close sticky
ประเด็นเศรษฐกิจ

ท็อป Bitkub เปิดใจสื่อนอก "ต้องให้ความรู้นักลงทุน รับมือความเสี่ยงขาลง"

22 มิ.ย. 65
ท็อป Bitkub เปิดใจสื่อนอก "ต้องให้ความรู้นักลงทุน รับมือความเสี่ยงขาลง"

ท็อป จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา เจ้าของและผู้ก่อตั้ง Bitkub แพลตฟอร์มซื้อขายคริปโทเคอร์เรนฃี ให้สัมภาษณ์ล่าสุดกับสำนักข่าว Nikkei Asia เปิดใจตั้งแต่เรื่องที่อุตสาหกรรมคริปโทฯ จำเป็นต้องให้ความรู้นักลงทุนและเตรียมรับมือความเสี่ยงขาลง ไปจนถึงเรื่องดีลกับ SCBX, ประเด็นกับ กลต., การเตรียมบุกตลาดต่างประเทศ และการแข่งขันจาก Gulf-Binance


10 ประเด็นหลักๆ ที่ท็อปให้สัมภาษณ์กับ Nikkei Asia มีอะไรบ้าง



(1) ต้องให้ความรู้นักลงทุน ให้พร้อมรับมือความเสี่ยงขาลง

- เรื่องนี้น่าจะเป็นประเด็นหลักที่ท็อปให้สัมภาษณ์กับสื่อญี่ปุ่น โดยเขาย้ำว่า ถือเป็นความรับผิดชอบร่วมกัน (Collective responsibility) ของอุตสาหกรรมคริปโทเคอร์เรนซี ที่ต้องให้ความรู้นักลงทุน และให้เตรียมพร้อมรับมือความเสี่ยงขาลง



(2) ย้ำ "ต้องกระจายการลงทุน และอย่า Leverage"

- ท็อปย้ำ 2 เรื่องคือ "อย่า All-in" และ "อย่า Leverage" โดยระบุว่า

"เราย้ำมาตลอดว่าอย่าใส่ไข่ในตะกร้าแค่ใบเดียว แต่ให้กระจายการลงทุนออกไป และอย่ากู้ยืมเงินมาเล่นเก็งกำไร เราจำเป็นต้องให้ความรู้ทางการเงินที่ถูกต้องกับนักลงทุน ไม่ใช่แค่คริปโทเคอร์เรนซีเท่านั้น แต่ต้องครอบคลุมทั้งตลาดหลักทรัพย์ด้วย"



(3) แยกให้ออก "ความเสี่ยงระยะสั้น หรือวิชั่นระยะยาว"

- แม้ว่าสถานการณ์ตลาดหุ้นและคริปโทฯ ในช่วงนี้จะไม่สู้ดี และบิตคอยน์มีหลุดระดับ 18,000 ดอลลาร์/BTC ให้เห็นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว แต่ท็อปยังเชื่อมั่นในทิศทางขาขึ้นของสินทรัพย์ดิจิทัล เนื่องจากบรรดาแบงก์และเวนเจอร์แคปิตัลยังคงเข้ามาลงทุน

"คุณต้องแยกให้ออกระหว่าง ผลกระทบระยะสั้น กับวิชั่นระยะยาว"

 


(4) ทุ่มงบการตลาด 200 ล้าน ขับเคลื่อนผ่านตัวบุคคล

- ในขณะที่ Nikkei คุยถึงเรื่องการทำโฆษณาของบิทคับ ที่เน้นการใช้รูปของท็อปสร้างภาพจำของบริษัทตามป้ายโฆษณาทั้งออนไลน์และออฟไลน์ ท็อปยอมรับว่าการทำโฆษณาผ่านตัวบุคคลแบบนี้ ให้ผลตอบรับเป็นอย่างดีกลับคืนหลายเท่าจากงบการตลาดของบิทคับที่ 200 ล้านบาท โดยปัจจุบัน บริษัทมียอดผู้ใช้งานในแพลตฟอร์มอยู่ที่ 4.2 ล้านราย

 

(5) ดีล SCBX "ควรจบตามกำหนดเดิม" ตั้งแต่ไตรมาส 1

- "เราควรจะจบดีลกันได้ตั้งแต่ไทม์ไลน์เดิม"

