
เมื่อเวลา 18.50 น. วันที่ 28 มิ.ย.นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. เดินทางถึง Stadium One และเข้าวอร์รูม ติดตามการนับคะแนนเลือกตั้งผู้ว่าฯ และสก. ร่วมกับทีมงานเกือบ 1 ชั่วโมง
จากนั้นเวลา20.10 น.นายชัชชาติ พร้อมนายแสนดี สิทธิพันธุ์ บุตรชาย และทีมชัชชาติลงมาพบปะผู้สนับสนุน หลังการนับคะแนนเกิน 50 % โดยผู้สนับสนุน ปรบมือแสดงความยินดีกับการเลือกตั้งครั้งนี้
นายชัชชาติ กล่าวว่า ขอบคุณทุกคะแนนเสียงที่โหวตให้และไม่ได้โหวตให้ และต้องบอกว่าผู้ว่าฯคนต่อไปงานหนักมาก เพราะภารกิจข้างหน้าเป็นภารกิจที่สำคัญ และจะหนักกว่าครั้งที่แล้ว เพราะสถานการณ์ของโลกและสถานการณ์ต่างๆเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วและต้องตั้งใจทำงานให้หนักมากกว่าเดิม ยอมรับว่า 4ปีไม่ง่ายและเป็นเรื่องที่หนักใจ ไม่ใช่หมูหรือหรือไม่หมู เพราะประชาชนมีความคาดหวังกับทีมอย่างมาก ต้องทำงานหนักขึ้น3-4 เท่า ทุกคะแนนเสียงของประชาชนถือว่าเป็นความสวยงามของระบอบประชาธิปไตย เมื่อวานไปเจอครอบครัวหนึ่งบอกว่าเลือกคนเดียวเดียวกันทั้งบ้าน จึงขอรับใช้ทุกคนต่อไป หากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยืนยันคะแนนแล้ว สิ่งแรกที่ทำคือแผนทั้งหมด 260 แผน มาทำเป็นแผนยุทธศาสตร์ จัดลำดับความสำคัญ
และทำแผน 100 วัน ว่าต้องทำอะไรบ้าง แต่เรื่องแรกต้องทำสิ่งที่ยากก่อน เพราะใช้เวลาในการดำเนินการไม่ว่าจะเรื่องกฎหมายหรืออะไรก็ตาม สิ่งที่ประชาชนกังวลในในช่วงเลือกตั้ง คือ เรื่องความโปร่งใส เรื่องทุจริตคอร์รัปชั่น ต้องทำต่ออย่างเข้มข้น ไม่ให้ประชาชนผิดหวัง ยืนยันจะเดินหน้าต่อ เชื่อว่า 4 ปีที่ผ่านมา เราทำงานอย่างเข้มข้นและจะทำให้เข้มข้นต่อไป รวมทั้งโครงการต่างๆ ถ้าต้องการจะตรวจสอบนโยบายสามารถดูได้ในเพจทีมชัชชาติ นี่คือพันธสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชน
นายชัชชาติ กล่าวว่า เมื่อประมาณ 1 ชั่วโมงก่อน นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร (ดร.โจ) ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. พรรคประชาชน โทรมาคุยกัน ได้ฝากนโยบาย ตนอ่านนโยบายทุกพรรคมีข้อดีหลายอัน ดร.โจ จะเน้นในเรื่องของศูนย์เด็กเล็ก โครงการป้องกันน้ำท่วม ต้องทำงานร่วมกันต่อไป ตนไม่มีปัญหาไม่ว่าใครจะมา ทุกคนก็ผ่านการเลือกตั้งมาแล้วเป็นพันธมิตรคุยกันได้ เป็นส่วนร่วมในการพัฒนา ทุกคะแนนที่ประชาชนให้มามีค่าไม่ว่าจะโหวตให้ใครก็ตาม และแจ้งให้ทุกคนช่วยกันเพื่อหาคำตอบที่ดีที่สุดให้กับกรุงเทพฯ
