC ระบุว่า เส้นทางเดินเรือยุทธศาสตร์แห่งนี้จะยังคงถูกปิดต่อไป จนกว่าสหรัฐฯ จะยุติการปิดล้อมท่าเรือของอิหร่าน ซึ่งอิหร่านมองว่าเป็นการกระทำที่ผิดข้อตกลง
ขณะเดียวกัน ความรุนแรงได้ลุกลามไปยังแนวรบอื่นในภูมิภาค เมื่อเกิดเหตุโจมตีกองกำลังรักษาสันติภาพของสหประชาชาติในภาคใต้ของเลบานอน ส่งผลให้ทหารฝรั่งเศสเสียชีวิต 1 นาย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกหลายราย
กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ซึ่งเป็นกองกำลังติดอาวุธในเลบานอน ออกมาปฏิเสธความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ในเลบานอนยังคงเปราะบาง แม้เพิ่งมีข้อตกลงหยุดยิงได้เพียง 2 วัน โดยอิสราเอลได้เปิดฉากโจมตีอย่างน้อย 2 ครั้งในพื้นที่ภาคใต้ของเลบานอน
ในเวลานั้น ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาโจมตีอิหร่านอย่างรุนแรง โดยกล่าวว่า อิหร่านไม่สามารถแบล็กเมลสหรัฐฯ ได้ ด้วยการใช้การควบคุมช่องแคบฮอร์มุซเป็นเครื่องมือกดดัน
19 เมษายน 2569 ทรัมป์ประกาศเข้ายึดเรือสินค้าอิหร่าน
สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านทวีความตึงเครียดขึ้นอีกครั้ง หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เปิดเผยว่า กองกำลังสหรัฐฯ ได้เข้ายึดเรือสินค้าติดธงอิหร่านที่พยายามฝ่าการปิดล้อมทางทะเลใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ
ทรัมป์ระบุผ่านโซเชียลมีเดียเมื่อวันอาทิตย์ว่า เรือดังกล่าวชื่อ “Touska” ถูกเรือพิฆาตติดขีปนาวุธนำวิถีของกองทัพเรือสหรัฐฯ ในอ่าวโอมานสั่งให้หยุด แต่ลูกเรือ “ปฏิเสธที่จะปฏิบัติตามคำเตือน”
ผู้นำสหรัฐฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า กองทัพเรือได้หยุดเรือลำนี้ด้วยการยิงเจาะห้องเครื่องยนต์ ก่อนที่นาวิกโยธินสหรัฐฯ จะเข้าควบคุมเรือ และอยู่ระหว่างตรวจสอบสิ่งของบนเรือ
ด้านกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ระบุว่า เรือ Touska กำลังมุ่งหน้าไปยังท่าเรือบันดาร์อับบาสของอิหร่าน และเพิกเฉยต่อคำเตือนหลายครั้งของสหรัฐฯ ตลอดระยะเวลา 6 ชั่วโมง รวมถึงคำสั่งให้อพยพออกจากห้องเครื่อง
20 เมษายน 2569 อิหร่านประกาศตอบโต้ทันที
อย่างไรก็ตาม ในช่วงเช้าวันจันทร์ ฝ่ายกองบัญชาการทหารร่วมระดับสูงของอิหร่านออกแถลงการณ์ตอบโต้ โดยกล่าวหาว่าสหรัฐฯ ละเมิดข้อตกลงหยุดยิงที่เพิ่งบรรลุเมื่อต้นเดือนนี้ ด้วยการเปิดฉากยิงใส่เรือพาณิชย์ของอิหร่าน ซึ่งกำลังเดินทางจากจีนกลับประเทศ
โฆษกของกองบัญชาการคาตัม อัล-อันบิยา เตือนว่า กองกำลังติดอาวุธแห่งสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านจะตอบโต้การกระทำอันเป็นโจรสลัดติดอาวุธของกองทัพสหรัฐฯ ในเร็ว ๆ นี้
แม้สถานการณ์ในภูมิภาคจะตึงเครียดหนัก จนเหมือนว่า ทั้งสองฝ่ายจะคุยกันไม่ได้แล้ว แต่ก็ยังคงมีความพยายามผลักดันการเจรจาระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน อัลจาซีรารายงานอ้างอดีตเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ โดนัลด์ เฮฟลิน ที่ออกมาประเมินว่า การเปิดโต๊ะพูดคุยรอบใหม่ระหว่างทั้งสองฝ่ายจะไม่ใช่กระบวนการที่ราบรื่นหรือจบลงง่ายดาย
เฮฟลินระบุว่า การเจรจาจะไม่ใช่เพียงการจับมือประกาศหยุดยิง แล้วค่อยเข้าสู่การพูดคุย หรือแม้แต่การทำข้อตกลงเป็นลายลักษณ์อักษรที่หยุดการสู้รบทั้งหมดอย่างที่หลายฝ่ายคาดหวัง
แต่ในความเป็นจริง เขามองว่า กระบวนการนี้จะเป็นลักษณะก้าวไปข้างหน้า 2 ก้าว ถอยหลัง 1 ก้าว เพราะมองว่า นี่คือสไตล์การเจรจาของทรัมป์ตั้งแต่สมัยยังทำธุรกิจ ดังนั้นอาจจะพบเห็นว่า ระหว่างทางก็จะมีทั้งข้อตกลงครึ่ง ๆ กลาง ๆ รวมถึงการสู้รบก็จะยังคงดำเนินต่อไป
อย่างไรก็ตาม เฮฟลินเชื่อว่า ในท้ายที่สุด ทั้งสหรัฐฯ และอิหร่านต่างมีแรงจูงใจที่จะมุ่งไปสู่ “ข้อตกลงหยุดยิงถาวร” และมีโอกาสที่จะบรรลุเป้าหมายนั้นได้