
23 มกราคม 2569 มีคำสั่งปิด โรงไฟฟ้าคาชิวาซากิ-คาริวะ (Kashiwazaki-Kariwa) ในจังหวัดนีงาตะประเทศญี่ปุ่น หลังกลับมาปิดอีกครั้งได้เพียง 1 วัน โดยโรงงานแห่งนี้ถูสั่งปิดมานาน 14 ปีจากเหตุภัยพิบัติ
เมื่อวันพุธที่ 21 มกราคม เวลา 19.02 น. ตามเวลาทองถิ่นญี่ปุ่น โรงไฟฟ้าคาชิวาซากิ-คาริวะ เริ่มเดินเครื่องอีกครั้งหลังปิดตัวมานานหลายปี แต่ไม่กี่ชั่วโมงต่อมาบริษัท โตเกียว อิเล็กทริก พาวเวอร์ (เทปโก) ก็ออกมาประกาศว่า โรงงานต้องระงับปฏิบัติการ เพราะมี “สัญญาณเตือนจากระบบตรวจสอบ […] ดังขึ้นระหว่างขั้นตอนการเริ่มเดินเครื่องปฏิกรณ์”
นายทาเคยูกิ อินากากิ ผู้อำนวยการโรงไฟฟ้ากล่าวในงานแถลงข่าวว่า ปัญหานี้อาจต้องใช้เวลาตรวจสอบและแก้ไขหลายวัน
“เราไม่คาดคิดว่าเรื่องนี้จะได้รับการแก้ไขภายในวันหรือสองวัน ขณะนี้ยังบอกไม่ได้ว่าจะต้องใช้เวลานานแค่ไหน [...] ในขณะนี้เราจะมุ่งความสนใจอย่างเต็มที่ไปที่การพยายามระบุสาเหตุของสิ่งที่เกิดขึ้น” อินากากิกล่าว
นายทาคาชิ โคบายาชิ โฆษกของบริษัท กล่าวกับสำนักข่าว AFP ว่า “ทันทีที่ชัดเจนว่าต้องใช้เวลา เราจึงตัดสินใจเสียบแท่งควบคุมกลับเข้าไปตามแผนที่วางไว้” เขากล่าวเสริมว่า เตาปฏิกรณ์ “มีสภาวะคงที่และไม่มีผลกระทบจากกัมมันตภาพรังสีสู่ภายนอก”
แท่งควบคุมที่โคบายาชิกล่าวถึงคือ อุปกรณ์ที่ใช้ในการควบคุมปฏิกิริยาลูกโซ่นิวเคลียร์ในแกนปฏิกรณ์ ซึ่งสามารถเร่งปฏิกิริยาได้โดยการถอนแท่งออกเล็กน้อย หรือทำให้ช้าลงหรือหยุดลงอย่างสมบูรณ์โดยการเสียบแท่งกลับเข้าไปให้ลึกขึ้น
เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2554 ญี่ปุ่นเผชิญเหตุภัยพิบัติที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟูกูชิมะไดอิจิ มีแผ่นดินไหวขนาด 9.0 และสึนามิขนาดใหญ่ถล่มชายฝั่งตะวันออกของญี่ปุ่น ภัยพิบัติทำให้ระบบหล่อเย็นไฟฟ้าปรมาณูฟูกูชิมะล้มเหลว เกิดการหลอมละลายของแกนเชื้อเพลิง และสารกัมมันตรังสีรั่วไหล เป็นอุบัติเหตุนิวเคลียร์ระดับ 7 ที่รุนแรงที่สุดนับจากเชอร์โนบิล
เหตุนั้นเองโรงไฟฟ้าคาชิวาซากิ-คาริวะจึงต้องปิดตัวไปด้วยในครานั้น
อย่างไรก็ตาม ประเทศญี่ปุ่นกำลังเจอปัญหาขาดแคลนทรัพยากร จึงต้องการฟื้นฟูพลังงานปรมาณูเพื่อลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล บรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2593 และตอบสนองความต้องการพลังงานที่เพิ่มขึ้นจากปัญญาประดิษฐ์ (AI)
คาชิวาซากิ-คาริวะ เป็นหน่วยงานแรกภายใต้การบริหารของเทปโกที่เริ่มเดินเครื่องใหม่นับตั้งแต่ปี 2554 โดยบริษัทดังกล่าวยังเป็นผู้ดำเนินการโรงไฟฟ้าฟูกูชิมะ ไดอิจิ ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการปลดระวาง
หากเอาโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แต่ละแหงในโลกมาจัดอันดับตาม “ความเสียหายที่อาจก่อขึ้นได้” โรงไฟฟ้าคาชิวาซากิ-คาริวะคืออันดับ 1 ของโลกทีเดียว แม้โรงไฟฟ้าแห่งนี้เพิ่งเริ่มเปิดโรงปฏิกรณ์เพียง 1 จาก 7 เครื่องก็ตาม
เมื่อมีการประกาศกลับมาฟื้นฟูโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ ความเห็นของสาธารณชนในจังหวัดนีงาตะจึงแตกแยกอย่างหนัก ตามการสำรวจที่จัดทำขึ้นในเดือนกันยายน ประชาชนประมาณ 60% คัดค้านการเริ่มเดินเครื่องใหม่ ในขณะที่ 37% ให้การสนับสนุน
เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา กลุ่มผู้คัดค้านการเริ่มเดินเครื่องใหม่จำนวน 7 กลุ่ม ได้ยื่นคำร้องที่ลงนามโดยประชาชนเกือบ 40,000 คน ต่อบริษัทเทปโกและหน่วยงานกำกับดูแลกฎนิวเคลียร์ของญี่ปุ่น โดยระบุว่าโรงไฟฟ้าตั้งอยู่บนเขตแนวรอยเลื่อนที่ยังคงมีพลังงาน และตั้งข้อสังเกตว่าโรงไฟฟ้าแห่งนี้เคยถูกแผ่นดินไหวรุนแรงซัดถล่มมาแล้วในปี 2007
หนึ่งวันก่อนการเปิดตัว ลุ่มผู้ประท้วงหลายสิบคน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุได้ออกมารวมตัวกันบริเวณทางเข้าโรงไฟฟ้าในจังหวัดนีงาตะ ท่ามกลางสภาพอากาศที่หนาวจัดและมีหิมะตก
นางยูมิโกะ อาเบะ วัย 73 ปี หนึ่งในผู้ประท้วงให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว AFP ว่านี่คือการทำให้พื้นที่อยู่นความเสียง ทั้งท่คนได้ประโยชน์หลักคือคนในเมืองหลวง
"ไฟฟ้าที่ผลิตได้จากที่นี่ถูกส่งไปใช้ในโตเกียว แล้วทำไมคนที่นี่ต้องมาแบกรับความเสี่ยงด้วย มันไม่สมเหตุสมผลเลย" เธอกล่าว
ผู้ประท้วงเชื่อว่า แผนการอพยพในกรณีฉุกเฉินนั้น "เป็นไปไม่ได้จริง" โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีหิมะตกหนักและสภาพภูมิประเทศที่ซับซ้อน
หลายชาติทั่วโลกกำลังพิจารณาโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เป็นทางออกด้านสิ่งแวดล้อม เนื่องจากปล่อยก๊าซเรือนกรจกต่ำ และจะทำให้ประเศต่าง ๆ ถึงเป้าหาย NET Zero ได้เร็วขึ้น
ในปัจจุบันมีเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ประมาณ 440 เครื่องที่กำลังเดินเครื่องอยู่ใน 31 ประเทศ โดยมีกำลังการผลิตรวมกันประมาณ 400 กิกะวัตต์ (GWe) ในปี 2567 เตาปฏิกรณ์เหล่านี้ได้ผลิตกระแสไฟฟ้าออกมา 2,667 เทราวัตต์-ชั่วโมง (TWh) ซึ่งคิดเป็นประมาณ 9% ของไฟฟ้าที่ผลิตได้ทั่วโลก
อ้างอิงข้อูลจาก https://world-nuclear.org/ ปัจจุบันมีเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างประมาณ 60 ถึง 70 แห่ง ทั่วโลก มีแผนงานก่อสร้างใหม่อีกนับร้อยแห่ง และมีอีกประมาณ 30 ประเทศที่กำลังพิจารณา วางแผน หรือเริ่มต้นโครงการพลังงานนิวเคลียร์
