Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
สิงคโปร์ดึงเงินลงทุนต่างชาติปี 2025 เพิ่มเป็น 1.4 หมื่นล้านดอลลาร์ฯ
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

สิงคโปร์ดึงเงินลงทุนต่างชาติปี 2025 เพิ่มเป็น 1.4 หมื่นล้านดอลลาร์ฯ

9 ก.พ. 69
13:11 น.
แชร์

คณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจสิงคโปร์ (EDB) แถลงผลประกอบการประจำปี 2025 เมื่อวันจันทร์ที่ 9 ก.พ. ระบุว่า สิงคโปร์ยังคงรักษาความเชื่อมั่นจากนักลงทุนทั่วโลก ท่ามกลางมรสุมภูมิรัฐศาสตร์ โดยในปี 2025 ที่ผ่านมา สิงคโปร์สามารถดึงดูดเงินลงทุนได้ 14,200 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ หรือประมาณ 11,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม ทางการได้ออกมายอมรับถึงความท้าทายใหม่ เมื่อตัวเลขคาดการณ์การสร้างงานลดต่ำลงเป็นประวัติการณ์ ซึ่งคาดว่า จะสร้างงานได้ 15,700 ตำแหน่งในช่วง 5 ปีข้างหน้า

เงินลงทุนในสินทรัพย์ถาวร มูลค่า 14,200 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ ซึ่งหมายถึงการใช้จ่ายในสินทรัพย์ระยะยาว เช่น โรงงาน อุปกรณ์ และเครื่องจักรนั้น ถือว่าเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 13,500 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ในปี 2024

ในส่วนของรายจ่ายทางธุรกิจทั้งหมด ซึ่งหมายถึงค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นของบริษัทต่าง ๆ รวมถึงค่าจ้างและค่าเช่า ขยับตัวขึ้นสู่ระดับ 8,900,000 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ในปี 2025 จาก 8,400,000 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ในปีก่อนหน้า EDB ระบุในรายงานสรุปผลการดำเนินงานประจำปีว่า ตัวเลขการลงทุนเหล่านี้อยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกับช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แม้ว่าจะเผชิญกับสภาพแวดล้อมทั่วโลกที่ผันผวนก็ตาม

นายปัง ชอง บูน ประธาน EDB กล่าวว่า ในปี 2025 บริษัทต่าง ๆ ต้องรับมือกับความไม่แน่นอนหลายประการ โดยเฉพาะผลกระทบของกำแพงภาษีทรัมป์ และการขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ อีกระลอกใหญ่ ที่ทรัมป์เรียกว่า “วันปลดปล่อย” (Liberation Day) 

เขากล่าวเพิ่มเติมว่า “โชคดีที่สิงคโปร์ยังคงเป็นจุดหมายปลายทางแรก ๆ ที่ผู้นำธุรกิจนึกถึง เนื่องจากเรามีประวัติผลงานที่ยอดเยี่ยมในการเป็นสถานที่ที่มีความมั่นคง เชื่อถือได้ มีการเชื่อมต่อที่ดี และได้รับความไว้วางใจ รวมถึงนโยบายที่สม่ำเสมอและเอื้อต่อการทำธุรกิจ ตลอดจนโครงสร้างพื้นฐานที่ดี”

สถิติการจ้างงานใหม่ต่ำสุดในรอบสองทศวรรษ

รายงานจาก EDB ระบุว่า เม็ดเงินลงทุนในปี 2025 คาดว่าจะสร้างงานใหม่ได้ราว 15,700 ตำแหน่งในช่วง 5 ปีข้างหน้า ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่ต่ำที่สุดนับตั้งแต่มีการเก็บข้อมูลในปี 2005 เป็นต้นมา ปรากฏการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่าภาคธุรกิจเริ่มปรับเปลี่ยนโครงสร้างไปสู่การใช้ระบบอัตโนมัติและปัญญาประดิษฐ์ (AI) มากขึ้น รวมถึงการดำเนินนโยบายที่ระมัดระวังตามสภาวะเศรษฐกิจโลก

ทั้งนี้ ในปี 2024 เคยมีการคาดการณ์การสร้างงานใหม่ไว้ที่ประมาณ 18,700 ตำแหน่งในช่วง 5 ปี

นายปัง ชอง บูน กล่าวว่า แม้จำนวนตำแหน่งงานจะลดลง แต่คุณภาพของงานยังคงอยู่ในระดับสูง โดยกว่า 2 ใน 3 ของตำแหน่งงานใหม่จะมีอัตราเงินเดือนเริ่มต้นสูงกว่า 5,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ (ประมาณ 1.3 แสนบาท) ซึ่งมุ่งเน้นไปที่กลุ่มวิชาชีพเฉพาะทางและตำแหน่งบริหารเป็นหลัก

