Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
‘Petroyuan’จ่อผงาด? อิหร่านให้ผ่านหากใช้หยวนซื้อน้ำมัน กระทบสหรัฐยังไง
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

‘Petroyuan’จ่อผงาด? อิหร่านให้ผ่านหากใช้หยวนซื้อน้ำมัน กระทบสหรัฐยังไง

23 มี.ค. 69
18:06 น.
แชร์

ช่องแคบฮอร์มุซกลายเป็นศูนย์กลางของความตึงเครียดระดับโลก ท่ามกลางการเผชิญหน้าทางทหารที่ทวีความรุนแรงระหว่างอิหร่าน สหรัฐอเมริกา และอิสราเอล เส้นทางเดินเรือที่มีความกว้างเพียงไม่กี่สิบกิโลเมตรแห่งนี้ ซึ่งรองรับการขนส่งน้ำมันและก๊าซประมาณหนึ่งในห้าของการค้าพลังงานโลก กำลังถูกเปลี่ยนสถานะจาก “โครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจ” ไปสู่ “จุดยุทธศาสตร์ทางอำนาจ”

ในช่วงเวลาปกติ ฮอร์มุซถูกมองว่าเป็นเพียง chokepoint ทางทะเลที่มีความสำคัญสูง แต่ในยามวิกฤต มันกลับกลายเป็นเครื่องมือที่สามารถใช้ต่อรองในระดับโครงสร้าง ทั้งด้านความมั่นคง พลังงาน และการเงินโลก ความไม่มั่นคงของเส้นทางนี้จึงไม่ได้สะท้อนเพียงความเสี่ยงด้านการขนส่ง แต่ยังสะท้อนการเปลี่ยนแปลงเชิงลึกของระเบียบโลก

รายงานจาก CNN ในวันที่ 16 มีนาคม 2569 ที่ระบุว่าอิหร่านกำลังหารือกับ 8 ประเทศเพื่ออนุญาตให้เรือบรรทุกน้ำมันผ่านช่องแคบได้ ภายใต้เงื่อนไขว่าธุรกรรมต้องชำระด้วยเงินหยวนของจีน ยิ่งทำให้สถานการณ์นี้มีนัยสำคัญยิ่งขึ้น เพราะประเด็นไม่ได้อยู่ที่ “การผ่านทาง” เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป หากแต่เป็นการท้าทาย “สถาปัตยกรรมของระบบการเงินพลังงานโลก” โดยตรง

ก่อนหน้านี้ สื่อหลักหลายแห่งรายงานไปในทิศทางเดียวกันว่า อิหร่านกำลังพิจารณาแผนอนุญาตให้เรือที่ขนส่งน้ำมันซึ่งซื้อขายด้วยเงินหยวนสามารถผ่านช่องแคบได้ และมีสัญญาณว่าบางประเทศเริ่มตอบรับการเจรจาภายใต้เงื่อนไขนี้แล้ว เนื่องจากเดินเรือผ่านช่องแคบได้โดยไม่ถูกโจมตี สะท้อนให้เห็นถึงแรงจูงใจของประเทศผู้นำเข้าน้ำมันบางส่วน ที่อาจยอมปรับเงื่อนไขทางการเงินเพื่อแลกกับความต่อเนื่องของเส้นทางพลังงาน

แม้จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการว่าการผ่อนปรนการเดินที่ปรากฏอยู่เรือผูกโยงกับเงื่อนไขการใช้เงินหยวนโดยตรงหรือไม่ แต่ในทางปฏิบัติได้มีเรือจากบางประเทศ เช่น ปากีสถานและอินเดีย สามารถผ่านช่องแคบฮอร์มุซภายใต้การควบคุมของอิหร่านได้แล้ว โดยเรือเหล่านี้ใช้เส้นทางเดินเรือใกล้ชายฝั่งอิหร่าน ซึ่งเป็นเส้นทางที่แทบไม่ถูกใช้ในภาวะปกติ 

