
เวียดนามเตรียมลงนามข้อตกลงสำคัญด้านพลังงานกับรัสเซีย ระหว่างการเยือนกรุงมอสโกอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรี ฝ่าม มิงห์ จิ๋ง เป็นเวลา 4 วัน ระหว่างวันที่ 22-25 มีนาคม ซึ่งเริ่มต้นขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ท่ามกลางบริบทตลาดพลังงานโลกที่ผันผวนอย่างรุนแรงจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
รัฐบาลเวียดนามระบุว่า การเยือนครั้งนี้จะนำไปสู่การลงนาม “ข้อตกลงสำคัญหลายฉบับ” ที่ครอบคลุมความร่วมมือด้านพลังงาน การค้า และการลงทุน โดยเฉพาะความร่วมมือด้านน้ำมัน ก๊าซ และพลังงานนิวเคลียร์ ซึ่งถือเป็นกลไกหลักในการเสริมความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศในระยะยาว
ขณะเดียวกัน เวียดนามกำลังเผชิญแรงกดดันด้านพลังงานในประเทศ หลังสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่านที่เริ่มขึ้นตั้งแต่ช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ ได้ส่งผลให้ราคาพลังงานพุ่งสูงและก่อให้เกิดความกังวลด้านอุปทานทั่วโลก โดยราคาน้ำมันเบนซินออกเทน 95 ในเวียดนามปรับเพิ่มขึ้นถึง 50% และดีเซลพุ่งขึ้น 70% สะท้อนความเปราะบางของประเทศในฐานะศูนย์กลางการผลิตที่พึ่งพาพลังงานนำเข้า
แถลงการณ์จากกรุงฮานอยเมื่อวันที่ 22 มีนาคม ระบุว่า การเยือนครั้งนี้มุ่งเน้นการกระชับความสัมพันธ์กับรัสเซียและขยายความร่วมมือในด้านการค้า การลงทุน และพลังงาน ขณะที่แถลงการณ์อีกฉบับเมื่อวันที่ 21 มีนาคม ย้ำว่าจะมีการลงนามข้อตกลงสำคัญหลายฉบับ รวมถึงความร่วมมือด้านน้ำมันและก๊าซ
ความร่วมมือด้านพลังงานน้ำมันและก๊าซจะถูกยกระดับในทุกมิติ ตั้งแต่การค้า การสำรวจ การสกัด (extraction) ไปจนถึงการพัฒนาทรัพยากรบุคคล โดยรัสเซียในฐานะประเทศผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ยังคงมีบทบาทสำคัญในระบบพลังงานของเวียดนาม ทั้งในรูปแบบการลงทุนและการดำเนินงานนอกชายฝั่ง
เวียดนามซึ่งปกครองด้วยระบอบคอมมิวนิสต์ยังคงรักษาความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับรัสเซีย ซึ่งเป็นผู้จัดหาอาวุธรายใหญ่ของประเทศมาอย่างยาวนาน ขณะที่ความร่วมมือด้านพลังงานยังถือเป็นอีกหนึ่งเสาหลักของความสัมพันธ์ทวิภาคี
ในด้านการเจรจาระดับผู้นำ นายจิ๋งมีกำหนดพบกับนายกรัฐมนตรีรัสเซีย มิคาอิล มิชูสติน ในวันที่ 23 มีนาคม ตามการเปิดเผยของรัฐบาลมอสโก โดยทั้งสองฝ่ายจะหารือ “ประเด็นความร่วมมือทางการค้าเวียดนาม-รัสเซีย” พร้อมมุ่งเน้นการดำเนินโครงการร่วมในภาคพลังงานและภาคส่วนอื่น ๆ ตามแถลงการณ์ของรัฐบาลรัสเซียเมื่อวันที่ 19 มีนาคม
นอกจากนี้ นายจิ๋งยังมีกำหนดเข้าพบประธานาธิบดีรัสเซีย วลาดิเมียร์ ปูติน เพื่อหารือเชิงยุทธศาสตร์เกี่ยวกับความร่วมมือระหว่างสองประเทศในระยะต่อไป
อีกหนึ่งแกนสำคัญของการเยือนครั้งนี้คือความคืบหน้าของโครงการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งแรกของเวียดนาม ซึ่งอยู่ระหว่างการหารือกับบริษัทจากรัสเซีย โดยเจ้าหน้าที่เวียดนามระบุว่ามีแนวโน้มสูงที่จะมีการลงนามข้อตกลงด้านพลังงานนิวเคลียร์อย่างเป็นทางการในระหว่างการเยือนครั้งนี้
แถลงการณ์จากรัฐบาลเวียดนามระบุว่า “ระหว่างการเยือนครั้งนี้ จะมีการลงนามข้อตกลงสำคัญหลายฉบับที่เกี่ยวข้องกับโครงการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ รวมถึงความร่วมมือด้านพลังงาน น้ำมัน และก๊าซ” สะท้อนความพยายามของเวียดนามในการวางรากฐานพลังงานระยะยาว
ก่อนหน้านี้ ระหว่างการเยือนกรุงฮานอยของนายกรัฐมนตรีรัสเซีย มิคาอิล มิชูสติน เมื่อเดือนมกราคม 2568 รัสเซียได้ประกาศความพร้อมในการเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาอุตสาหกรรมพลังงานนิวเคลียร์ของเวียดนาม พร้อมทั้งยืนยันความร่วมมือในโครงการน้ำมันและก๊าซร่วมกัน
ในโอกาสดังกล่าว ทั้งสองฝ่ายยังได้ลงนามข้อตกลงด้านพลังงานนิวเคลียร์เบื้องต้น โดยนายจิ๋งระบุว่า เวียดนามตั้งเป้าหมายที่จะสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ให้ได้ภายในระยะเวลา 5 ปี
การเดินทางเยือนรัสเซียของผู้นำเวียดนามมีขึ้นในช่วงที่รัฐบาลเวียดนามกำลังเร่งเสริมความมั่นคงด้านพลังงาน เพื่อรับมือกับความปั่นป่วนของอุปทานโลกที่เกิดจากสงครามในตะวันออกกลาง ซึ่งได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาพลังงานและความเสี่ยงด้านการขาดแคลนเชื้อเพลิง
นับตั้งแต่ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่านยกระดับเข้าสู่สัปดาห์ที่สี่ ราคาน้ำมันในตลาดโลกยังคงเคลื่อนไหวในระดับสูง ขณะที่เวียดนามในฐานะประเทศผู้ผลิตอุตสาหกรรมสำคัญ ได้รับผลกระทบจากต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
ในช่วงที่ผ่านมา นายจิ๋งได้หารือทางโทรศัพท์เพื่อขอความร่วมมือด้านเชื้อเพลิงจากหลายประเทศผู้ส่งออกพลังงาน ได้แก่ กาตาร์ คูเวต แอลจีเรีย และญี่ปุ่น สะท้อนความพยายามเชิงรุกในการกระจายแหล่งพลังงานและลดความเสี่ยงด้านอุปทาน
ภาพรวมดังกล่าวชี้ให้เห็นว่า ความร่วมมือด้านพลังงานกับรัสเซีย โดยเฉพาะในภาคน้ำมัน ก๊าซ และพลังงานนิวเคลียร์ จะมีบทบาทสำคัญต่อยุทธศาสตร์ความมั่นคงพลังงานของเวียดนามในระยะต่อไป ท่ามกลางโลกที่กำลังเผชิญความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์และพลังงานที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
อ้างอิง: Reuters, The Straits Times