
การชำระเงินผ่านโทรศัพท์มือถือกำลังก้าวไปอีกขั้น เมื่อทรูมันนี่เปิดตัว ‘แตะจ่ายด้วยทรูมันนี่’ (TrueMoney Tap to Pay) บริการชำระเงินรูปแบบใหม่ที่ให้ผู้ใช้เพียงปลดล็อกโทรศัพท์แล้วแตะที่เครื่องรับชำระ ก็สามารถชำระเงินได้ทันที ไม่ต้องเปิดแอป ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของไทยที่ดิจิทัลวอลเล็ตเปิดให้ผู้ใช้แตะจ่ายได้ในรูปแบบนี้
การเปิดตัวบริการแตะจ่ายแบบใหม่นี้เกิดขึ้นในวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 พร้อมกับการประกาศยุทธศาสตร์ PaymentTech แห่งอนาคต ซึ่งเป็นทิศทางใหม่ของทรูมันนี่ในการยกระดับจากผู้ให้บริการดิจิทัลวอลเล็ต ไปสู่แพลตฟอร์มเทคโนโลยีการชำระเงินที่เชื่อมโยงการใช้จ่าย บริการทางการเงิน และการนำ AI มาใช้พัฒนาประสบการณ์ผู้ใช้มากขึ้น
มนสินี นาคปนันท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ (ร่วม) บริษัท แอสเซนด์ มันนี่ จำกัด กล่าวว่า การชำระเงินดิจิทัลได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของผู้คนในประเทศไทยและเอเชียอย่างเต็มรูปแบบแล้ว จากนี้ไป ผู้บริโภคจะคาดหวังมากกว่าความสะดวกในการจ่ายเงิน โดยจะคาดหวังการบริการทางการเงินที่ฉลาด เข้าใจบริบทของแต่ละคน และทำงานร่วมกับวิถีชีวิตได้อย่างไร้รอยต่อ ซึ่งทรูมันนี่มองว่า การนำเทคโนโลยีอย่าง AI มาทำงานร่วมกับอีโคซิสเต็มที่มีอยู่และความเข้าใจลูกค้า จะเป็นกลไกสำคัญของ PaymentTech ยุคต่อไป
ฟีเจอร์ ‘แตะจ่ายด้วยทรูมันนี่’ ที่ทรูเปิดตัวนี้ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อลดขั้นตอนการชำระเงินจากเดิมที่มีหลายขั้นตอนให้เหลือเพียงปลดล็อกโทรศัพท์แล้วแตะกับเครื่องรับชำระที่รองรับ contactless payment ก็สามารถทำรายการได้ทันที อีกทั้งยังเป็นการเปิดโอกาสให้คนไทยแตะจ่ายโดยไม่ต้องมีบัตรเครดิตเป็นครั้งแรกในไทย เพื่อให้ผู้ใช้จำนวนมากสามารถเข้าถึงการแตะจ่ายในชีวิตประจำวันได้
ธนรัฐ ธุวสุจิเรข ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจ บริษัท ทรูมันนี่ จำกัด กล่าวว่า พฤติกรรมผู้บริโภคในปัจจุบันต้องการประสบการณ์การใช้จ่ายที่รวดเร็วมากขึ้น แต่ในความเป็นจริง ผู้บริโภคจำนวนมากยังเจอหลายขั้นตอนที่ยุ่งยากกว่าจะชำระเงินสำเร็จ ตั้งแต่ปลดล็อกโทรศัพท์ เปิดแอปพลิเคชัน ไปยังหน้าชำระเงิน และสแกน การพัฒนาฟีเจอร์ ‘แตะจ่ายด้วยทรูมันนี่’ จึงมุ่งลดความยุ่งยากในการชำระเงิน พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ใช้จำนวนมากเข้าถึงการแตะจ่ายได้ แม้ไม่มีบัตรเครดิต ซึ่งปัจจุบันคนไทยมีผู้ถือบัตรเครดิตเพียงราว 6 ล้านคน ขณะที่ทรูมันนี่มีผู้ใช้งานกว่า 32 ล้านคน
