ความตึงเครียดระหว่างรัฐบาลสหรัฐฯ และเวเนซุเอลากำลังเพิ่มขึ้น หลังกองทัพเรือสหรัฐฯ ปรากฏตัวในทะเลแคริบเบียนตอนใต้ และน่านน้ำใกล้เคียง ซึ่งเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เปิดเผยว่า ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้นเพื่อแก้ปัญหาภัยคุกคามจากแก๊งค้ายาเสพติดในลาตินอเมริกา แต่รัฐบาลเวเนซุเอลามองว่าเป็นภัย
โดยเมื่อวานนี้ ประธานาธิบดีนิโกลัส มาดูโร แห่งเวเนซุเอลา เดินทางไปเยี่ยมชมการฝึกของทหาร และยังได้กล่าวชื่นชมประธานาธิบดีกุสตาโว เปโตร ของโคลอมเบียที่สั่งการส่งกำลังทหารกว่า 25,000 นายไปประจำการในภูมิภาคกาตาตุมโบ ซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญตามแนวชายแดนระหว่างสองประเทศ เพื่อเสริมสร้างความมั่นคง ท่ามกลางความตึงเครียดระลอกใหม่กับสหรัฐฯ
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ได้เริ่มปราบปรามแก๊งค้ายาเสพติด อันเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามจำกัดการอพยพและรักษาความมั่นคงบริเวณชายแดนทางตอนใต้ของประเทศ
ขณะที่ยามชายฝั่งสหรัฐฯ และเรือของกองทัพเรือสหรัฐฯ ออกปฏิบัติการตามปกติในทะเลแคริบเบียนตอนใต้ แต่ปฏิบัติการดังกล่าวก็ดูมีขนาดใหญ่มากกว่าการลาดตระเวนตามปกติในภูมิภาคดังกล่าว ด้านเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ รายหนึ่งเปิดเผยโดยไม่ระบุชื่อว่า เมื่อวานนี้ (28 สิงหาคม) เรือรบของสหรัฐฯ จำนวน 7 ลำ พร้อมกับเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ 1 ลำ เคลื่อนที่อยู่ในภูมิภาคดังกล่าว หรือคาดว่าจะเดินทางถึงบริเวณดังกล่าวในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้านี้ ซึ่งประธานาธิบดีนิโคลาส มาดูโรของเวเนซุเอลาออกมาประณามความเคลื่อนไหวดังกล่าวทันที
ด้านกระทรวงกลาโหมของสหรัฐฯ ยังไม่ได้ออกมาชี้แจงสาธารณชนว่า ภารกิจของสหรัฐฯ ในการส่งกองเรือในแคริบเบียนตอนใต้คืออะไรกันแน่ แต่รัฐบาลภายใต้การนำของทรัมป์เคยประกาศว่า สหรัฐฯ สามารถใช้กองทัพติดตามแก๊งค้ายาเสพติดและกลุ่มอาชญากรรม โดยมีการสั่งให้กระทรวงกลาโหมเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับความเคลื่อนไหวดังกล่าว
เวเนซุเอลายื่นเรื่องต่ออันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา โดยกล่าวหาสหรัฐฯ ว่า กำลังสะสมกำลังทหารทางเรือเพิ่มขึ้นอย่างผิดหลักกฎบัตรสหประชาชาติ
ซามูเอล มอนคาดา เอกอัครราชทูตเวเนซุเอลาประจำสหประชาชาติ แถลงต่อสื่อมวลชนหลังเข้าพบกูเตอร์เรสว่า นี่คือปฏิบัติการโฆษณาชวนเชื่อขนาดใหญ่ เพื่อหาข้ออ้างสำหรับสิ่งที่ผู้เชี่ยวชาญเรียกว่า ‘การปฏิบัติการเชิงจลน์’ หรือการแทรกแซงทางทหารต่อประเทศที่มีอธิปไตยและเอกราช และไม่ได้เป็นภัยคุกคามต่อใครเลย
ในวันเดียวกัน ทำเนียบขาวแถลงว่า ประธานาธิบดีทรัมป์พร้อมที่จะใช้ทุกเครื่องมือแห่งพลังของอเมริกาเพื่อหยุดยั้งยาเสพติดไม่ให้ทะลักเข้าสู่ประเทศของเรา
โดยโฆษกทำเนียบขาว แคโรไลน์ ลีวิตต์ กล่าวว่า หลายประเทศในแคริบเบียนและอีกหลายประเทศในภูมิภาค ได้แสดงการชื่นชมต่อปฏิบัติการและความพยายามของรัฐบาลสหรัฐฯ ในการต่อต้านการค้ายาเสพติด
ทั้งนี้ รัฐบาลทรัมป์ได้ประกาศขึ้นบัญชีให้แก๊งค้ายารายใหญ่ เช่น กลุ่มซินาโลอาในเม็กซิโก และกลุ่มอาชญากรรมเตรน เด อรากัว ของเวเนซุเอลา เป็นองค์กรก่อการร้ายระดับโลก ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา.