
ราคาทองคำและโลหะสำคัญทั่วโลกทรุดตัวลงอย่างรุนแรงในวันนี้ (30 ม.ค. 69) หลังมีรายงานข่าวว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เตรียมเสนอชื่อ เควิน วอร์ช อดีตผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐสายคุมเงินเฟ้อ ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานเฟดคนใหม่ ความเคลื่อนไหวดังกล่าวไม่เพียงยุติการไต่ระดับทำสถิติใหม่ของทองคำ แต่ยังส่งแรงกระเพื่อมไปทั่วตลาดโลหะ ตั้งแต่เงิน ทองแดง ไปจนถึงแพลทินัม ซึ่งเพิ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ภายในสัปดาห์เดียวกัน
การปรับฐานรุนแรงครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางบริบทที่นักลงทุนทั่วโลกแสวงหาที่หลบภัยจากความปั่นป่วนทางเศรษฐกิจ ความเสี่ยงเงินเฟ้อ และความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งเป็นแรงผลักดันสำคัญที่ดันราคาทองคำและโลหะอื่น ๆ ให้พุ่งแรงผิดปกติในช่วงก่อนหน้า
ด้านราคาทองคำในประเทศเคลื่อนไหวผันผวนอย่างรุนแรงเช่นกัน โดยข้อมูล ณ เวลา 17.12 น. มีการปรับราคาแล้วรวม 75 ครั้ง ทองคำแท่งราคารับซื้ออยู่ที่บาทละ 75,300 บาท และราคาขายออกบาทละ 75,400 บาท ขณะที่ทองรูปพรรณราคารับซื้อบาทละ 73,798.88 บาท และราคาขายออกบาทละ 76,200 บาท ส่วนราคาทองคำในตลาดสปอตอยู่ที่ระดับ 5,056 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์
ในวันนี้ ราคาทองคำร่วงลงมากถึง 8% ภายในวันเดียว ลดระดับลงไปแตะจุดต่ำสุดที่ 4,957 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ โดยอาจเป็นการปรับตัวลงรายวันที่รุนแรงที่สุดในรอบกว่าสิบปี การปรับฐานราคาลงอย่างรวดเร็วนี้ถือเป็นการเคลื่อนไหวล่าสุดของความผันผวนแบบ “รถไฟเหาะ” ที่เกิดขึ้นในตลาดทองคำตลอดช่วงที่ผ่านมา ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ผลักดันราคาให้ทำสถิติสูงสุดใหม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
หลังจากราคาทองปรับลดลง แรงเทขายได้ลุกลามไปทั่วตลาดโลหะในวันเดียวกัน โดยราคาเงินทรุดตัวลงถึง 15% ราคาแพลทินัมร่วงหนักถึง 16% ขณะที่ราคาทองแดงลดลงราว 3% ตอกย้ำความรุนแรงของการปรับฐานหลังจากตลาดปรับขึ้นแรงต่อเนื่อง
ทอม ไพรซ์ นักวิเคราะห์สินค้าโภคภัณฑ์จาก Panmure Liberum มองว่าความเคลื่อนไหวนี้เป็นพฤติกรรมแบบคลาสสิกของช่วง “จุดสูงสุดของตลาด” ที่มักเกิดขึ้นหลังราคาพุ่งแรงเกินพื้นฐาน “ตอนนี้ตลาดเต็มไปด้วยความสับสนและความไม่แน่นอน และทุกคนกำลังมองหาความชัดเจน” เขากล่าว พร้อมชี้ว่าการขาดปัจจัยใหม่มารองรับราคาทำให้การปรับฐานรุนแรงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ยาก
ปัจจัยเร่งสำคัญของแรงขายมาจากรายงานข่าวว่า ทรัมป์มีแนวโน้มเสนอชื่อเควิน วอร์ช เป็นประธานเฟดคนถัดไป และอาจมีการประกาศอย่างเป็นทางการได้เร็วที่สุดภายในวันเดียวกัน ข่าวดังกล่าวช่วยหนุนค่าเงินดอลลาร์ให้แข็งค่าขึ้นทันที เนื่องจากนักลงทุนจำนวนหนึ่งมองว่า เฟดภายใต้การนำของวอร์ช ซึ่งถูกจัดอยู่ในกลุ่มนักเศรษฐศาสตร์สายดั้งเดิมและเคร่งครัดด้านเสถียรภาพราคา มีแนวโน้มจะคุมเงินเฟ้อด้วยท่าทีที่เข้มงวดกว่าผู้สมัครรายอื่น ความคาดหวังนี้จึงสวนทางกับมุมมองของนักลงทุนฝั่ง Bullish ทองคำ ซึ่งตลอดปีที่ผ่านมาใช้ประเด็นความเสี่ยงการด้อยค่าของเงินดอลลาร์เป็นเหตุผลหลักในการเข้าซื้อ