เมื่อถามว่า ผลที่ออกมาถือว่าโล่งใจหรือยัง เพราะระหว่างการหาเสียงถูกจับตาอย่างมาก นายชัชชาติ กล่าวว่า เราอยู่มา4ปี เป็นจุดอ่อนที่ทำให้คนโจมตีอยู่แล้ว แต่โพลของนิด้าที่ออกมาของเราขึ้นมาตลอดไม่ว่ากระแสจะออกมาเป็นอย่างไร ขอบคุณที่ประชาชนไว้ใจ เราต้องทำตัวและทำทีมงานให้ดีขึ้นเพื่อลบข้อกังขาเพื่อสร้างความไว้วางใจให้กับ และ4 ปีจากนี้ สิ่งที่คาดอยากจะเห็นกรุงเทพฯเปลี่ยนแปลง คือ เรื่องคุณภาพชีวิตต้องดีขึ้นสิ่งแวดล้อมดีขึ้นการศึกษาและเมืองต้องมีประสิทธิภาพขึ้น เพราะในอนาคตต้องดึงการลงทุนเข้ามา หากเศรษฐกิจโตคุณภาพชีวิตจะโต และเมืองมีประสิทธิภาพ มีความโปร่งใสใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม ทุกคนก็จะมีความสุข
เมื่อถามว่านอกจากด็อกเตอร์โจจากพรรคประชาชนที่โทรมาแล้วยังพูดคุย กับน.ส.มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข หรือไม่ นายชัชชาติ กล่าวว่า ไม่มีเบอร์น.ส.มัลลิกา จึงไม่รู้ว่าเบอร์อะไร มีเบอร์แปลกเข้ามาก็ไม่ได้รับ ส่วน เวลาดร.โจ ได้คุยกันตลอดและเสียดายที่มีเวลาแค่ 30 วันหากมีเวลามากกว่านี้อาจถ่ายทอดนโยบายได้เพราะมีหลายข้อที่เราได้ศึกษาและเชื่อว่าสามารถนำมาใช้ด้วยกันได้ และสก.ของพรรคประชาชน จะมาทำงานร่วมกันในอนาคต
เมื่อถามถึงภารกิจแรกในวันที่29 มิ.ย.นี้ จะทำอะไรเป็นเรื่องแรก ในระหว่างที่คณะกรรมการการเลือกตั้งยังไม่ได้รับรองผลอย่างเป็นทางการ นายชัชชาติ กล่าวว่า จะถ่ายทอดนโยบายเป็นแผนยุทธศาสตร์ เพื่อนำเจ้าหน้าที่ กทม.อีกกว่า 80,000 คน ไปกับแผนให้ได้ แล้ว และจะนัดทีมงานนำเสนอนโยบาย จะเปลี่ยนมาเป็นแผนการปฎิบัติและการประเมินเคพีไอในแต่ละหน่วยงานอย่างไร เมื่อกกต.รับรองทุกคนจะมีเป้าหมายในการทำงานทันที โดยต้องดูว่าแต่ละสำนักและแต่ละเขตมีแผนงานอย่างไร โดยช่วง 100 วันแรกต้องมีความชัดเจน เพื่อพาทุกคนเดินไปให้ได้
ผู้สื่อข่าวถามว่า การเลือกทีมงานที่ปรึกษา จะตัดสินใจเลือกเองหรือ พิจารณาจากอะไรเนื่องจากในช่วงหาเสียงที่ผ่านมาเป็นประเด็น นายชัชชาติ กล่าวว่า ทีมงานยังอยู่เหมือนเดิม แต่ตำแหน่งอาจจะไม่เหมือนเดิม ต้องดูว่าใครจะเหมาะสมอย่างไร ใครจะขยับไปตรงไหนถึงจะเหมาะสม รวมถึงตำแหน่งรองผู้ว่าฯ
กทม.ด้วย เชื่อว่าทุกคนไม่มีปัญหาอะไรเพราะไม่ได้หวังอำนาจวาสนา หวังแค่เอาปัญญามาแก้ไข ช่วยให้กรุงเทพฯดีขึ้นไม่ได้ติดในตำแหน่งอะไร
เมื่อถามว่าก่อนหน้านี้ถูกโจมเรื่องระบบอากง เป็นอย่างมาก หลังเลือกตั้งจะทำอย่างไรต่อ นายชัชชาติ กล่าวว่า ยืนยันว่าไม่มีระบบอากง และประชาชนก็สะท้อนให้เห็นแล้วว่าไม่ได้ให้ความสำคัญ ดูจากตัวเลขคะแนนเสียงประชาชนที่ออกมาจากหลายภาคส่วน แต่ถ้าประชาชนยังมีข้อสงสัยจะต้องทำให้มีความชัดเจน และมองว่าเป็นวาทกรรมที่สร้างขึ้นมายืนยันว่าเราไม่เคยมีระบบนี้ ในอนาคตต้องชัดเจนและเคลียร์ข้อสงสัยให้หมด
