
ตลาดทองคำไทยกำลังมีทางเลือกการลงทุนรูปแบบใหม่ เมื่อกลุ่ม MTS GOLD (แม่ทองสุก) เปิดตัว MTS Gold Investment Token โทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุนในธุรกิจค้าทองคำแท่ง ซึ่งเป็น Initial Coin Offering (ICO) หรือการระดมทุนโดยใช้วิธีการออกโทเคนดิจิทัลผ่านเทคโนโลยีบล็อกเชนครั้งแรกของไทย เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2569 ก่อนเปิดเสนอขายวันที่ 24 กรกฎาคม 2569
MTS Gold Investment Token ดำเนินการโดยบริษัท แม่ทองสุกเซ็นทรัล จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ MTS GOLD (แม่ทองสุก) ในฐานะผู้ออกโทเคนดิจิทัล และบริษัท คิวบิกซ์ ดิจิทัล แอสเสท จำกัด (kubix) ภายใต้ออร์บิกซ์ กรุ๊ป บริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงินของธนาคารกสิกรไทย ในฐานะผู้ให้บริการระบบเสนอขายโทเคนดิจิทัล (ICO Portal) โดยมีเป้าหมายนำเทคโนโลยีสินทรัพย์ดิจิทัลมาเชื่อมโยงกับธุรกิจทองคำที่มีสินทรัพย์จริงอยู่เบื้องหลัง เพื่อสร้างรูปแบบการลงทุนใหม่ในอุตสาหกรรมทองคำไทย
โครงการนี้เป็นการนำธุรกิจค้าทองคำแท่งของ MTS GOLD หรือกลุ่มแม่ทองสุกมาผ่านโครงสร้างสินทรัพย์ดิจิทัล ให้นักลงทุนเข้าถึงการทำธุรกิจค้าทองคำในรูปแบบใหม่ โดยมีทั้งผลตอบแทนคงที่ และโอกาสได้รับผลตอบแทนเพิ่มเติมจากส่วนต่างราคาทองคำเมื่อครบกำหนดโครงการ
MTS Gold Investment Token คือโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุนที่ออกโดยบริษัท แม่ทองสุกเซ็นทรัล จำกัด ในเครือ MTS GOLD (แม่ทองสุก) โดยนักลงทุนไม่ได้เข้าซื้อทองคำแท่งโดยตรง แต่ลงทุนในโครงการที่นำเงินไปใช้ต่อยอดธุรกิจค้าทองคำแท่งของบริษัท แม่ทองสุกเซ็นทรัล จำกัด ซึ่งเงินที่ระดมทุนได้จะถูกนำไปใช้ในธุรกิจจริง
การออก MTS Gold Investment Token สะท้อนความพยายามของกลุ่ม MTS GOLD (แม่ทองสุก) ในการต่อยอดธุรกิจค้าทองคำสู่รูปแบบการลงทุนใหม่ ผ่านเทคโนโลยีสินทรัพย์ดิจิทัล เพื่อย้ำภาพความเป็นผู้นำของธุรกิจทองคำไทย หลังจากที่ผ่านมาเป็นผู้บุกเบิกการซื้อขายทองคำออนไลน์ของประเทศ
นายแพทย์กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มบริษัทในเครือ เอ็มทีเอส โกลด์ (แม่ทองสุก) กล่าวว่า กลุ่มบริษัทดำเนินธุรกิจมากว่า 74 ปี ในฐานะผู้ค้าทองคำครบวงจรรายใหญ่ของประเทศไทย ครอบคลุมตั้งแต่การนำเข้าและส่งออกทองคำแท่ง โรงงานผลิตและสกัดทองคำ การค้าปลีกและค้าส่งทองคำ การเป็นโบรกเกอร์ซื้อขายสัญญาล่วงหน้า (Futures) ตลอดจนเป็นผู้บุกเบิกแพลตฟอร์มซื้อขายทองคำออนไลน์ โดยการออก MTS Gold Investment Token ถือเป็นการต่อยอดจากธุรกิจเดิม เพื่อสร้างรูปแบบการลงทุนใหม่ในอุตสาหกรรมทองคำไทย และเพิ่มโอกาสให้นักลงทุนเข้าถึงธุรกิจทองคำผ่านโครงสร้างสินทรัพย์ดิจิทัล