‘ฮอร์มุซ’ จากเส้นทางพลังงานสู่เครื่องมืออำนาจ

ช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นเลือดใหญ่ของเศรษฐกิจโลก โดยปกติแล้วมีน้ำมันและก๊าซไหลผ่านคิดเป็นสัดส่วนราว 20% ของการค้าพลังงานโลก ทำให้ความต่อเนื่องของเส้นทางนี้มีความสำคัญต่อเสถียรภาพของราคา พลังงาน และตลาดการเงินระหว่างประเทศ

อย่างไรก็ตาม ความขัดแย้งล่าสุดที่เกี่ยวข้องกับอิหร่าน สหรัฐฯ และอิสราเอล ได้ทำให้เส้นทางนี้เกิดการหยุดชะงักอย่างรุนแรง ความเสี่ยงด้านความปลอดภัยทางทะเลเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จนทำให้การเดินเรือในพื้นที่กลายเป็นประเด็นด้านความมั่นคงระดับโลก

ภายใต้สถานการณ์ดังกล่าว สหรัฐฯ ได้เร่งกดดันประเทศต่าง ๆ รวมถึงจีน ให้เข้ามามีบทบาทในการเปิดและรักษาความปลอดภัยของช่องแคบ สะท้อนให้เห็นว่าช่องแคบฮอร์มุซยังคงเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่ไม่สามารถถูกแทนที่ได้ง่ายในระบบพลังงานโลก

ในบริบทนี้ รายงานที่ว่าอิหร่านอาจกำหนดเงื่อนไขให้เรือบรรทุกน้ำมันต้องซื้อขายด้วยเงินหยวน ควรถูกมองว่าไม่ใช่เพียงข้อเสนอทางเทคนิคเกี่ยวกับการชำระเงิน แต่เป็น “สัญญาณทางภูมิรัฐศาสตร์” ที่มีเป้าหมายเชื่อมโยงอำนาจการควบคุมทางกายภาพของเส้นทางเดินเรือ เข้ากับอำนาจเหนือสกุลเงินที่ใช้ในการค้าพลังงาน

กลยุทธ์อิหร่าน เลี่ยงคว่ำบาตร สร้างพันธมิตร ท้าทายดอลลาร์

แรงจูงใจแรกของอิหร่านคือการลดทอนผลกระทบจากมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ ซึ่งอำนาจของมาตรการเหล่านี้ไม่ได้ตั้งอยู่เพียงบนกฎหมายหรือกำลังทหาร แต่ตั้งอยู่บนสถานะของเงินดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินหลักของโลก

น้ำมันยังคงถูกกำหนดราคาและชำระเงินเป็นดอลลาร์เป็นส่วนใหญ่ ขณะที่ระบบการชำระเงินระหว่างประเทศจำนวนมากยังอยู่ภายใต้อิทธิพลของสหรัฐฯ เมื่อธุรกรรมต้องผ่านระบบเคลียร์ริ่งดอลลาร์ สหรัฐฯ จึงสามารถติดตาม ชะลอ อายัด หรือกำหนดบทลงโทษได้อย่างมีประสิทธิภาพ นี่คือเหตุผลที่มาตรการคว่ำบาตรต่ออิหร่าน รัสเซีย และเวเนซุเอลามีผลกระทบอย่างลึกซึ้ง

การเปลี่ยนไปใช้เงินหยวนอาจไม่สามารถลบล้างมาตรการคว่ำบาตรได้ทั้งหมด แต่สามารถลดทอนประสิทธิภาพของมันได้ โดยการย้ายธุรกรรมพลังงานบางส่วนออกจากช่องทางที่สหรัฐฯ มีอำนาจควบคุมสูงสุด

แรงจูงใจที่สองคือความสัมพันธ์เชิงยุทธศาสตร์กับจีน แม้อยู่ภายใต้แรงกดดันจากมาตรการคว่ำบาตร จีนยังคงเป็นลูกค้าน้ำมันรายสำคัญของอิหร่าน โดยข้อมูลล่าสุดชี้ว่าอิหร่านยังคงส่งออกน้ำมันประมาณ 1.1-1.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน และจีนยังคงเป็นผู้ซื้อหลัก