ท็อปพูดถึงเมกะดีลที่ SCB X จะเข้าซื้อหุ้นบิทคับ 51% ซึ่งเคยมีการประเมินมูลค่าที่กว่า 1.78 หมื่นล้านบาท และวางกรอบเวลาจบดีลที่ไตรมาส 1 ปีนี้ แต่จนถึงปัจจุบันซึ่งกำลังจะจบไตรมาส 2 ยังไม่มีการประกาศบรรลุดีล ท่ามกลางรายงานข่าวว่า มีการประเมินมูลค่าใหม่ เพราะปัจจุบันราคาคริปโทฯ ร่วงลงมามากกว่า 50% เมื่อเทียบปีที่แล้ว

(6) เข้าใจ กลต.ทำงานตามหน้าที่

- สำหรับกรณีที่สำนักงานกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) สั่งลงโทษปรับกรรมการบริษัท บิทคับ กรณีนำเหรียญ KUB เข้าเทรดผิดกฎนั้น ท็อปให้สัมภาษณ์ว่า เป็นเรื่องที่เข้าใจได้

"ทุกคนมีบทบาทหน้าที่ของตัวเอง ก.ล.ต. ก็มีหน้าที่ในการพยายามลดความเสี่ยง คุ้มครองนักลงทุน และรักษาเสถียรภาพทางการเงิน ส่วนเราก็พยายามที่จะสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลให้กับประเทศ"

 

(7) เตรียมบุกตลาด ฟิลิปปินส์-กัมพูชา หลังจบดีล SCBX

- หากจบดีลซื้อขายหุ้นกับ SCB X แล้ว ทางบิทคับก็จะเดินหน้าแผนขยายตลาดในต่างประเทศต่อไป ซึ่งเป้าหมายที่มองไว้ก็คือ "ฟิลิปปินส์" และ "กัมพูชา"

 

(8) Exchange เป็นธุรกิจผูกขาดที่มีเจ้าตลาดเสมอ

- ท็อป ระบุว่า ธุกิจแพลตฟอร์ม Exchange เป็นธุรกิจที่มีเจ้าตลาดในแต่ละประเทศ (local monopoly game) คล้ายกับอีคอมเมิร์ซ ที่มี Grab เป็นเจ้าตลาด จน Uber กับ Gojek สู้ไม่ได้ต้องออกจากตลาดไป ธุรกิจเอ็กซ์เชนจ์ก็เช่นเดียวกัน ซึ่งการที่จะไป "ฟิลิปปินส์" กับ "กัมพูชา" ก่อนนั้นก็เพราะว่าทั้งสองประเทศยังไม่มีเจ้าตลาดที่กินรวบแพลตฟอร์มนี้

 

(9) Talent ในประเทศไม่พอ เตรียมดูดคนเก่งจาก เวียดนาม

- ด้วยธุรกิจที่ขยายตัวอย่างรวดเร็วและมีพันธมิตรเพิ่มขึ้นมาก ทำให้บิทคับต้องรับสมัคร Developer เพิ่มขึ้นถึง 500 คน ซึ่ง Talent ในไทยนั้นมีไม่เพียงพอ บิทคับจึงมองหาเดฟในเวียดนาม ซึ่งมาแรงในตลาดคริปโทฯ

 

(10) ไม่หวั่นการแข่งขันจาก Gulf-Binance

- สำหรับคู่แข่งล่าสุดที่ถือเป็น "รายใหญ่" และกำลังจะบุกตลาดไทย โดยเป็นความร่วมมือระหว่าง "กัลฟ์ เอ็นเนอร์ยี" กับแพลตฟอร์มเทรดคริปโทฯ ที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่าง "Binance" นั้น ท็อปมองว่าไม่มีปัญหา แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับรายใหม่เช่นกัน

"เป็นงานยากสำหรับพวกเขาเหมือนกันนะ เพราะเราถือเป็น Tech champion ในตลาดสตาร์ทอัพไทย และเป็นหนึ่งในคนที่ยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมมาจนถึงวันนี้"

 

 

 

Relate Post

Spotlight