
เจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านออกมาปฏิเสธเรื่องที่อิหร่านจะหารือกับสหรัฐฯ หลังก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ระบุว่า มีการหารือที่ดีมากและมีประสิทธิภาพเกิดขึ้น เพื่อยุติสงคราม และบอกว่า กำลังอยู่ในขั้นตอนการหารือกับอิหร่านเพื่อพูดคุยว่าจะสามารถบรรลุข้อตกลงได้หรือไม่ โดยครั้งนี้ อิหร่านต้องการการตกลงร่วมกัน และต้องการสันติภาพ
โฆษกรัฐสภาอิหร่านเปิดเผยบนโซเชียลมีเดียวานนี้ (23 มีนาคม 69) ว่า ไม่มีการเจรจาเกิดขึ้นกับสหรัฐฯ โดยระบุว่า ข่าวปลอมถูกใช้เพื่อถูกใช้เป็นเครื่องมือในการบิดเบือนตลาดการเงินและตลาดน้ำมัน เพื่อช่วยให้สหรัฐอเมริกา และอิสราเอล หลุดพ้นจากสถานการณ์ที่กำลังเผชิญอยู่
ขณะที่โฆษกกระทรวงต่างประเทศอิหร่านก็ออกมาปฏิเสธเรื่องการหารือกับสหรัฐฯ เช่นกัน
ด้านสำนักข่าว IRNA ของทางการอิหร่านรายงานอ้างโฆษกกระทรวงต่างประเทศว่า แม้จะมีการส่งสัญญาณผ่านประเทศมิตรเกี่ยวกับความต้องการเจรจาเพื่อยุติสงคราม แต่อิหร่านยังไม่ได้เข้าร่วมการพูดคุยใด ๆ
สถานการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น ขณะที่สงครามเข้าสู่สัปดาห์ที่ 4 แล้ว โดยกองทัพอิสราเอลเปิดเผยเมื่อวานนี้เช่นกันว่า ยังคงเปิดฉากการโจมตีระลอกใหม่เข้าใส่กรุงเตหะราน เมืองหลวงของอิหร่าน
ส่วนอิหร่านเองก็ยังคงยิงขีปนาวุธและโดรนเข้าใส่หลายประเทศในตะวันออกกลาง และที่สำคัญที่สุดคือ อิหร่านยังคงปิดช่องแคบฮอร์มุซ ช่องทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญของโลก ส่งผลทำให้ราคาพลังงานโลกปรับตัวสูงขึ้น และสร้างความวิตกกังวลให้แก่ประชาชนทั่วโลก
เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ทรัมป์ขู่ว่าจะทำลายโรงไฟฟ้าของอิหร่าน หากอิหร่านไม่เปิดเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ ให้กับเรือทุกลำภายใน 48 ชั่วโมง
อย่างไรก็ตาม ในเช้าวันจันทร์ ผู้นำสหรัฐฯ ได้โพสต์ข้อความผ่าน Truth Social ระบุว่า ได้สั่งให้กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ชะลอการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่านออกไปเป็นเวลา 5 วัน โดยขึ้นอยู่กับความคืบหน้า ของการเจรจาที่กำลังดำเนินอยู่
ทรัมป์ยังเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า การเจรจาได้เริ่มขึ้นตั้งแต่วันอาทิตย์ โดยสหรัฐฯ ได้พูดคุยกับ “บุคคลระดับสูง” ของอิหร่าน แม้จะไม่ได้ระบุชื่อ พร้อมย้ำว่า ทั้งสองฝ่ายต้องการบรรลุข้อตกลง แต่ก็เตือนว่า หากการเจรจาไม่คืบหน้า การโจมตีอาจกลับมาอีกครั้ง
ขณะเดียวกัน เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล เปิดเผยว่า ได้หารือกับทรัมป์ และมองว่าสถานการณ์สงครามอาจเป็นโอกาสในการผลักดันข้อตกลง แต่ยืนยันว่า อิสราเอลยังคงเดินหน้าโจมตีทั้งในอิหร่านและเลบานอน พร้อมย้ำว่าจะปกป้องผลประโยชน์สำคัญของประเทศในทุกข้อตกลงที่จะเกิดขึ้น