ในเชิงปฏิบัติ จีนมีบทบาทสำคัญในการค้ำจุนเศรษฐกิจพลังงานของอิหร่านให้ดำเนินต่อไปได้ ในเชิงการเมือง จีนมอบความสัมพันธ์ระดับมหาอำนาจที่ไม่ได้ตั้งอยู่บนการโดดเดี่ยว ดังนั้น การกำหนดให้ใช้เงินหยวนจึงไม่ใช่เพียงการต่อต้านสหรัฐฯ แต่ยังเป็นการตอบแทนพันธมิตรที่ยังคงมีบทบาทอย่างต่อเนื่อง

แรงจูงใจสำคัญอีกประการคือความพยายามท้าทายระเบียบ “ปิโตรดอลลาร์” (petrodollar) ซึ่งเป็นหนึ่งในเสาหลักของอำนาจทางเศรษฐกิจโลกของสหรัฐฯ ระบบนี้ก่อตัวขึ้นตั้งแต่ปี 2517 จากการเชื่อมโยงระหว่างการส่งออกน้ำมันในอ่าวเปอร์เซียกับการกำหนดราคาเป็นดอลลาร์ ทำให้ประเทศต่าง ๆ จำเป็นต้องถือครองดอลลาร์เพื่อใช้ซื้อพลังงาน ขณะที่รายได้จากน้ำมันจำนวนมหาศาลถูกหมุนเวียนกลับเข้าสู่ระบบการเงินสหรัฐฯ ทั้งในรูปของการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลและการจัดซื้อยุทโธปกรณ์

จุดตั้งต้นของระเบียบดังกล่าวย้อนกลับไปที่สงครามยมคิปปูร์ เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2516 ซึ่งอิสราเอลถูกโจมตีโดยอียิปต์และซีเรียในช่วงวันศักดิ์สิทธิ์ ส่งผลให้ความขัดแย้งในตะวันออกกลางปะทุขึ้นอีกครั้ง และนำไปสู่มาตรการคว่ำบาตรน้ำมันของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (OPEC) ต่อสหรัฐฯ และพันธมิตรตะวันตก ราคาน้ำมันพุ่งสูงอย่างรวดเร็ว กลายเป็นวิกฤตพลังงานครั้งใหญ่ครั้งแรกของโลกสมัยใหม่

ภายใต้แรงกดดันดังกล่าว สหรัฐฯ เร่งเจรจากับประเทศผู้ผลิตน้ำมัน โดยเฉพาะซาอุดีอาระเบีย จนนำไปสู่ข้อตกลงในปี 2517 ที่กำหนดให้ซาอุดีอาระเบียขายน้ำมันเป็นดอลลาร์ แลกกับการค้ำประกันด้านความมั่นคงจากสหรัฐฯ โมเดลนี้ถูกขยายไปยังประเทศผู้ผลิตน้ำมันอื่นในอ่าวเปอร์เซีย เช่น คูเวต กาตาร์ บาห์เรน และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ทำให้ดอลลาร์กลายเป็นสกุลเงินอ้างอิงโดยพฤตินัยของตลาดพลังงานโลก

แม้ดอลลาร์จะมีบทบาทนำในระบบเศรษฐกิจโลกมาตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่สอง แต่ระเบียบปิโตรดอลลาร์ได้ยิ่งตอกย้ำอำนาจดังกล่าวผ่าน “ความต้องการเชิงโครงสร้าง” จากตลาดพลังงานโลก ดังนั้น ความพยายามผลักดันให้มีการซื้อขายน้ำมันด้วยเงินหยวน จึงไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนสกุลเงินในการชำระเงิน แต่เป็นการสั่นคลอนโครงสร้างอำนาจทางการเงินและภูมิรัฐศาสตร์ที่ฝังรากลึกมานานกว่าครึ่งศตวรรษ

โลกหลังดอลลาร์ การเปลี่ยนผ่านแบบค่อยเป็นค่อยไป

อย่างไรก็ตาม แม้แนวคิดการลดบทบาทดอลลาร์จะได้รับความสนใจมากขึ้น แต่ในทางปฏิบัติ ตามข้อมูลของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เงินดอลลาร์ยังคงเป็นองค์ประกอบหลักของทุนสำรองระหว่างประเทศของโลก แม้ว่าสัดส่วนจะค่อย ๆ ลดลงในระยะยาว

