Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
ญี่ปุ่นเดินหน้าสร้างฟาร์มกังหันลมใหญ่สุดในโลก งบเท่าไหร่ คุ้มหรือไม่
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

ญี่ปุ่นเดินหน้าสร้างฟาร์มกังหันลมใหญ่สุดในโลก งบเท่าไหร่ คุ้มหรือไม่

27 เม.ย. 69
16:42 น.
แชร์

ญี่ปุ่นกำลังเตรียมพัฒนาโครงการพลังงานลมนอกชายฝั่งขนาดมหึมา ซึ่งอาจกลายเป็น “ฟาร์มกังหันลมลอยน้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลก” บริเวณหมู่เกาะอิซุ เพื่อผลิตไฟฟ้าป้อนให้กับเกาะต่าง ๆ และกรุงโตเกียว

อย่างไรก็ตาม แผนดังกล่าว ซึ่งผลักดันโดยยูริโกะ โคอิเกะ ผู้ว่าการกรุงโตเกียว กำลังเผชิญคำถามสำคัญว่าโครงการจะสามารถดำเนินการได้ทันตามเป้าหมายภายในปี 2035 หรือไม่ ขณะเดียวกัน ยังมีข้อกังขาเกี่ยวกับการประมาณการณ์กำลังการผลิตไฟฟ้า รวมถึงศักยภาพของญี่ปุ่นในการรับมือกับความท้าทายทางเทคนิคของโครงการขนาดใหญ่ระดับนี้

โครงการดังกล่าวถูกประกาศครั้งแรกโดยโคอิเกะ ในเวทีการประชุมด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่อาเซอร์ไบจานเมื่อปี 2024 โดยมีเป้าหมายติดตั้งกังหันลมแบบลอยน้ำและยึดโยงกับพื้นทะเล เพื่อผลิตไฟฟ้ารวม 1 กิกะวัตต์ ซึ่งเทียบเท่ากับกำลังการผลิตของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์หนึ่งแห่ง

อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับโครงการที่เปิดใช้งานอยู่ในปัจจุบัน ฟาร์มกังหันลมลอยน้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลกในนอร์เวย์ยังผลิตไฟฟ้าได้เพียง 94.6 เมกะวัตต์เท่านั้น นั่นอาจสะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายในการขยายขนาดโครงการของญี่ปุ่น

ทางการกรุงโตเกียวเลือกใช้กังหันลมแบบลอยน้ำ เนื่องจากเชื่อว่า จะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมทางทะเลน้อยกว่าการติดตั้งโครงสร้างถาวรบนพื้นทะเล โดยแผนการระบุว่า ไฟฟ้าที่ผลิตได้จะถูกส่งผ่านสายเคเบิลใต้น้ำจากหมู่เกาะอิซุไปยังกรุงโตเกียว ซึ่งอยู่ห่างออกไปทางเหนือราว 160 กิโลเมตร

เพื่อผลักดันโครงการ รัฐบาลกรุงโตเกียวได้จัดสรรงบประมาณ 2,700 ล้านเยน  หรือประมาณ 675 ล้านบาทสำหรับปีงบประมาณ 2026 พร้อมเร่งดำเนินงานเบื้องต้นในพื้นที่เกาะสำคัญ ได้แก่ โอชิมะ นิอิจิมะ โคซุชิมะ มิยาเกะ และฮะจิโจ รวมถึงเปิดการหารือกับประชาชนในพื้นที่

โตเกียวกำลังเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด

ท่ามกลางข้อถกเถียงถึงความเป็นไปได้ของโครงการ “ฟาร์มกังหันลมลอยน้ำ” ขนาดยักษ์ นักวิเคราะห์ด้านพลังงานมองว่า นโยบายดังกล่าวสะท้อนทิศทางที่ชัดเจนของกรุงโตเกียวในการเร่งเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด

ยาซูชิ นิโนะมิยะ ผู้จัดการกลุ่มพลังงานหมุนเวียนแห่งสถาบันเศรษฐศาสตร์พลังงานญี่ปุ่น ระบุว่า ภายใต้การนำของยูริโกะ รัฐบาลมหานครโตเกียวให้ความสำคัญกับการเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