ณัฐพงศ์ หิรัณยศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แม่ทองสุกเซ็นทรัล จำกัด กล่าวว่า การออกโทเคนครั้งนี้มาจากมุมมองว่าตลาดทองคำแท่งยังมีโอกาสเติบโต และต้องการขยายฐานลูกค้าไปพร้อมกับการสร้างช่องทางการลงทุนที่เชื่อมโยงกับธุรกิจหลักของบริษัทโดยตรง
นอกจากนี้ ณัฐพงศ์ยังเปิดเผยเหตุผลลึก ๆ ที่เลือกการระดมทุนผ่านการเสนอขายโทเคนดิจิทัล (ICO) ว่า ต้องการเป็นผู้นำในการสร้างรูปแบบการลงทุนลักษณะนี้ขึ้นในประเทศไทย หรือกล่าวอีกนัยหนึ่ง คือ เพื่อย้ำภาพความเป็นผู้นำธุรกิจค้าทองคำของไทย
โครงการอยู่นี้จะนำเงินระดมทุนไปสร้างสินค้าคงคลังสำหรับธุรกิจค้าทองคำของกลุ่มแม่ทองสุก โดยเงินระดมทุนไม่น้อยกว่า 90% จะนำไปซื้อทองคำแท่ง 96.5% เพื่อใช้เป็นสินค้าคงคลัง และอีกไม่เกิน 10% จะใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในกิจการ
ทองคำดังกล่าวจะถูกนำไปใช้ดำเนินธุรกิจค้าทองคำแท่งผ่านสาขาของ ‘ห้างทองแม่ทองสุก’ ซึ่งปัจจุบันมี 13 สาขาในกรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมถึงสาขาที่จะขยายเพิ่มเติมในอนาคต
ณัฐพงศ์ หิรัณยศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แม่ทองสุกเซ็นทรัล จำกัด กล่าวว่า MTS Gold Investment Token เหมาะสำหรับนักลงทุนที่มองหาโอกาสลงทุนระยะยาวในธีมทองคำและธุรกิจค้าทองคำ โดยเป็นรูปแบบการลงทุนที่ไม่จำเป็นต้องติดตามหรือบริหารจัดการพอร์ตทองคำด้วยตัวเอง และเหมาะกับนักลงทุนที่มีความเชื่อมั่นในธุรกิจทองคำและเชื่อมั่นในประสบการณ์ของกลุ่ม MTS GOLD (แม่ทองสุก) ในฐานะผู้ดำเนินธุรกิจทองคำครบวงจร
นายแพทย์กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มบริษัทในเครือ เอ็มทีเอส โกลด์ (แม่ทองสุก) มองว่า ธุรกิจทองคำยังมีศักยภาพเติบโตในระยะยาว โดในช่วงหลายปีหลัง ยอดขายของกลุ่ม MTS GOLD เติบโตเฉลี่ย 40-60% ต่อปี ซึ่งแรงขับเคลื่อนการเติบโตส่วนใหญ่มาจากการซื้อขายผ่านช่องทางออนไลน์
นอกจากนี้ นายแพทย์กฤชรัตน์กล่าวว่า ทองคำยังคงเป็นสินทรัพย์ที่ได้รับความเชื่อมั่นจากนักลงทุนทั่วโลก โดยเฉพาะหลังเกิดสงครามรัสเซีย-ยูเครน ที่ธนาคารกลางหลายประเทศหันมาสะสมทองคำมากขึ้นเพื่อกระจายความเสี่ยงของทุนสำรองระหว่างประเทศ และข้อมูลของสภาทองคำโลก (World Gold Council) ระบุว่า ความต้องการทองคำทั่วโลกในปี 2568 เพิ่มขึ้นเป็นกว่า 5,000 ตัน สูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่กองทุน Gold ETF มีเงินไหลเข้าสุทธิกว่า 800 ตัน และธนาคารกลางทั่วโลกเข้าซื้อทองคำสุทธิ 863 ตัน กลุ่ม MTS GOLD จึงมองว่า แนวโน้มดังกล่าวจะยังเป็นปัจจัยสนับสนุนธุรกิจทองคำต่อไป
