
โครงการ “คนละครึ่งพลัส 69”กลับมาเป็นหนึ่งในมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพที่ประชาชนจับตา หลังมีความคืบหน้าจากฝั่งทำเนียบรัฐบาลและกระทรวงการคลังว่า ขณะนี้ได้ข้อสรุปเบื้องต้นของโครงการแล้ว โดยรอบใหม่นี้จะถูกออกแบบให้เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการบรรเทาผลกระทบจากวิกฤตพลังงาน ภายใต้แพ็กเกจใหญ่ชื่อ “ไทยช่วยไทยพลัส”
รายงานล่าสุด ณ วันที่ 27 เมษายน ระบุว่า เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ประชุมสรุปกับทีมงานกระทรวงการคลังเกี่ยวกับโครงการคนละครึ่งพลัสเรียบร้อยแล้ว โดยมีแนวทางสำคัญคือ การเปิดสิทธิให้ประชาชน 20 ล้านคนพร้อมกันทั้งหมด และไม่แยกกลุ่มผู้เสียภาษีกับผู้ไม่เสียภาษี
นอกจากนี้ รูปแบบการช่วยเหลือในครั้งนี้จะเปลี่ยนจากโมเดล “คนละครึ่ง” แบบเดิมที่รัฐและประชาชนออกฝ่ายละครึ่ง มาเป็นสัดส่วนใหม่คือ รัฐช่วยจ่าย 60% และผู้ได้รับสิทธิจ่ายเอง 40% สำหรับทั้งกลุ่มผู้เสียภาษีกับผู้ไม่เสียภาษี โดยให้เหตุผลว่าเป็นมาตรการช่วยลดภาระประชาชนจากผลกระทบด้านพลังงานที่กระทบเป็นวงกว้าง ไม่ใช่มาตรการเฉพาะกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง
ตามข้อสรุปเบื้องต้น โครงการคนละครึ่งพลัส 69 จะเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนภายในเดือนพฤษภาคม 2569 และคาดว่าจะเริ่มรับสิทธิหรือเริ่มใช้จ่ายได้ภายในเดือนมิถุนายน 2569 โดยบางรายงานระบุกรอบการใช้จ่ายเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป และมีระยะเวลาโครงการประมาณ 4 เดือน ตั้งแต่มิถุนายน 2569
อย่างไรก็ตาม รายละเอียดวันลงทะเบียนที่แน่ชัด ช่องทางลงทะเบียน เงื่อนไขร้านค้าที่เข้าร่วม และวิธีใช้สิทธิอย่างเป็นทางการ ยังต้องรอการประกาศจากรัฐบาลและกระทรวงการคลังอีกครั้ง หลังจากกระบวนการจัดหาแหล่งงบประมาณมีความชัดเจน โดยเฉพาะหลังวันที่ 30 เมษายน 2569 ซึ่งเป็นเส้นตายสำคัญในการตรวจสอบงบประมาณที่ยังไม่สามารถก่อหนี้ผูกพันได้
เบื้องต้นคาดว่าโครงการจะยังคงใช้ระบบดิจิทัลผ่านช่องทางที่ประชาชนคุ้นเคยกับมาตรการลักษณะนี้ เช่น แอปพลิเคชันของรัฐ แต่รายละเอียดเชิงปฏิบัติยังไม่ถือเป็นข้อสรุปสุดท้าย จึงควรรอติดตามประกาศอย่างเป็นทางการก่อนลงทะเบียนจริง
วงเงินของโครงการคนละครึ่งพลัส 69 รอบนี้อยู่ที่คนละ 4,000 บาทตลอดโครงการ หรือเฉลี่ยเดือนละ 1,000 บาท เป็นเวลา 4 เดือน โดยรัฐจะช่วยออกค่าใช้จ่ายในสัดส่วน 60% และประชาชนจ่ายเอง 40% เมื่อนำไปใช้ซื้อสินค้าและบริการกับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ
กล่าวอย่างง่ายคือ หากประชาชนซื้อสินค้าที่เข้าเงื่อนไข รัฐจะช่วยจ่ายมากกว่าประชาชนในแต่ละครั้ง เช่น รัฐรับภาระ 60 บาท และประชาชนจ่ายเอง 40 บาท จากยอดใช้จ่าย 100 บาท ภายใต้เพดานวงเงินที่กำหนดในแต่ละเดือน
จุดเปลี่ยนสำคัญของโครงการครั้งนี้คือ รัฐบาลไม่ได้กำหนดวงเงินแตกต่างกันระหว่างผู้เสียภาษีกับผู้ไม่เสียภาษี แต่ให้สิทธิเท่ากันทั้งหมด เพื่อสะท้อนเป้าหมายของมาตรการที่ต้องการบรรเทาภาระค่าครองชีพจากวิกฤตพลังงาน ซึ่งกระทบประชาชนในวงกว้าง
