Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
ไทยมุ่งเป็นฮับศูนย์ข้อมูล แต่พร้อมไหม คุ้มหรือไม่ เมื่อธุรกิจอาจแย่งไฟ
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

ไทยมุ่งเป็นฮับศูนย์ข้อมูล แต่พร้อมไหม คุ้มหรือไม่ เมื่อธุรกิจอาจแย่งไฟ

14 มิ.ย. 69
13:38 น.
แชร์

ทุกคำสั่งที่เราพิมพ์บน AI ทุกคลิปที่รับชมผ่านแพลตฟอร์ม Streaming และทุกธุรกรรมออนไลน์ที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน ล้วนพึ่งพาโครงสร้างพื้นฐานที่มองไม่เห็นอย่าง “Data Center” แทบทั้งสิ้น ศูนย์ข้อมูลเหล่านี้จึงไม่ใช่เพียงอาคารที่เก็บเซิร์ฟเวอร์จำนวนมาก แต่กำลังกลายเป็นหัวใจของเศรษฐกิจข้อมูล และเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของโลกยุค AI ที่ประเทศต่าง ๆ ต้องการช่วงชิงบทบาทในสมรภูมิใหม่นี้

ประเทศไทยเองเดินหน้าในทิศทางเดียวกัน ผ่านนโยบาย Thailand 4.0, Cloud First Policy และการผลักดันเศรษฐกิจดิจิทัล โดยหวังให้ Data Center เป็นหนึ่งในเครื่องยนต์การเติบโตใหม่ของประเทศ จุดหมายดังกล่าวไม่ได้จำกัดอยู่แค่การดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากผู้ให้บริการ Cloud หรือ Data Center ระดับโลกเท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงกับความมั่นคงทางดิจิทัล ความปลอดภัยของข้อมูล และความสามารถของประเทศในการรองรับเทคโนโลยี AI ในอนาคต

อย่างไรก็ตาม คำถามสำคัญคือ ไทยพร้อมแค่ไหนสำหรับการแข่งขันครั้งนี้ เพราะการเป็น Data Center Hub ไม่ได้วัดกันที่พื้นที่ สิทธิประโยชน์ทางภาษี หรือทำเลการลงทุนเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่หัวใจของการแข่งขันกำลังย้ายไปอยู่ที่พลังงานไฟฟ้า ทั้งในแง่ปริมาณ ความเสถียร และความสะอาด รวมถึงโครงข่ายไฟฟ้า โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล บุคลากร ความมั่นคงทางไซเบอร์ และทรัพยากรน้ำ ซึ่งล้วนเป็นเงื่อนไขสำคัญต่อการเติบโตของอุตสาหกรรม Data Center ในระยะยาว

จุดแข็งของไทย: ทำเล โครงสร้างพื้นฐาน และฐานอุตสาหกรรมเดิม

รายงานจาก Bnomics แพลตฟอร์มวิเคราะห์ข้อมูลด้านเศรษฐกิจของธนาคารกรุงเทพ ระบุว่า ไทยมีจุดแข็งหลายด้านที่ช่วยเพิ่มความน่าสนใจในสายตานักลงทุน โดยเฉพาะทำเลที่ตั้งใจกลางอาเซียน ซึ่งสามารถเชื่อมต่อประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคได้สะดวก ขณะเดียวกัน ไทยยังมีโครงข่ายอินเทอร์เน็ตและ Fiber Optic ที่ครอบคลุม รวมถึงมีการเชื่อมต่อผ่านสายเคเบิลใต้น้ำหลายเส้นทาง ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของธุรกิจที่ต้องพึ่งพาการรับส่งข้อมูลขนาดใหญ่ตลอดเวลา

อีกหนึ่งจุดแข็งคือระบบไฟฟ้าของไทยที่มีความเสถียรเมื่อเทียบกับหลายประเทศในภูมิภาค ประกอบกับฐานอุตสาหกรรมและโครงสร้างพื้นฐานเดิมที่รองรับการลงทุนอยู่แล้ว โดยเฉพาะพื้นที่ EEC ซึ่งถูกวางให้เป็นศูนย์กลางการลงทุนด้านดิจิทัลในอนาคต ปัจจัยเหล่านี้ทำให้ไทยได้รับความสนใจจากผู้ให้บริการ Cloud และ Data Center ระดับโลกมากขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

