Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
ศึกอิหร่านทุบการบินโลก ยกเลิก/ดีเลย์แล้วกว่า4หมื่นเที่ยว ต้นทุนพุ่ง76%
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

ศึกอิหร่านทุบการบินโลก ยกเลิก/ดีเลย์แล้วกว่า4หมื่นเที่ยว ต้นทุนพุ่ง76%

24 มี.ค. 69
11:04 น.
แชร์

สถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน ได้ยกระดับจากประเด็นความมั่นคงในภูมิภาค สู่การเป็น “ช็อก” ต่อระบบเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะอุตสาหกรรมการบินที่พึ่งพาเสถียรภาพของเส้นทางระหว่างประเทศ ภาพของเที่ยวบินที่ถูกยกเลิกจำนวนมาก และการเปลี่ยนเส้นทางบินเพื่อหลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยง สะท้อนถึงความเปราะบางของโครงสร้างการเดินทางทางอากาศที่เชื่อมโยงโลกเข้าด้วยกัน

ตะวันออกกลางในฐานะศูนย์กลางการบินโลก (Global Aviation Hub) กำลังเผชิญภาวะวิกฤต โดยเส้นทางบินสำคัญที่เชื่อมยุโรป เอเชีย และแอฟริกา ต้องถูกปรับลดหรือหยุดให้บริการ ส่งผลให้การเดินทางระหว่างประเทศเกิดปัญหาเป็นวงกว้าง แม้ในเชิงสัดส่วน เที่ยวบินที่ผ่านภูมิภาคนี้จะคิดเป็นเพียง 8% ของเที่ยวบินระหว่างประเทศทั่วโลก แต่บทบาทเชิงยุทธศาสตร์ทำให้ผลกระทบลุกลามไปทั้งระบบ

พร้อมกันนั้น ปัจจัยด้านต้นทุนได้เร่งตัวขึ้นอย่างรุนแรง โดยเฉพาะราคาน้ำมันเครื่องบินที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงเวลาอันสั้น กลายเป็นแรงกดดันต่อสายการบินทั่วโลกในจังหวะเดียวกับที่ความต้องการเดินทางเริ่มชะลอตัว ภาพรวมดังกล่าวกำลังบ่งชี้ว่า อุตสาหกรรมการบินกำลังเผชิญความท้าทายทั้งด้านอุปสงค์ อุปทาน และต้นทุนพร้อมกัน

การหยุดชะงักของเส้นทางบินโลก และผลกระทบเชิงโครงสร้าง

ข้อมูลระบุว่า เที่ยวบินจากหลายประเทศทั่วโลกที่ต้องบินผ่านตะวันออกกลาง ซึ่งครอบคลุมประเทศสำคัญ ได้แก่ ซาอุดีอาระเบีย กาตาร์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โอมาน จอร์แดน และคูเวต เฉลี่ยคิดเป็น 8% ของจำนวนเที่ยวบินระหว่างประเทศทั้งหมด กลับได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญจากสถานการณ์ความขัดแย้ง

ในช่วงระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ถึง 14 มีนาคม 2569 เที่ยวบินทั่วโลกเผชิญการยกเลิกและล่าช้าแล้วมากกว่า 40,000 เที่ยวบิน สะท้อนความปั่นป่วนในระบบการบินที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ขณะที่จำนวนเที่ยวบินที่ให้บริการจริงลดลงจาก 564,779 เที่ยวบินในช่วงก่อนเกิดเหตุการณ์ เหลือเพียง 524,779 เที่ยวบินในช่วงที่สถานการณ์ความขัดแย้งรุนแรงขึ้น

ในเชิงการใช้งานโครงสร้างพื้นฐาน ผู้โดยสารที่เดินทางผ่านท่าอากาศยานนานาชาติในตะวันออกกลางมีจำนวนเฉลี่ยไม่น้อยกว่า 700,000 คนต่อวัน ซึ่งหมายความว่าความปั่นป่วนของเส้นทางบินไม่ได้กระทบเฉพาะสายการบิน แต่ยังส่งผลโดยตรงต่อผู้โดยสารจำนวนมหาศาลทั่วโลก

สำหรับประเทศไทย ผลกระทบเกิดขึ้นอย่างชัดเจน โดยในช่วงระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ถึง 18 มีนาคม 2569 มีเที่ยวบินที่ยกเลิกและล่าช้าสะสมแล้วกว่า 1,000 เที่ยวบิน สะท้อนความเชื่อมโยงของระบบการบินไทยกับโครงข่ายการบินระหว่างประเทศ