เมื่อถามว่า4ปีจากนี้จะยิ่งสูงจะยิ่งหนาวหรือไม่ นายชัชชาติ กล่าวว่า หนาวแน่นอน เพราะยอมรับว่าไม่ใช่เรื่องง่าย ผลงาน4 ปี ที่ผ่านมาเป็นมาตรฐานขั้นต่ำแต่นับจากนี้จะต้องขึ้นไป ประชาชนให้เราขนาดนี้ต้อง ตอบแทนไม่ให้เสียความไว้วางใจทำงานทำงาน ทำงาน ทำงาน ให้หนัก เป็นคีย์เวิร์ดสำคัญ และตอบโจทย์ของประชาชน และเอาเทคโนโลยีมาใช้เพื่อทำน้อยให้ได้ผลลัพธ์มาก เช่นการหาเสียงครั้งนี้ที่ใช้เทคโนโลยีมาช่วยและได้ผล ยอมรับว่าหนักใจเพราะประชาชนคาดหวังเยอะ เมื่อถามย้ำว่าที่ระบุจะทำให้กรุงเทพฯ ก้าวกระโดด คนกรุงเทพจะต้องรู้สึกแบบใดถึงจะตรงกับคำว่าก้าวกระโดด นายชัชชาติ กล่าวว่า 4 ปี ที่ผ่าน มีการตั้งคำถามว่าทำไมไม่มีการประชาสัมพันธ์ทำงาน ซึ่งตน บอกทีมงานว่าไม่ต้องกังวลเพราะหน้าที่คือต้องทำให้ประชาชนรู้สึกดีขึ้น และถ้าจะรู้สึกว่าก้าวกระโดดต้องให้บริการดีขึ้นกว่าเดิม เช่น เรื่องใช้ทราฟฟี่ ฟองดูว์ ไม่ได้ดีเพราะการประชาสัมพันธ์แต่ต้องมาจากความรู้สึกจริงๆ
เมื่อถามว่า อยากจะบอกอะไรกับคนที่ไม่ได้ลงคะแนนเลือก ในครั้งนี้ นายชัชชาติ กล่าวว่า เราต้องรับใช้ทุกคน ไม่ว่าจะเลือกหรือไม่เลือก เพราะทุกคนประชาชนกรุงเทพฯ ไม่ใช่รับใช้เฉพาะคนที่เลือกเรา แต่คนที่ไม่เลือกเราก็จะนำไปวิเคราะห์ว่ามีเรื่องไหนที่ติดวจและต้องปรับปรุงตัว มีกลุ่มใดที่ยังไม่ตอบโจทย์ และยังมีจุดที่เอื้อมไปไม่ถึงก็ต้องปรับปรุงตัว ส่วนคนที่ชอบก็ต้องดูแลเช่นกัน คนที่คอมเมนต์ตนไม่ได้มองว่าผิดหรือถูก โดยจะกลับไปดูเหตุผลว่ามีอะไรที่ปรับปรุงได้หรือไม่
เมื่อถามว่าผลเลือกตั้งสก.ที่มาจากหลายกลุ่ม จะทำงานร่วมกันในสภากทม.อย่างไร นายชัชชาติ กล่าวว่า เป็นการสะท้อนว่าสภากทม. กับผู้ว่าเลือกแยกกัน เห็นได้ว่าผู้ว่าฯจะได้เสียงส่วนใหญ่เป็นเรื่องยากและไม่ได้การันตี ว่าผู้ว่าฯที่มาจากพรรคการเมืองจะได้เสียงข้างมาก โดยหลักการทำงานของกทม. ผู้ว่าฯต้องทำงานกับสก.ทุกคนได้ เพราะคือคนที่ประชาชนเลือก และมองว่าดีที่มาจากหลากหลาย จะได้มาตรวจสอบผู้ว่าฯด้วย ยืนยันว่าไม่มีปัญหาพร้อมที่จะทำงานร่วมกับสก.ทุกคน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังแถลงขอบคุณ นายชัชชาติ ได้ทำท่ากระโดด ให้สอดรับกับการทำงานแบบก้าวกระโดดของผู้ว่าฯกทม. ขณะที่ผู้สนับสนุน ถ่ายภาพกับทีมชัชชาติ พร้อมพร้อมตะโกนแสดงความยินดี “ทีมชัชชาติ สู้สู้”
Advertisement