ประธาน EDB กล่าวว่า “งานเหล่านี้จะสร้างโอกาสให้กับทั้งนักศึกษาจบใหม่และผู้ที่ต้องการเปลี่ยนงานในช่วงกลางอาชีพ ซึ่งจะเป็นเส้นทางอาชีพที่มีความหมายสำหรับแรงงานของเรา โดยเฉพาะผู้ที่มีความเชี่ยวชาญที่จำเป็นและทำผลงานได้ดี นอกจากนี้ยังให้โอกาสในการเรียนรู้ทักษะใหม่ ๆ และรับบทบาทหน้าที่ใหม่ๆ ด้วย”

ทั้งนี้ การจ้างงานที่เกิดขึ้นจะอยู่ในภาคบริการ 40% ภาคการผลิต 37% และการวิจัยและพัฒนา (R&D) และนวัตกรรม 23% ซึ่งส่วนใหญ่เป็นบทบาทในกลุ่มวิชาชีพ ผู้จัดการ ผู้บริหาร และช่างเทคนิค ตามข้อมูลของ EDB

อุตสาหกรรมแห่งอนาคต: หัวใจสำคัญของความมั่งคั่ง

หากกางข้อมูลดูว่าเงินลงทุนไหลไปที่ไหนบ้าง จะพบว่า อุตสาหกรรม การผลิตอิเล็กทรอนิกส์ ครองสัดส่วน 33% และ ชีวการแพทย์ ตามมาติดๆ ที่ 30.8% โดยทั้งสองภาคส่วนนี้คือ แม่เหล็กสำคัญที่กวาดเม็ดเงินส่วนใหญ่ไปในปีที่ผ่านมา

ตัวเลขนี้สะท้อนทิศทางที่เปลี่ยนไปจากปี 2024 ซึ่งในตอนนั้นการลงทุนด้านอิเล็กทรอนิกส์เคยพุ่งสูงถึง 57% แต่ในปี 2025 สิงคโปร์เริ่มกระจายความเสี่ยงได้สมดุลมากขึ้น โดยเม็ดเงินลงทุนในสินทรัพย์ถาวรกว่า 12,100 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ จากยอดรวมทั้งหมด 14,200 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ ถูกเทไปที่โครงการที่เกี่ยวข้องกับการผลิตขั้นสูง

เจอร์เมน ลอย คณะกรรมการ EDB อธิบายว่า กระแส AI เปลี่ยนโลกคือแรงขับเคลื่อนหลัก เพราะทำให้ความต้องการชิปประมวลผล เซิร์ฟเวอร์ และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องพุ่งสูงขึ้นอย่างมหาศาล ขณะเดียวกันในด้านชีวการแพทย์ สิงคโปร์ก็ได้กลายเป็นฐานผลิตสำคัญของยาชีวเภสัชภัณฑ์และเทคโนโลยีการแพทย์มูลค่าสูง รวมถึงการผลิตสารเคมีชนิดพิเศษที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพื่อตอบโจทย์ความยั่งยืน

นอกจากการผลิตแล้ว สิงคโปร์ยังประสบความสำเร็จในการดึงดูดบริษัทเทคโนโลยีข้ามชาติให้เข้ามาตั้’สำนักงานใหญ่ และ ศูนย์วิจัยและพัฒนา โดยพบว่า บริษัทเทคโนโลยีเหล่านี้เป็นผู้ลงทุนรายใหญ่ในการตั้ง "ศูนย์ความเป็นเลิศ" เพื่อวางแผนกลยุทธ์สินค้าและขับเคลื่อนนวัตกรรมดิจิทัลในภูมิภาคอย่างเต็มตัว

คณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจ ยังเดินหน้าปูทางสู่เศรษฐกิจยุคถัดไป ผ่านโครงการล้ำสมัยในหลายด้าน ทั้งโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล การลงทุนในฮาร์ดแวร์สำหรับศูนย์ข้อมูล (Data Centre) และการทดสอบเทคโนโลยีควอนตัมที่กำลังเริ่มเป็นรูปเป็นร่าง โครงการยานยนต์ไร้คนขับและเทคโนโลยีพลังงานไฟฟ้า ซึ่งช่วยสร้างงานใหม่ๆ ในด้านการพัฒนาซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์โดยตรง และ การรักษาแบบเฉพาะบุคคล ซึ่งเป็นเทรนด์สุขภาพโลกที่กำลังเติบโต และทำให้ความต้องการอุปกรณ์การแพทย์ที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลพุ่งสูงขึ้น