แม้ปัจจุบัน เงินหยวนจะได้รับการบรรจุในตะกร้า SDR ของ IMF ร่วมกับดอลลาร์ ยูโร เยน และปอนด์แล้ว แต่บทบาทในฐานะเงินสำรองโลกยังมีขนาดเล็กกว่าอย่างมาก สิ่งที่อิหร่านกำลังทดลองจึงไม่ใช่การแทนที่ดอลลาร์โดยทันที แต่เป็นการขยายพื้นที่ของการค้าพลังงานที่ไม่พึ่งพาดอลลาร์แบบค่อยเป็นค่อยไป

นักวิเคราะห์มองว่า ดอลลาร์จะไม่ถูกโค่นลงในชั่วข้ามคืน และหยวนเองก็ยังไม่พร้อมรับภาระของการเป็นสกุลเงินสำรองโลกอย่างเต็มรูปแบบ จีนยังคงมีการควบคุมเงินทุน ตลาดการเงินยังไม่เปิดกว้างหรือมีความน่าเชื่อถือเท่าตลาดสหรัฐฯ และหลายประเทศยังคงให้ความสำคัญกับสภาพคล่อง ความโปร่งใส และหลักนิติธรรมของตลาดดอลลาร์

ในอีกด้านหนึ่ง ผู้เชี่ยวชาญชาวจีนบางส่วนยังเริ่มส่งสัญญาณ “ระมัดระวัง” ต่อแนวคิดการซื้อขายน้ำมันด้วยเงินหยวนของอิหร่าน โดยสะท้อนความกังวลว่ามาตรการดังกล่าวอาจมีผลกระทบเกินกว่าที่ประเมินไว้ในเชิงพาณิชย์

หวัง อี้เหว่ย ผู้อำนวยการสถาบันกิจการระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยเหรินหมิน ให้สัมภาษณ์กับ South China Morning Post (SCMP) ว่า แม้แนวทางนี้จะถือเป็น “มาตรการเชิงปฏิบัติ” ที่มีแนวโน้มได้รับการยอมรับมากกว่าการปิดช่องแคบฮอร์มุซโดยสิ้นเชิง แต่ก็มีความเสี่ยงที่จะดึงจีนเข้าไปพัวพันกับความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในวงกว้าง พร้อมเตือนว่า ผลกระทบของแผนดังกล่าวอาจลุกลามเกินกว่าประเด็นด้านพลังงาน ไปสู่คำถามเชิงโครงสร้างเกี่ยวกับระเบียบโลกและเสถียรภาพทางภูมิรัฐศาสตร์

มุมมองดังกล่าวสอดคล้องกับความเห็นของผู้เชี่ยวชาญด้านการทูตรายหนึ่งที่ใกล้ชิดกับรัฐบาลจีน ซึ่งให้ข้อมูลโดยไม่เปิดเผยชื่อ โดยระบุว่า ความเสี่ยงจากแรงต้านทางการเมืองอาจ “สูงกว่าผลประโยชน์” ที่จะได้รับ เนื่องจากในปัจจุบันการค้าพลังงานส่วนใหญ่ของโลกยังคงกำหนดราคาและชำระเงินด้วยดอลลาร์สหรัฐ

การที่ประเทศหรือบริษัทใดเลือกปฏิบัติตามเงื่อนไขของอิหร่านเพื่อให้สามารถผ่านช่องแคบได้ จึงไม่ใช่เพียงการตัดสินใจเชิงเศรษฐกิจ แต่เป็นการเข้าไปมีส่วนร่วมในกิจกรรมที่มีนัยทางการเมืองอย่างชัดเจน และมีความเป็นไปได้สูงที่สหรัฐอเมริกาและอิสราเอลจะตอบโต้ด้วยมาตรการทางการเมืองในลักษณะเดียวกัน

