
กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในโลกออนไลน์เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับประเด็นความคุ้มค่าและความโปร่งใสในโครงการจัดซื้อจัดจ้างของโครงการ TH-AI Passport ซึ่งผู้ที่เคยออกมาแสดงความเห็นอย่างดุเดือดอย่าง นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กลับมีท่าทีสนับสนุนมากขึ้น โดยให้เหตุผลว่าถ้างบเดินหน้าแล้วต้องใช้ให้คุ้มที่สุด ในเมื่อโครงการนี้ถูกอนุมัติและเดินหน้าไปแล้ว หน้าที่ของพวกเราคือการช่วยคิดว่าจะทำอย่างไรให้ประเทศได้ประโยชน์สูงสุด
ล่าสุด น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้แชร์ข่าวและโพสต์ข้อความแสดงความคิดเห็นอย่างดุเดือดผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ถึงกรณีข่าวการทุจริตโครงการภาครัฐ โดยระบุว่า “ค.เหอะ เข้าใจยัง ทำไมประเทศนี้ถึงแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชันไม่ได้สักที อยากด่าหยาบๆ ที่สุดในชีวิต เพราะงานที่หลายคนเอาชีวิตเป็นเดิมพัน จะพังเพราะมีคนอยากเอาตัวรอด”
ต่อมา นายธนารัตน์ กัววัฒนาพันธ์ CEO ของ DomeCloud ผู้เชี่ยวชาญด้านซอฟต์แวร์และเทคโนโลยีบล็อกเชน ได้เข้ามาคอมเมนต์เตือนสติว่า “หัวหน้าไอซ์ใจเย็นน้า โปรดักโอเค ไม่ได้แปลว่าจัดซื้อจัดจ้างสะอาด โต๊ะนั้นนวดกันไปเยอะอยู่ครับ” พร้อมชี้เป้าให้ไปดูข้อมูลเพิ่มเติมจากผู้เชี่ยวชาญอีกท่าน
ทำให้ น.ส.รักชนก เข้ามาตอบกลับโดยพาดพิงถึงนักการเมืองรายหนึ่ง (สรรพนาม พี่ป้อม) ว่า “พี่ป้อมเค้าน่าจะลืมแล้วค่ะ ว่าเคยถามกระทู้อะไรไว้ ตั้งข้อสังเกตอะไรไว้ ตอนนี้เน้นพูดแต่เรื่องคุ้มค่า ติดคอเรื่องลอคสเปค” พร้อมระบุต่อว่า หากเป็นประชาชนทั่วไปวิจารณ์อย่างไรก็ยินดีรับฟัง แต่กรณีนี้เป็นฝ่ายการเมืองที่เคยวิจารณ์โครงการนี้มาตลอด พอตัวเองโดนคดีกลับน้ำเสียงเปลี่ยนไป ไม่ละอายใจบ้างหรือ
ด้านนายธนารัตน์ ได้เข้ามาอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับการคำนวณงบประมาณและแนวคิดว่า “ใจเย็นลูกพี่ ผมอยู่ในวงสนทนานั้นด้วย สิ่งที่แกโพสต์คือเคลมชัยชนะ ว่าเปลี่ยนวิธีจ่ายเงินจาก 1,500 ล้านอย่างแน่นอน เหลือน้อยลงมาก เพราะ
1. คนใช้จริงน่าจะไม่ถึง 5 ล้าน ผมเป็นคนทำตัวเลขให้เองว่า ตัวเลขข้าราชการ ทั้งประจำและลูกจ้าง รัฐวิสาหกิจ รวมๆ กันได้ 1.7 ล้านคน เลขนี้เป็นคนที่เค้าขอความร่วมมือได้
2. ถ้างั้น 300 บาทต่อหัวต่อปี x 1.7 ล้าน ตก 510 ล้าน สัญญานี้ ทำให้รัฐจ่ายถูกลงไปเกือบพันล้าน มันคือสิ่งที่แกคิดว่าเป็นผลงานแก
ป.ล. มีคุยกันต่อด้วยว่า พอจ่ายเป็นต่อหัวแบบนี้ เราน่าดัดหลัง คือจัดตั้งคนช่วยกัน generate vdo จนเต็มโควตาทุกเดือน เพราะถ้าใช้เต็มโควตา จะเท่ากับ 60 บาท ในขณะที่ vendor เบิกได้ 25 บาท ดังนั้น ทุกคนที่ใช้เกินโควตา จะทำให้ vendor ขาดทุน 35 บาททันที ยิ่งมีเยอะหลายคนยิ่งเจ็บ
ต่อมา น.ส.รักชนก ได้ตั้งคำถามเชิงเปรียบเทียบว่า “ถ้าคนที่ทุจริตสอบท้องถิ่นแล้วบรรจุสำเร็จ เข้ามาทำงานแล้วทำได้ดีมีประสิทธิภาพ คุ้มค่าคุ้มภาษี ก็ควรให้อยู่ต่อไปได้ใช่ไหมคะ ตรรกะเดียวกัน”
ทำให้นายธนารัตน์ ตอบว่า “แน่นอนว่า ไม่ครับ ซึ่งทุกคนในโต๊ะเห็นด้วยว่าไม่ควร ถนนที่โกงเงินมาสร้าง ต่อให้ชมว่าใช้งานสะดวก ก็ไม่ได้แปลว่าจะไม่มีคนผิด เรื่องจัดซื้อจัดจ้างผิดแน่ๆ และต้องนวดกันต่อให้สุดครับ”
นายธนารัตน์ ยังได้โพสต์ลงบนเฟซบุ๊กตนเองด้วยว่าไม่ค่อยชอบบรรยากาศพรรคส้มตอนนี้ คือตอนงาน AI ประชาชน ที่พรรคเป็นคนจัดเอง หัวหน้าเท้งก็ไปร่วมด้วย พวกเราโดนขอให้พูดในเชิงบวก พูดในแง่ที่ว่ามันมาแน่แล้ว เราจะผลักดันยังไงให้ได้ประโยชน์ แต่พอพูดนอกงานนี้ กลับโดนเพื่อนสมาชิกด้วยกันรุมทึ้ง เอาใจไม่ค่อยถูก
Advertisement