ทุนจีนเริ่มขึ้นแท่น ลดการลงทุนจากยุโรป

เมื่อพิจารณาตามแหล่งที่มาของเงินทุนตามภูมิภาค พบว่า เม็ดเงินลงทุนในสินทรัพย์ถาวรส่วนใหญ่ยังคงมาจากกลุ่มยุโรป จีน และสหรัฐอเมริกา อย่างไรก็ตาม มีการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจอย่างยิ่ง เมื่อสัดส่วนการลงทุนจากสหรัฐอเมริกาปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงจาก 55.5% ในปี 2024 เหลือเพียง 17.3% ในปี 2025 ในขณะที่ส่วนแบ่งการลงทุนของจีนกลับเติบโตอย่างก้าวกระโดดจาก 2.5% ขึ้นมาเป็น 20.6% ในช่วงเวลาเดียวกัน

ปรากฏการณ์ในครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่จีนมียอดการลงทุนในสินทรัพย์ถาวรสูงกว่าสหรัฐอเมริกา และหากมองในแง่ของพันธสัญญาการใช้จ่ายทางธุรกิจทั้งหมด จีนยังก้าวขึ้นมาครองส่วนแบ่งใหญ่ที่สุดถึง 50.7% เมื่อเทียบกับเพียง 15% ในปีก่อนหน้า โดยทางด้านนายปัง ประธาน EDB ได้ให้ความเห็นต่อประเด็นนี้ว่า สิงคโปร์ยังคงรักษาจุดยืนของการเป็นระบบเศรษฐกิจที่เปิดกว้างมาโดยตลอด และพร้อมต้อนรับบริษัทต่างชาติที่มีกิจกรรมทางธุรกิจที่เป็นรูปธรรมให้เข้ามาตั้งฐานปฏิบัติการ ตราบใดที่ปฏิบัติตามกฎหมายและข้อบังคับของประเทศอย่างถูกต้อง

นอกจากนี้ นายปังยังระบุเสริมว่า ปัจจุบันบริษัทสัญชาติจีนจำนวนมากกำลังเร่งแสวงหาโอกาสขยายธุรกิจออกสู่ระดับสากล เพื่อตอบโต้ภาวะการเติบโตที่ชะลอตัวลงภายในประเทศจีนเอง ส่งผลให้ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาเราได้เห็นบริษัทที่มีสำนักงานใหญ่ในจีนจากหลากหลายภาคส่วนเข้ามาขยายฐานในสิงคโปร์อย่างต่อเนื่อง ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ แบรนด์อีคอมเมิร์ซและยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมเกมอย่าง Bytedance และ Mihoyo

แม้บทบาทของทุนจีนจะเพิ่มขึ้น แต่นายปังยังคงย้ำว่า สิงคโปร์มีประวัติการทำงานที่ดีเยี่ยมในการเป็นฐานที่มั่นให้กับบรรษัทข้ามชาติจากทั่วทุกมุมโลก ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐฯ ยุโรป ญี่ปุ่น อินเดีย รวมถึงประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยรัฐบาลยังคงมองว่า สหรัฐฯ และยุโรปจะยังเป็นแหล่งเงินทุนที่สำคัญ ทั้งในส่วนของยอดเงินลงทุนสะสมเดิมและกระแสเงินลงทุนใหม่ที่จะเข้ามาในอนาคต

สำหรับภาพรวมในปี 2025 บรรษัทข้ามชาติส่วนใหญ่เลือกใช้วิธีรอดูสถานการณ์อย่างระมัดระวัง เพื่อประเมินแนวทางการตอบสนองต่อสภาพแวดล้อมทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม ผู้นำธุรกิจหลายรายได้ส่งสัญญาณว่า แม้จะคาดการณ์ว่า ความผันผวนและความไม่แน่นอนจะยังคงอยู่ควบคู่ไปกับสภาวะเศรษฐกิจโลกที่แตกแยกเป็นส่วน ๆ แต่ในปีนี้พวกเขาก็มีความพร้อมมากขึ้นที่จะตัดสินใจเดินหน้าอย่างมีการคำนวณ เพื่อสร้างการเติบโตหรือปรับโฉมธุรกิจให้เท่าทันโลกยุคใหม่


แชร์
สิงคโปร์ดึงเงินลงทุนต่างชาติปี 2025 เพิ่มเป็น 1.4 หมื่นล้านดอลลาร์ฯ