นอกจากนี้ ชื่อของเควิน วอร์ช ยังช่วยเสริมความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนในวงกว้าง เนื่องจากตลาดมองว่าเขาเป็นบุคคลที่สามารถรักษาความเป็นอิสระของธนาคารกลางสหรัฐไว้ได้ ท่ามกลางแรงกดดันทางการเมืองที่เพิ่มขึ้น
ฟรานเชสโก เปโซเล นักกลยุทธ์ด้านอัตราแลกเปลี่ยนของ ING ระบุว่า หากวอร์ชได้รับการเสนอชื่อจริง จะช่วยบรรเทาความกังวลของตลาดต่อความเสี่ยงที่เฟดอาจสูญเสียความเป็นอิสระ ซึ่งเป็นประเด็นที่นักลงทุนจับตาอย่างใกล้ชิดในช่วงที่ผ่านมา
ขณะเดียวกัน ในฝั่งเอเชีย มาตรการควบคุมตลาดของหน่วยงานกำกับดูแลก็เริ่มส่งผลชัดเจนขึ้น โดยตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเซี่ยงไฮ้ (SHFE) ระบุว่าได้ระงับบัญชีซื้อขาย 10 กลุ่มในวันศุกร์ หลังจากเพิ่งออกแถลงการณ์เตือนผู้เข้าร่วมตลาดเมื่อวันพฤหัสบดี ให้ดำเนินการ “ลงทุนอย่างมีเหตุผล” เพื่อรักษาเสถียรภาพของตลาด ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนความพยายามของทางการจีนในการสกัดการเก็งกำไรและลดความร้อนแรงของราคาทองที่พุ่งขึ้นอย่างผิดปกติ
ทั้งนี้ แม้ตลาดจะเผชิญแรงเทขายอย่างหนัก แต่ผู้จัดการการลงทุนบางรายยังคงมองว่าทองคำยังมีบทบาทสำคัญในเชิงโครงสร้างระยะยาว
อรุณ ไซ นักกลยุทธ์อาวุโสด้านการลงทุนหลายสินทรัพย์จาก Pictet Asset Management ระบุว่า ความผันผวนของราคาทองคำในขณะนี้เป็นสิ่งที่สามารถคาดการณ์ได้ หลังจากการปรับขึ้นอย่างรุนแรงในช่วงก่อนหน้า และบริษัทยังคงยึดมุมมองว่า ทองคำจะได้รับแรงหนุนจากกระแสการกระจายเงินสำรองของธนาคารกลาง และการจัดพอร์ตของนักลงทุนสถาบันทั่วโลกในระยะยาว
ชาร์ลส์-อองรี มงโช ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุนของธนาคารสวิส Syz ให้มุมมองว่า การร่วงลงของราคาทองครั้งนี้สะท้อนถึงภาวะ “การยอมจำนนของฝั่งผู้ซื้อ” หลังจากราคาทองคำปรับขึ้นอย่างสุดขั้วเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยระยะยาวในรอบหลายทศวรรษ เขาเสริมว่า การดิ่งลงควบคู่กับการพุ่งขึ้นของความผันผวนโดยนัย เป็นสัญญาณว่าตลาดอยู่ในภาวะ overbought อย่างรุนแรงในระยะสั้น และเป็นจังหวะที่นักลงทุนจำเป็นต้องปรับท่าทีให้ระมัดระวังมากขึ้น
ด้านไมเคิล บราวน์ นักกลยุทธ์วิจัยอาวุโสของ Pepperstone มองว่า ความเคลื่อนไหวของราคาทองในอีกไม่กี่วันข้างหน้าจะเป็นตัวชี้วัดสำคัญ โดยเฉพาะระดับ 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์สำหรับทองคำ และระดับ 100 ดอลลาร์ต่อออนซ์สำหรับเงิน เนื่องจากระดับดังกล่าวถือเป็นแนวรับเชิงจิตวิทยาที่ตลาดจับตาอย่างใกล้ชิด และหากราคาทั้งสองสามารถพักฐาน เคลื่อนไหวในกรอบแคบ ๆ ได้ระยะหนึ่ง อาจเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อเสถียรภาพของตลาดมากกว่าการเหวี่ยงขึ้นลงอย่างรุนแรง
โดยภาพรวม การซื้อขายทองคำและเงินยังมีแนวโน้มผันผวนหนักในระยะถัดไป ท่ามกลางปัจจัยการเมือง การเงิน และค่าเงินดอลลาร์ที่ยังคงเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และพร้อมจะสร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับตลาดโลหะมีค่าได้ตลอดเวลา
อ้างอิง: CNBC