นอกจากนี้ แม้ในเชิงยุทธศาสตร์ หลายประเทศจะมีท่าทีไม่พอใจต่ออิทธิพลของสหรัฐฯ ในระบบการเงินโลก แต่ในทางปฏิบัติกลับยังไม่พร้อมที่จะแลกการพึ่งพาเงินดอลลาร์กับการพึ่งพาเงินหยวนอย่างเต็มรูปแบบ 

อย่างไรก็ตาม แนวโน้มการเปลี่ยนผ่านบางส่วนเริ่มปรากฏให้เห็นแล้ว โดยรัสเซียได้เพิ่มสัดส่วนการค้าพลังงานกับจีนด้วยเงินหยวน อินเดียเริ่มทดลองใช้ระบบการชำระเงินทางเลือกกับประเทศที่เผชิญมาตรการคว่ำบาตร และกลุ่ม BRICS ยังคงเดินหน้าหารือเพื่อพัฒนากลไกการชำระเงินที่ลดการพึ่งพาดอลลาร์ลงในระยะยาว

ในบริบทนี้ นโยบาย “ซื้อขายด้วยหยวนแลกกับการผ่านช่องแคบฮอร์มุซ” หากเกิดขึ้นจริง จะไม่ใช่การสร้างทิศทางใหม่ของระบบการเงินโลก แต่เป็นการเร่งกระบวนการที่ดำเนินอยู่แล้วให้เร็วขึ้น

สนามรบใหม่ การเงินในฐานะเครื่องมือภูมิรัฐศาสตร์

สำหรับจีน การขยายการใช้เงินหยวนในตลาดพลังงานจะช่วยผลักดันเป้าหมายระยะยาวสองประการพร้อมกัน คือการทำให้เงินหยวนมีบทบาทในระดับสากล และการเพิ่มความมั่นคงด้านพลังงาน เนื่องจากจีนเป็นผู้นำเข้าน้ำมันจากตะวันออกกลางในปริมาณมหาศาล

ในทางตรงกันข้าม สำหรับสหรัฐฯ การเคลื่อนย้ายการค้าพลังงานออกจากดอลลาร์ย่อมส่งผลกระทบต่ออำนาจในการคว่ำบาตรและอิทธิพลเชิงยุทธศาสตร์ในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย นี่จึงเป็นเหตุผลที่วิกฤตครั้งนี้ไม่สามารถมองผ่านมุมของความปลอดภัยในการเดินเรือเพียงอย่างเดียว

คำถามสำคัญคือ การควบคุมจุดคอขวดทางกายภาพอย่างฮอร์มุซ สามารถแปลงเป็นอำนาจเหนือสกุลเงินที่ใช้ในการค้าพลังงานได้หรือไม่ และระบบการเงินโลกจะตอบสนองต่อแรงกดดันนี้อย่างไร

การทดลองนี้ยังมีความไม่แน่นอนสูง ความสำเร็จขึ้นอยู่กับว่าผู้ซื้อน้ำมันรายอื่นจะยอมรับการชำระเงินด้วยหยวนหรือไม่ริษัทประกันและผู้ค้าจะร่วมมือหรือไม่ และประเทศผู้ผลิตรายอื่นในอ่าวจะดำเนินตามหรือไม่ นอกจากนี้ ความน่าเชื่อถือของระบบการเงินไม่ได้เกิดจากการบังคับของรัฐใดรัฐหนึ่ง แต่เกิดจากการยอมรับและใช้งานอย่างต่อเนื่องในระยะยาว

อย่างไรก็ตาม แม้ข้อเสนอของอิหร่านอาจยังมีขอบเขตจำกัดหรือเป็นเพียงมาตรการชั่วคราว แต่ก็สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงในวิธีคิดของรัฐที่ท้าทายระเบียบเดิม ซึ่งมองอำนาจไม่เพียงในมิติของกำลังทหารหรือการควบคุมดินแดน แต่รวมถึงระบบชำระเงิน สกุลเงิน และการกระจายทุนสำรอง

อ้างอิง: Asia Times, The Chosun Daily, CNN, ara




แชร์
‘Petroyuan’จ่อผงาด? อิหร่านให้ผ่านหากใช้หยวนซื้อน้ำมัน กระทบสหรัฐยังไง