
ขณะที่ตลาดหุ้นหลายประเทศในเอเชียเผชิญแรงขายอย่างหนักจากแรงสั่นสะเทือนของสงครามในอิหร่าน แต่ตลาดหุ้นจีนกลับปรับตัวลดลงน้อยกว่าประเทศอื่นในภูมิภาคอย่างเห็นได้ชัด สะท้อนให้เห็นถึงความสามารถในการรับมือกับแรงกดดันจากสงครามได้ดีกว่าคู่แข่งในเอเชีย
หุ้นจีนในตลาดภายในประเทศปรับตัวลดลงเพียงราว 1% ในสัปดาห์ล่าสุด (เทียบ 6 มีนาคม กับ 27 กุมภาพันธ์ 2569) ขณะที่ตลาดหุ้นเอเชียโดยรวมร่วงลงมากกว่า 6% โดยหุ้นเกาหลีใต้ดิ่งแรง -13% หุ้นไทย -7.7% หุ้นญี่ปุ่น -5.5% จากความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของสงครามในอิหร่าน แม้ว่านักวิเคราะห์จะเตือนว่าความขัดแย้งดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อภูมิภาค รวมถึงจีนซึ่งเป็นผู้นำเข้าน้ำมันรายใหญ่ก็ตาม
ความแข็งแกร่งของจีนไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะตลาดหุ้น แต่ตลาดการเงินก็รับผลกระทบน้อยด้วยเช่นกัน ค่าเงินหยวนและตลาดพันธบัตรรัฐบาลจีนทำผลงานได้ดีกว่าหลายประเทศในเอเชียในช่วงที่ตลาดโลกผันผวน โดยค่าเงินหยวนในตลาดภายในประเทศอ่อนค่าประมาณ 0.6% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ แต่ยังถือว่าลดลงน้อยที่สุดเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักในเอเชีย ขณะที่เงินวอนเกาหลีใต้และเปโซฟิลิปปินส์อ่อนค่ามากกว่า 2%
ด้านตลาดตราสารหนี้ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลจีนอายุ 10 ปี ลดลงประมาณ 2 เบซิสพอยต์ (bps) สู่ระดับ 1.79% สวนทางกับตลาดพันธบัตรหลักของโลก โดยพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ และฝรั่งเศสปรับเพิ่มขึ้นมากกว่า 20 เบซิสพอยต์ สะท้อนความต้องการสินทรัพย์ที่มีเสถียรภาพในช่วงที่ตลาดโลกเผชิญความไม่แน่นอน
น่าสนใจว่าทำไมตลาดหุ้นและสินทรัพย์ต่าง ๆ ของจีนรับมือกับแรงสั่นสะเทือนจากสงครามในอิหร่านได้ดีกว่าของประเทศอื่นในเอเชีย ?
นักวิเคราะห์บางคนมองว่าปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้สินทรัพย์จีนมีเสถียรภาพมากกว่าประเทศอื่นในเอเชีย มาจากท่าทีเชิงนโยบายของรัฐบาลจีนที่เน้นความต่อเนื่องและการสนับสนุนเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการส่งสัญญาณด้านนโยบายในที่ประชุมสภาประชาชนแห่งชาติ (National People’s Congress: NPC)
หลี่ เฉียง (LI Qiang) นายกรัฐมนตรีจีน ได้ย้ำแนวทางดังกล่าวในระหว่างการกล่าวสุนทรพจน์ในการประชุม NPC เมื่อวันที่ 5 มีนาคม โดยเน้นความสำคัญของเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและการเติบโตที่มีคุณภาพมากขึ้น พร้อมให้คำมั่นว่าจะขยายการสนับสนุนทางการคลัง รักษาจุดยืนนโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย และเสริมความแข็งแกร่งของอุปสงค์ภายในประเทศ
ขณะเดียวกัน เป้าหมายเศรษฐกิจที่กำหนดในการประชุม NPC ยังช่วยหนุนความเชื่อมั่นของนักลงทุนด้วยอีกทาง
มาร์โค ซุน (Marco Sun) นักวิเคราะห์ตลาดการเงินจีนจาก MUFG Bank มองว่า ตลาดหุ้นจีนสามารถทำหน้าที่เป็น ‘หลุมหลบภัย’ ของนักลงทุนทั่วโลกในช่วงที่การเมืองโลกผันผวน เนื่องจากช่วยกระจายความเสี่ยงการลงทุน และยังเปิดโอกาสให้เข้าถึงการเติบโตของเทคโนโลยีใหม่ของจีน โดยเฉพาะในด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI)
มุมมองดังกล่าวสอดคล้องกับข้อมูลนักลงทุนของ BNY ในฮ่องกง ซึ่งระบุว่า แม้จะมีการไหลออกของเงินทุนจากตลาดหุ้นในหลายประเทศของภูมิภาค แต่ก็ยังคงมีความต้องการลงทุนในหุ้นจีนอย่างต่อเนื่องในสัปดาห์นี้ ส่วนหนึ่งมาจากแรงหนุนของนโยบายเศรษฐกิจจากรัฐบาลจีน
นอกจากนี้ ทางการจีนยังดำเนินมาตรการเพื่อลดผลกระทบในภาคพลังงาน โดยมีรายงานว่า รัฐบาลจีนได้สั่งให้โรงกลั่นน้ำมันรายใหญ่ของประเทศระงับการส่งออกน้ำมันดีเซลและเบนซินชั่วคราว เพื่อสำรองน้ำมันเชื้อเพลิงภายในประเทศ หลังความขัดแย้งในตะวันออกกลางเริ่มส่งผลกระทบต่อการขนส่งน้ำมันดิบ
เมื่อรวมกันแล้ว ปัจจัยทั้งเสถียรภาพของนโยบายเศรษฐกิจ ความเชื่อมั่นของนักลงทุน และมาตรการรับมือด้านพลังงาน ทำให้สินทรัพย์จีน ตั้งแต่หุ้น ค่าเงิน ไปจนถึงพันธบัตรรัฐบาล มีเสถียรภาพมากที่สุดในเอเชีย ท่ามกลางความผันผวนของตลาดโลกจากสงครามในอิหร่าน
อ้างอิง : Bloomberg