“โคอิเกะตั้งเป้าให้โตเกียวบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2050 และเพื่อไปให้ถึงเป้าหมายที่ทะเยอทะยานนั้น เมืองจำเป็นต้องเพิ่มพลังงานหมุนเวียนเข้าไปในโครงสร้างพลังงาน” นิโนมิยะกล่าว

เขายังชี้ว่า ผู้ว่าการโตเกียวมีประวัติในการผลักดันนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมที่ได้รับการยอมรับในวงกว้าง โดยยกตัวอย่างแคมเปญ “Cool Biz” เมื่อปี 2005 ในช่วงที่เธอดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีสิ่งแวดล้อม

“ก่อนหน้านั้น คนทำงานออฟฟิศในญี่ปุ่นต้องใส่สูทและผูกเนกไท แม้ในช่วงหน้าร้อนที่ร้อนจัด ซึ่งเป็นเรื่องที่ทรมานมาก แต่แคมเปญของโคอิเกะทำให้สังคมยอมรับว่าไม่จำเป็นต้องแต่งตัวแบบนั้นในฤดูร้อน และถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก” เขากล่าว พร้อมเสริมว่า ความสำเร็จดังกล่าวทำให้โคอิเกะได้รับความนิยม และยังคงผลักดันนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่องนับแต่นั้น

อย่างไรก็ตาม Meg De Pasquale-Crighton ที่ปรึกษาจากบริษัท Shulman Advisory ในกรุงโตเกียว มองว่า แม้โครงการจะสอดคล้องกับแนวทางพลังงานสะอาดของเมือง แต่ก็ต้องเผชิญความท้าทายทางวิศวกรรมที่ “ซับซ้อน” และกรอบเวลาที่ค่อนข้างเร่งรัด

อุปสรรคสำคัญประกอบด้วย การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานท่าเรือเพื่อรองรับการประกอบกังหันลมลอยน้ำ การศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่อาจใช้เวลาหลายปี ต้นทุนสายเคเบิลใต้น้ำที่สูง รวมถึงการสนับสนุนทางการเงินที่ยังไม่เพียงพอ

แม้เธอจะประเมินว่าโครงการนี้ “มีความเป็นไปได้ในทางเทคนิค” แต่ก็มีแนวโน้มสูงที่จะไม่สามารถผลิตไฟฟ้าได้ตามเป้าที่ตั้งไว้ โดยชี้ว่า โรงไฟฟ้านิวเคลียร์โดยทั่วไปสามารถเดินเครื่องได้ที่ 80–90% ของกำลังการผลิต ขณะที่ฟาร์มกังหันลมนอกชายฝั่งมีอัตราการเดินเครื่องเพียงราว 40%

ถึงกระนั้น ญี่ปุ่นยังมีจุดแข็งด้านเทคโนโลยีกังหันลมลอยน้ำ รวมถึงอุตสาหกรรมต่อเรือที่สามารถสนับสนุนโครงการได้ อีกทั้งพื้นที่หมู่เกาะอิซุยังมีศักยภาพด้านกระแสลมสูง และสอดคล้องกับนโยบายระดับชาติที่ตั้งเป้าผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมนอกชายฝั่งให้ได้ 45 กิกะวัตต์ภายในปี 2040

เดอ ปาสกวาล-ไครตัน สรุปว่า การประกาศโครงการนี้ควรถูกมองว่าเป็น “สัญญาณเชิงยุทธศาสตร์” มากกว่าคำมั่นสัญญาที่จะเดินหน้าโครงการอย่างเต็มรูปแบบ โดยระยะเริ่มต้นอาจเริ่มดำเนินการได้ในช่วงปลายทศวรรษ 2030 ขณะที่การพัฒนาเต็มรูปแบบระดับ 1 กิกะวัตต์อาจต้องใช้เวลานานกว่านั้น

แชร์
ญี่ปุ่นเดินหน้าสร้างฟาร์มกังหันลมใหญ่สุดในโลก งบเท่าไหร่ คุ้มหรือไม่