สิ่งสำคัญที่ต้องย้ำให้เข้าใจ คือ MTS Gold Investment Token ไม่ใช่การซื้อทองคำแท่งมาเก็บไว้ นักลงทุนไม่ได้ลงทุนหรือถือกรรมสิทธิ์ในทองคำโดยตรง แต่นักลงทุนเป็นผู้ลงทุนในโครงการที่นำเงินไปทำธุรกิจค้าทองคำแท่งอีกที หรือพูดให้เห็นภาพคือ นักลงทุนลงทุนในร้านค้าทองของแม่ทองสุก โดยจะได้รับผลตอบแทนขั้นต่ำตามที่การันตีไว้
ถ้าจะเทียบเคียงว่าคล้ายกับอะไร MTS Gold Investment Token จะคล้ายการที่นักลงทุนซื้อหุ้นกู้ของบริษัท เพื่อให้บริษัทนำเงินไปขยายธุรกิจมากกว่าการลงทุนทองคำ
หากเปรียบเทียบกับการลงทุนทองคำ สิ่งที่ดีกว่า คือ MTS Gold Investment Token จะได้รับผลตอบแทนรายปีระหว่างถือครอง แต่การลงทุนในทองคำโดยตรง นักลงทุนจะได้รับผลตอบแทนจากการเปลี่ยนแปลงของราคาทองคำเท่านั้น ไม่มีผลตอบแทนระหว่างถือครอง
แม้โครงสร้างของ MTS Gold Investment Token จะมีส่วนคล้ายตราสารหนี้ หรือการขายหุ้นกู้ของบริษัทเอกชน คือ มีกำหนดระยะเวลาไถ่ถอน และมีการจ่ายผลตอบแทนคงที่ตามที่ระบุไว้ แต่สิ่งที่แตกต่าง คือ นักลงทุนผู้ถือ MTS Gold Investment Token มีโอกาสได้รับผลตอบแทนเพิ่มเติมจากราคาทองคำในตอนไถ่ถอนด้วย
โครงสร้างผลตอบแทนของ MTS Gold Investment Token ถูกออกแบบให้มี 2 ส่วน โดยส่วนแรก คือ ผลตอบแทนคงที่ 3% ต่อปี ตลอดอายุโครงการ 3 ปี ซึ่งจะจ่ายปีละ 1 ครั้ง ผลตอบแทนส่วนนี้มาจากแม่ทองสุก ซึ่งเป็นผู้ระดมทุนไปขยายการลงทุนเหมือนผลตอบแทนของตราสารหนี้นั่นเอง
ส่วนที่สอง คือ ผลตอบแทนพิเศษจากราคาทองคำเมื่อครบกำหนดไถ่ทอน หากราคาขายทองคำเฉลี่ยเพื่อปิดโครงการสูงกว่าราคาซื้อทองคำถัวเฉลี่ยในช่วงเริ่มโครงการ นักลงทุนจะได้รับผลตอบแทนพิเศษซึ่งคำนวณมาจากส่วนต่างราคาคำตามสัดส่วนทองคำที่อ้างอิงต่อโทเคน
ยกตัวอย่างในหนังสือชี้ชวน หากราคาเฉลี่ยช่วงเริ่มเปิดโครงการอยู่ที่ 66,841.91 บาทต่อบาททองคำ และเมื่อครบกำหนด 3 ปี ราคาเฉลี่ยช่วงปิดโครงการเพิ่มขึ้นเป็น 77,515 บาทต่อบาททองคำ หรือเพิ่มขึ้น 10,673.09 บาทต่อบาททองคำ บริษัทจะนำส่วนต่างมาคำนวณกับสัดส่วนทองคำที่อ้างอิงต่อโทเคน ซึ่งในตัวอย่างกำหนดไว้ที่ 26,930 บาททองคำ จากจำนวนโทเคนทั้งหมด 2,000,000 โทเคน ทำให้ผู้ถือโทเคนได้รับผลตอบแทนพิเศษ 143.71 บาทต่อโทเคน (ก่อนหักภาษี ณ ที่จ่าย)
ดังนั้น สมมติว่านักลงทุนถือ 10 โทเคน หรือคิดเป็นเงินลงทุนเริ่มต้น 10,000 บาท จะได้รับผลตอบแทนพิเศษรวม 1,437.10 บาท (ก่อนหักภาษี ณ ที่จ่าย)