“การเปิดตัวฟีเจอร์ ‘แตะจ่ายด้วยทรูมันนี่’ ซึ่งเป็นนวัตกรรมการจ่ายรูปแบบใหม่นี้จะช่วยลดขั้นตอนในการชำระเงิน ให้รวดเร็ว และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่ที่พกสมาร์ตโฟนอยู่กับตัวตลอดเวลา”
บริการ ‘แตะจ่ายด้วยทรูมันนี่’ ที่ทรูมันนี่เปิดตัว มี 2 รูปแบบ ได้แก่
1. การแตะจ่ายที่เครื่อง BlueTap ซึ่งเป็นโซลูชันระบบ Closed Loop ที่ทรูมันนี่พัฒนาร่วมกับ Alipay+ การแตะจ่ายของทั้งมือถือ iOS และ Android แค่ผู้ใช้มีแอปทรูมันนี่ก็สามารถแตะจ่ายได้ผ่านเครือข่ายร้านค้าพันธมิตรของทรูมันนี่ โดยเริ่มเปิดให้บริการแล้วที่ร้าน 7-Eleven และร้านค้าที่ร่วมรายการ มีแผนขยายเป็น 50,000 จุดรับชำระภายในเดือนกันยายน 2569
2. การแตะจ่ายที่เครื่อง EDC ที่มีสัญลักษณ์ contactless ที่เรียกว่าระบบ Open Loop ซึ่งจะเริ่มเปิดให้ผู้ใช้งาน Android แตะจ่ายได้ตั้งแต่วันที่ 21 กรกฎาคม 2569 รองรับจุดรับชำระกว่า 900,000 จุดทั่วไทย และเชื่อมต่อได้มากกว่า 150 ล้านจุดใน 220 ประเทศและเขตการท่องเที่ยวทั่วโลก สำหรับระบบ iOS จะเปิดให้บริการในระยะต่อไป
ทั้งนี้ ทรูมันนี่ระบุว่า การเปิดการแตะจ่ายสองรูปแบบนี้ถือเป็นครั้งแรกของโลกที่ดิจิทัลวอลเล็ตรองรับการแตะจ่ายได้ทั้งระบบ Closed Loop และ Open Loop ผ่านบัญชีวอลเล็ตเดียว โดยการชำระเงินทั้งสองรูปแบบนี้เกิดจากความร่วมมือของทรูมันนี่กับ Alipay+ ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มเชื่อมต่อดิจิทัลวอลเล็ตของ Ant International
สำหรับผู้ใช้ทรูมันนี่ที่ต้องการเปิดใช้บริการการแตะจ่ายรูปแบบใหม่นี้ไม่ต้องสมัครบริการใหม่ เพียงเปิดใช้งานฟีเจอร์ในแอปทรูมันนี่ก็สามารถใช้งานได้ทันที
ธนรัฐเปิดเผยว่า นับตั้งแต่เปิดให้บริการแตะจ่ายด้วยทรูมันนี่ที่เครื่อง BlueTap มีผู้ใช้งานแตะจ่ายแล้วมากกว่า 1.5 ล้านคน และมียอดการแตะจ่ายรวมกว่า 5 ล้านครั้ง โดยกลุ่มผู้บริโภควัยรุ่นและวัยทำงานนิยมมาแตะจ่ายสูงสุด สะท้อนการยอมรับจากกลุ่มผู้บริโภคยุคดิจิทัลเป็นอย่างดี
นอกเหนือจากการใช้จ่ายในร้านค้า ทรูมันนี่ยังเตรียมขยายบริการแตะจ่ายสู่ระบบขนส่งสาธารณะ ปัจจุบันผู้ใช้สามารถแตะจ่ายค่าโดยสารรถโดยสารประจำทางขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ได้แล้วกว่า 6,000 คันทั่วกรุงเทพฯ
ขณะเดียวกัน ทรูมันนี่อยู่ระหว่างหารือกับบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM เพื่อเปิดให้ผู้โดยสารใช้แอปทรูมันนี่แตะผ่านประตูรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงินและสายสีม่วง โดยคาดว่าจะเริ่มให้บริการได้ภายในไตรมาส 4 ปี 2569
มนสินี นาคปนันท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ (ร่วม) บริษัท แอสเซนด์ มันนี่ จำกัด ยอมรับว่า การพัฒนาบริการของทรูมันนี่มีความเชื่อมโยงกับธุรกิจธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา (Virtual Bank) ของกลุ่มทรู ภายใต้ชื่อ Ascend Bank เนื่องจากทั้งสองธุรกิจอยู่ภายใต้ Ascend Money แม้จะให้บริการคนละด้าน โดย Virtual Bank ทำธุรกิจรับฝากเงินและปล่อยสินเชื่อ ส่วนทรูมันนี่เน้นบริการชำระเงิน