ก่อนหน้านี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ระบุว่า คนละครึ่งพลัสครั้งนี้จะให้สิทธิและวงเงินมากกว่าครั้งที่ผ่านมา เนื่องจากประชาชนได้รับผลกระทบจากวิกฤตพลังงานอย่างรุนแรง และสถานการณ์อาจกินเวลานานกว่าที่เศรษฐกิจจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ
กลุ่มเป้าหมายของคนละครึ่งพลัส 69 เบื้องต้นคือประชาชนมากกว่า 20 ล้านคน โดยจะให้สิทธิพร้อมกันทั้งหมด ไม่แยกเป็นกลุ่มผู้เสียภาษีและผู้ไม่เสียภาษี ซึ่งหมายความว่าประชาชนทั้งในระบบภาษีและนอกระบบภาษีจะได้รับสิทธิในรูปแบบเดียวกัน คือวงเงิน 4,000 บาท และใช้สิทธิแบบรัฐช่วยจ่าย 60% ประชาชนจ่าย 40%
ส่วนผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งมีอยู่ประมาณ 14 ล้านคน จะไม่ได้อยู่ในรูปแบบคนละครึ่งที่ต้องจ่ายสมทบ 40% แต่จะได้รับความช่วยเหลือควบคู่กันผ่านมาตรการเติมเงินเพิ่มเติม โดยคาดว่าจะได้เพิ่มคนละ 4,000 บาทเช่นกัน ทยอยจ่ายเดือนละ 1,000 บาท แต่สามารถใช้จ่ายได้เต็มจำนวนราคา เพราะรัฐเป็นผู้สนับสนุนวงเงินให้ทั้งหมด
ทั้งสองส่วนนี้จะถูกจัดอยู่ในมาตรการชุดใหญ่ “ไทยช่วยไทยพลัส” โดยแยกรูปแบบการช่วยเหลือระหว่างประชาชนทั่วไปที่ใช้สิทธิแบบร่วมจ่าย 60:40 กับกลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่ได้รับเงินช่วยเหลือโดยตรง เพื่อให้เหมาะกับฐานะทางเศรษฐกิจและความเปราะบางของแต่ละกลุ่ม
ประเด็นสำคัญที่ยังต้องติดตามคือแหล่งเงินที่จะนำมาใช้ในโครงการ โดยกระทรวงการคลังระบุว่าได้เตรียมช่องทางไว้หลายส่วน แต่ต้องรอผลตรวจสอบงบประมาณปี 2569 ที่หน่วยงานต่าง ๆ ยังเบิกจ่ายล่าช้า หรือไม่สามารถก่อหนี้ผูกพันได้ทันภายในวันที่ 30 เมษายน 2569 ก่อน
เอกนิติระบุว่า กรมบัญชีกลางและสำนักงบประมาณอยู่ระหว่างตรวจสอบงบของหน่วยงานที่เบิกจ่ายไม่มีประสิทธิภาพ รวมถึงงบจากโครงการจัดซื้อจัดจ้างที่ยังไม่มีการลงนามในสัญญา หากพบว่าส่วนใดไม่สามารถเดินหน้าได้ทันตามกรอบเวลา รัฐบาลจะดึงงบส่วนนั้นกลับมาเป็นแหล่งเงินแรกสำหรับใช้ในมาตรการนี้
หลังจากทราบยอดงบประมาณที่สามารถดึงกลับมาได้แล้ว ขั้นตอนถัดไปคือการออกพระราชบัญญัติโอนงบประมาณรายจ่ายปี 2569 เพื่อนำเงินดังกล่าวมาใช้กับโครงการคนละครึ่งพลัส และมาตรการช่วยเหลือในแพ็กเกจไทยช่วยไทยพลัส
ส่วนคำถามว่าจะต้องมีการกู้เงินเพิ่มเติมหรือไม่นั้น เอกนิติระบุว่ายังต้องรอดูวงเงินที่เหลือจากการตัดยอดงบประมาณก่อน จึงจะประเมินได้ว่าจำเป็นต้องใช้แหล่งเงินอื่นเพิ่มเติมหรือไม่
โดยสรุป คนละครึ่งพลัส 69 ยังอยู่ในสถานะ “ได้ข้อสรุปเบื้องต้น” แต่ยังต้องรอประกาศทางการในรายละเอียดสุดท้าย ทั้งวันลงทะเบียน ช่องทางใช้สิทธิ คุณสมบัติผู้ได้รับสิทธิ และแหล่งงบประมาณที่ชัดเจน อย่างไรก็ตาม กรอบหลักที่เห็นแล้วคือ เปิดลงทะเบียนเดือนพฤษภาคม เริ่มใช้เดือนมิถุนายน ได้วงเงินรวม 4,000 บาทต่อคน รัฐช่วยจ่าย 60% ประชาชนจ่าย 40% และครอบคลุมประชาชนมากกว่า 20 ล้านคน ขณะที่ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจะได้รับเงินช่วยเหลือเพิ่มในวงเงินใกล้เคียงกันภายใต้มาตรการชุดเดียวกัน
อ้างอิง: Posttoday, Bangkok Biz News