แต่ถ้าเมื่อครบกำหนดโครงการ ราคาทองคำลดลงจากราคาเมื่อเริ่มโครงการ ผู้ถือโทเคนจะได้รับเงินลงทุนเริ่มต้นคืนเต็มจำนวน โดยแหล่งที่มาของเงินคืนมาจากรายได้และกระแสเงินสดจากการดำเนินธุรกิจของโครงการ กล่าวคือ แม่ทองสุกจะชดเชยเงินส่วนต่างราคาทองคำเพื่อให้นักลงทุนได้รับเงินต้นคืนเต็มจำนวน
การออกและเสนอขาย MTS Gold Investment Token อยู่ภายใต้กรอบกฎหมายสินทรัพย์ดิจิทัล โดยมีผู้เกี่ยวข้องในกระบวนการออกโทเคนหลายส่วน ตั้งแต่ผู้ให้บริการระบบเสนอขาย ที่ปรึกษากฎหมาย ไปจนถึงผู้ตรวจสอบสัญญาอัจฉริยะ (smart contract)
ตามข้อมูลโครงการ มีบริษัท เบเคอร์ แอนด์ แม็คเค็นซี่ จำกัด (สำนักงานกรุงเทพฯ) เป็นที่ปรึกษากฎหมายสำหรับการออกและเสนอขายภายใต้กฎหมายสินทรัพย์ดิจิทัล และมีบริษัท ดีลอยท์ ทู้ช โธมัทสุ ไชยยศ ที่ปรึกษา จำกัด ทำหน้าที่ตรวจสอบสัญญาอัจฉริยะ
สำหรับการกำหนดกลไกคุ้มครองผู้ลงทุน อัศวิณี ศรีสมบูรณานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท คิวบิกซ์ ดิจิทัล แอสเสท จำกัด (Kubix) กล่าวว่า โครงการได้ออกแบบกลไกคุ้มครองผู้ลงทุนอย่างเข้มงวด กำหนดให้ผู้ออกโทเคนดิจิทัลต้องรักษาสินทรัพย์หมุนเวียนที่มีสภาพคล่อง เช่น เงินสดและสินค้าคงคลัง ให้มีมูลค่าไม่ต่ำกว่าเงินระดมทุนจากการเสนอขายโทเคนดิจิทัล หากไม่สามารถปฏิบัติตามข้อกำหนด บริษัท แม่ทองโกลด์ จำกัด ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นของผู้ออกโทเคน จะต้องให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ออกโทเคนภายใน 7 วัน นับจากวันที่ได้รับแจ้ง
ในส่วนของระบบเสนอขายโทเคนดิจิทัล อัศวิณีกล่าวให้ความมั่นใจว่า Kubix ในฐานะผู้ให้บริการระบบเสนอขายโทเคนดิจิทัล (ICO Portal) ได้พัฒนาแพลตฟอร์มภายใต้มาตรฐานด้านความปลอดภัยในระดับเดียวกับสถาบันการเงิน
MTS Gold Investment Token เปิดเสนอขายราคา 1,000 บาทต่อโทเคน โดยขายขั้นต่ำ 10 โทเคน หรือ 10,000 บาท มีมูลค่าการเสนอขายขั้นต่ำ 1,200 ล้านบาท และสูงสุดไม่เกิน 2,000 ล้านบาท
เปิดจองซื้อระหว่างวันที่ 24 กรกฎาคม-31 สิงหาคม 2569 ผ่านแอปพลิเคชัน kubix, orbix Trade และบริษัทหลักทรัพย์พันธมิตรอีกหลายราย โดยมีการจัดสรรแบบ First Come First Served
สำหรับนักลงทุนรายย่อย สามารถจองซื้อได้สูงสุดไม่เกิน 300,000 บาท ขณะที่ผู้ลงทุนสถาบัน ผู้ลงทุนรายใหญ่ และรายใหญ่พิเศษ ไม่จำกัดวงเงินจองซื้อ ทั้งนี้ กลุ่มแม่ทองสุกยังมอบของสมนาคุณแก่ผู้ลงทุนรายใหญ่ด้วย โดยการลงทุนทุก 1,000,000 บาท จะได้รับทองคำ 96.5% น้ำหนัก 1 กรัม ไม่จำกัดสิทธิ์ต่อผู้ลงทุน