แต่จุดแข็งเหล่านี้ยังไม่เพียงพอจะการันตีสถานะ Data Center Hub เพราะไทยไม่ได้แข่งขันกับตัวเอง หากแต่กำลังแข่งขันกับทั้งอาเซียน สิงคโปร์ยังคงเป็นศูนย์กลาง Data Center สำคัญของภูมิภาค แม้เริ่มเผชิญข้อจำกัดด้านพื้นที่และพลังงาน ขณะที่มาเลเซีย โดยเฉพาะ Johor กำลังได้รับความสนใจจากผู้ให้บริการระดับโลก

ส่วนอินโดนีเซียมีจุดแข็งจากตลาดภายในประเทศขนาดใหญ่และความต้องการใช้บริการดิจิทัลที่เติบโตอย่างรวดเร็ว การแข่งขันจึงไม่ได้อยู่ที่ว่าใครมีพื้นที่มากกว่าเท่านั้น แต่อยู่ที่ว่าใครสามารถจัดหาพลังงานสะอาด โครงสร้างพื้นฐาน และบุคลากรได้พร้อมกว่ากัน

จากค่าแรงสู่พลังงาน: โจทย์ใหม่ของการแข่งขัน Data Center

ในอดีต การแข่งขันเพื่อดึงดูดการลงทุนมักให้ความสำคัญกับค่าแรง ต้นทุนที่ดิน และสิทธิประโยชน์ทางภาษี แต่ในยุค AI สมการดังกล่าวกำลังเปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ Data Center ขนาดใหญ่ โดยเฉพาะระดับ Hyperscale ต้องใช้ไฟฟ้าปริมาณมหาศาลตลอด 24 ชั่วโมง และไม่สามารถหยุดทำงานได้แม้เพียงเสี้ยววินาที ประเทศที่สามารถจัดหาไฟฟ้าได้มากพอ เสถียรพอ และสะอาดพอ จึงมีโอกาสดึงดูดการลงทุนได้มากกว่า

Data Center ระดับ Hyperscale สามารถใช้ไฟฟ้าได้ในระดับ 100 เมกะวัตต์หรือมากกว่า ซึ่งเทียบได้กับการใช้ไฟของเมืองขนาดเล็กแห่งหนึ่ง และต้องได้รับไฟฟ้าอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา ทำให้การแข่งขันด้าน Data Center ไม่ได้วัดกันที่จำนวนพื้นที่หรืออาคารที่พร้อมใช้งานอีกต่อไป แต่รวมถึงความพร้อมของระบบไฟฟ้า ระบบสายส่ง และโครงข่ายพลังงานด้วย

ในภาพรวม ประเทศไทยยังมีไฟฟ้าเพียงพอ และมีกำลังการผลิตสำรองอยู่ในระดับค่อนข้างสูง แต่ประเด็นที่ต้องพิจารณาให้ลึกกว่านั้นคือ โครงข่ายไฟฟ้าสามารถรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่กระจุกตัวในบางพื้นที่ได้หรือไม่ โดยเฉพาะพื้นที่ EEC ซึ่งความต้องการใช้ไฟฟ้าจากภาคอุตสาหกรรมและโครงการใหม่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จนเริ่มเกิดความกังวลเกี่ยวกับภาวะ “Megawatt Gap” ระหว่างความต้องการใช้ไฟกับความสามารถของระบบสายส่งและสถานีไฟฟ้า

พลังงานหมุนเวียนและน้ำ: จุดตัดสำคัญของการลงทุนยุคใหม่

อีกหนึ่งโจทย์สำคัญของไทยคือพลังงานสะอาด ปัจจุบันการผลิตไฟฟ้าของไทยยังพึ่งพาก๊าซธรรมชาติและถ่านหินเป็นสัดส่วนหลัก ขณะที่บริษัทเทคโนโลยีระดับโลกจำนวนมากประกาศเป้าหมาย Net Zero และมุ่งใช้พลังงานสะอาด 100% มากขึ้น ส่งผลให้ Renewable Energy กลายเป็นหนึ่งในปัจจัยตัดสินการลงทุนที่สำคัญสำหรับธุรกิจ Data Center