ปัจจุบัน ผู้ใช้ทรูมันนี่สามารถเลือกแหล่งเงินสำหรับการชำระได้หลายรูปแบบ ทั้งการเติมเงินเข้าวอลเล็ต การหักบัญชีธนาคาร หรือการผูกบัตรเครดิต ดังนั้น เมื่อ Ascend Bank เปิดให้บริการ ก็จะเป็นแหล่งเงินหนึ่งในการใช้ทรูมันนี่ และน่าจะช่วยให้ทั้งสองธุรกิจสามารถออกแบบสิทธิประโยชน์และบริการร่วมกันได้ง่ายขึ้น
มนสินีกล่าวอีกว่า แม้ทรูมันนี่และ Ascend Bank จะเป็นคนละบริการ แต่ทั้งสองมีโจทย์เดียวกัน คือ การทำให้ลูกค้าใช้งานบริการต่าง ๆ ได้อย่างต่อเนื่องและราบรื่น พร้อมสร้างประสบการณ์ที่ดีตลอดการใช้งาน ซึ่งบางส่วนจะต้องทำร่วมกัน
การเปิดตัวบริการ ‘แตะจ่ายด้วยทรูมันนี่’ เป็นเพียงส่วนหนึ่งในองค์ประกอบของยุทธศาสตร์ PaymentTech แห่งอนาคต ที่ทรูประกาศในงานเดียวกัน ซึ่งประกอบด้วย 4 ยุทธศาสตร์ ได้แก่
ยุทธศาสตร์ที่ 1 : นวัตกรรมการชำระเงินที่ไร้รอยต่อ และตอบโจทย์ชีวิตในทุกวัน
จะพัฒนานวัตกรรมการชำระเงินให้ครอบคลุมมากขึ้น ทั้งบริการแตะจ่าย การตั้งชำระเงินอัตโนมัติ (autopay) และบริการทางการเงินรูปแบบใหม่ในอนาคต ควบคู่กับการขยายบริการในแอปให้ครอบคลุมการใช้จ่าย ออม ลงทุน และการบริหารจัดการเงิน เพื่อให้ผู้ใช้สามารถจัดการบริการทางการเงินได้ในแอปเดียว
ยุทธศาสตร์ที่ 2 : การเชื่อมต่อเครือข่ายพาร์ตเนอร์และอีโคซิสเต็มส์ที่แข็งแกร่งทั้งในและต่างประเทศ
จะขยายเครือข่ายร้านค้า ช่องทางการชำระเงิน และบริการชำระเงินข้ามพรมแดน โดยปัจจุบันทรูมันนี่มีจุดรับชำระกว่า 7 ล้านจุดทั่วประเทศ และรองรับการชำระเงินผ่านเครือข่าย Alipay+ ในกว่า 50 ประเทศและเขตการท่องเที่ยว พร้อมมีแผนขยายเป็น 220 ประเทศและเขตการท่องเที่ยว รวมถึงเปิดให้ผู้ใช้สามารถแตะจ่ายด้วยทรูมันนี่ในต่างประเทศได้
ยุทธศาสตร์ที่ 3 : ยกระดับความคุ้มค่าในการใช้จ่าย
เตรียมพัฒนา TrueMoney Coins ให้เป็น Loyalty Platform ที่เชื่อมต่อกับพันธมิตรได้มากขึ้น ทั้งการเพิ่มสิทธิประโยชน์ ขยายช่องทางการแลกใช้ และเชื่อมโยงกับบริการทางการเงินและทางเลือกในการใช้จ่ายที่หลากหลาย รวมถึงการต่อยอดร่วมกับบริการของธนาคารไร้สาขาในอนาคต
ยุทธศาสตร์ที่ 4 : แพลตฟอร์มการเงินอัจฉริยะที่ขับเคลื่อนด้วย AI และข้อมูล
จะนำ AI และข้อมูลมาพัฒนาประสบการณ์การใช้งาน ตั้งแต่การปรับหน้าแอปให้แสดงเมนูตามความสนใจของผู้ใช้แต่ละคน การพัฒนา Money Buddy ผู้ช่วยทางการเงินที่ให้คำแนะนำเฉพาะบุคคล ไปจนถึงการนำ AI มาใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ระบบอัตโนมัติ และการดำเนินงานภายในองค์กร