จีนคือผู้นำของโลกในด้านนี้ สามารถสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ได้เร็วและมีจำนวนมากที่สุด จีนมีเตาปฏิกรณ์ที่เดินเครื่องอยู่ 59 เครื่อง (กำลังการผลิตสุทธิ 58.1 กิกะวัตต์) ปัจจุบันมีเตาปฏิกรณ์ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างถึง 38 แห่ง มีแผนการก่อสร้างเพิ่ม 43 เครื่อง และในปี 2569 นี้ จีนเตรียมจะเดินเครื่อง ACP100 (Linglong One) ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) เชิงพาณิชย์แบบติดตั้งบนบกแห่งแรกของโลก รวมถึงโครงการขยายกำลังการผลิตที่เตาปฏิกรณ์ Tianwan 7 และ Xiapu 1 ด้วย
ประเทศอื่น ๆ ที่จะเปิดสวิตซ์โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในปีนี้คือ บังกลาเทศ ที่โรงไฟฟ้า Rooppur 1 กำลังเริ่มบรรจุเชื้อเพลิงในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 และคาดว่าจะเริ่มจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบได้จริงในเดือนมีนาคม 2569 นี้
และยังมีโครงการ Akkuyu 1 ของตุรกี ซึ่งก่อสร้างเสร็จไปแล้วกว่า 99% ตั้งเป้าที่จะเริ่มผลิตกระแสไฟฟ้าจากเครื่องแรกภายในปี 2026 เช่นกัน
อุปสรคของการสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลีย์คือ ต้นทุนสูงและมีความซับซ้อน ต้องมแผนการจัดการกัมมันตภาพรังสีในระยะยาว การจะสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์นั้น ทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) จึงได้พัฒนา "แนวทางลำดับขั้นความสำเร็จ" ประเด็นด้านโครงสร้างพื้นฐาน 19 ประการ ที่รัฐบาลต้องจัดการ ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่ข้อกำหนดด้านเทคนิค กฎระเบียบ ไปจนถึงขีดความสามารถของบุคลากร
รัฐบาลกลุ่มประเทศอาเซียนมักจะเปลี่ยนจุดยืนเรื่องนี้จากสาเหตุมาจากปัจจัยทางการเมืองหรือเศรษฐกิจ โดยรัฐบาลที่สนใจเรื่องการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน อย่างไรก็ตาม จอห์น ฮัดดัด หัวหน้าฝ่ายพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานนิวเคลียร์ประจำทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) กล่าวว่า เวียดนามมีโอกาสเป็นไปได้มากที่สุด
เมื่อวันที่ 15 มกราคม 25569 เวียดนามเพิ่งประกาศการเริ่มกระบวนการเวนคืนที่ดินและเตรียมพื้นที่สำหรับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งแรก โดยกำลังเจรจากับรัสเซียเพื่อสรุปเทคโนโลยีที่จะนำมาใช้
อินโดนีเซียกำหนดเป้าหมายเดินเครื่องโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งแรกให้ได้ภายในปี 2575 เพื่อลดการใช้พลังงานจากโรงไฟฟ้าถ่านหิน
ส่วนไทยบรรจุเป้าหมายการสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) ขนาด 600 เมกะวัตต์ ภายในปี พ.ศ. 2580 ในร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (PDP) ฉบับใหม่
ที่มา: Reuters. Recessary, World-Newclear.org,