หากมองในเชิงปริมาณ Data Center ขนาด Hyperscale 100 เมกะวัตต์ ใช้ไฟฟ้าประมาณ 876 GWh ต่อปี และหากประเทศไทยมี Data Center ขนาดใหญ่ประมาณ 20 แห่ง ความต้องการไฟฟ้าอาจเพิ่มขึ้นถึงประมาณ 17,000-18,000 GWh ต่อปี ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า การเติบโตของ Data Center จะไม่ได้เพิ่มเพียงมูลค่าการลงทุน แต่จะสร้างแรงกดดันต่อกำลังผลิตพลังงานหมุนเวียนของประเทศในอนาคตด้วย

นอกจากไฟฟ้าแล้ว น้ำกำลังกลายเป็นอีกหนึ่งทรัพยากรที่ไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะในประเทศเขตร้อนที่ Data Center ต้องใช้ระบบระบายความร้อนอย่างเข้มข้น

การบริหารจัดการน้ำและการเลือกใช้เทคโนโลยี Cooling ที่มีประสิทธิภาพจึงเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่นักลงทุนให้ความสำคัญมากขึ้น เพราะความพร้อมด้านพลังงานและน้ำจะเป็นตัวชี้วัดว่า ประเทศหนึ่งสามารถรองรับ Data Center ขนาดใหญ่ได้อย่างยั่งยืนเพียงใด

ทางข้างหน้า: ปิดช่องว่างโครงสร้างพื้นฐาน ก่อนขึ้นเป็นศูนย์กลางอาเซียน

หากไทยต้องการก้าวขึ้นเป็น Data Center Hub ของอาเซียนอย่างแท้จริง สิ่งที่ต้องทำไม่ใช่เพียงการนำเสนอสิทธิประโยชน์เพื่อดึงดูดการลงทุน แต่ต้องเร่งปิดช่องว่างเชิงโครงสร้างในหลายด้านพร้อมกัน เริ่มจากการขยายพลังงานหมุนเวียนและระบบกักเก็บพลังงาน เพื่อรองรับความต้องการไฟฟ้าสะอาดที่เพิ่มขึ้นจากผู้ให้บริการเทคโนโลยีระดับโลก

ขณะเดียวกัน ไทยจำเป็นต้องลงทุนขยายระบบสายส่ง สถานีไฟฟ้า และ Smart Grid โดยเฉพาะในพื้นที่ EEC และพื้นที่เป้าหมายของ Data Center เพื่อให้โครงข่ายไฟฟ้ารองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่อาจกระจุกตัวในบางพื้นที่ได้อย่างมั่นคง นอกจากนี้ กลไกตลาดไฟฟ้าสีเขียว เช่น Green Tariff, Direct PPA และ REC ต้องได้รับการพัฒนาให้สามารถแข่งขันในระดับสากลได้ เพื่อให้ไทยตอบโจทย์นักลงทุนที่ต้องการพลังงานสะอาดอย่างจริงจัง

ในระยะยาว การพัฒนาบุคลากรดิจิทัล การยกระดับเทคโนโลยี การปรับกฎระเบียบให้เอื้อต่อการลงทุน และการทำให้กระบวนการอนุมัติรวดเร็วและชัดเจน จะเป็นอีกเงื่อนไขสำคัญของการแข่งขันครั้งนี้ เพราะการเป็น Data Center Hub ไม่ได้จบเพียงการสร้างอาคารหรือดึงดูดเม็ดเงินลงทุน แต่คือการแข่งขันด้านพลังงานสะอาด ระบบไฟฟ้า โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ความมั่นคงทางไซเบอร์ การบริหารจัดการน้ำ และทักษะแรงงานขั้นสูง 

หากไทยสามารถเร่งปิดช่องว่างเหล่านี้ได้ทันเวลา Data Center จะไม่ใช่เพียงอุตสาหกรรมใหม่ของประเทศ แต่จะกลายเป็นหนึ่งในรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจไทยในยุค AI และเศรษฐกิจดิจิทัลในอีกหลายทศวรรษข้างหน้า


แชร์
ไทยมุ่งเป็นฮับศูนย์ข้อมูล แต่พร้อมไหม คุ้มหรือไม่ เมื่อธุรกิจอาจแย่งไฟ