ต้นทุนพุ่งแรงจากราคาน้ำมันเครื่องบิน กดดันสายการบินทั่วโลก

แรงกดดันด้านต้นทุนกลายเป็นปัจจัยซ้ำเติมที่สำคัญ โดยราคาน้ำมันเครื่องบิน (Jet Fuel) ได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จากระดับประมาณ 93.2 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลในวันที่ 2 มกราคม 2569 เพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 93 ดอลลาร์ในวันที่ 9 มกราคม และ 92.5 ดอลลาร์ในวันที่ 16 มกราคม ก่อนจะลดลงเล็กน้อยเป็น 90.96 ดอลลาร์ในวันที่ 23 มกราคม

อย่างไรก็ตาม แนวโน้มเริ่มกลับเป็นขาขึ้นตั้งแต่ปลายเดือนมกราคม โดยราคาขยับขึ้นเป็น 94.97 ดอลลาร์ในวันที่ 30 มกราคม และเพิ่มเป็น 96.2 ดอลลาร์ในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ ก่อนจะเร่งตัวต่อเนื่องเป็น 96.8 ดอลลาร์ในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ และ 97.4 ดอลลาร์ในวันที่ 20 กุมภาพันธ์

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ โดยราคาพุ่งขึ้นเป็น 99.4 ดอลลาร์ในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ ก่อนจะทะยานขึ้นอย่างรวดเร็วเป็น 157.41 ดอลลาร์ในวันที่ 6 มีนาคม และแตะระดับสูงถึง 175 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในวันที่ 13 มีนาคม 2569 ส่งผลให้ราคาน้ำมันเครื่องบินโดยรวมเพิ่มขึ้นกว่า 76% เมื่อเทียบกับก่อนเกิดความขัดแย้ง

ต้นทุนที่พุ่งขึ้นดังกล่าวส่งผลให้ค่าโดยสารเครื่องบินเฉลี่ยมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นมากกว่า 70% และยังเพิ่มความเสี่ยงด้านการดำเนินงานของสายการบิน ทั้งในแง่ของ margin และความสามารถในการบริหารต้นทุนภายใต้สภาวะตลาดที่ผันผวน

มุมมอง KResearch ความเสี่ยงระยะยาวและผลกระทบต่อไทย

KResearch ประเมินว่า หากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่านยังคงยืดเยื้อ จะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการบินในหลายมิติ โดยต้นทุนธุรกิจการบินที่เพิ่มสูงขึ้นจะกดดันกระแสเงินสดของผู้ประกอบการ ขณะที่ราคาค่าโดยสารที่สูงขึ้นจะกระทบต่อความต้องการเดินทางของผู้โดยสาร

นอกจากนี้ ยังมีความเสี่ยงด้านการขาดแคลนน้ำมันเครื่องบิน ซึ่งอาจเกิดขึ้นหากสถานการณ์ลุกลามไปกระทบเส้นทางลำเลียงพลังงานในภูมิภาค โดยเฉพาะพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญ ขณะที่ความไม่แน่นอนโดยรวมอาจทำให้การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมการบินล่าช้าออกไป

สำหรับประเทศไทย ผลกระทบหลักจะอยู่ในกลุ่มนักท่องเที่ยวจากยุโรป ตะวันออกกลาง และแอฟริกา ซึ่งเป็นกลุ่มที่พึ่งพาเส้นทางบินผ่านภูมิภาคดังกล่าว โดยการลดลงของเที่ยวบินและต้นทุนการเดินทางที่สูงขึ้น มีแนวโน้มจะกดดันจำนวนนักท่องเที่ยวและรายได้จากภาคการท่องเที่ยวในระยะต่อไป

ภาพรวมทั้งหมดสะท้อนว่า วิกฤติครั้งนี้เป็นมากกว่าความผันผวนระยะสั้น แต่กำลังกลายเป็นความเสี่ยงเชิงโครงสร้างที่อาจเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ของอุตสาหกรรมการบินโลกในระยะยาว ภายใต้บริบทของโลกที่เผชิญความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์และพลังงานเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง


แชร์
ศึกอิหร่านทุบการบินโลก ยกเลิก/ดีเลย์แล้วกว่า4หมื่นเที่ยว ต้นทุนพุ่ง76%