
ราคาทองคำโลกเดินหน้าทำสถิติสูงสุดใหม่อย่างต่อเนื่อง หลังแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยไหลเข้าสู่ตลาดอย่างหนาแน่น โดยราคาทองคำสปอตทะยานผ่านระดับจิตวิทยา 4,800 ดอลลาร์ต่อออนซ์เป็นครั้งแรก สะท้อนความวิตกของนักลงทุนต่อความเสี่ยงทางการเมืองและเศรษฐกิจโลกที่ทวีความรุนแรงขึ้นในช่วงต้นปีนี้
ในประเทศ ราคาทองคำยังเคลื่อนไหวสอดคล้องกับทิศทางตลาดโลก โดยเมื่อเวลา 13:16 น. มีการปรับราคาแล้วรวม 27 ครั้ง ทองคำแท่งรับซื้อที่บาทละ 71,800.00 บาท และขายออกที่บาทละ 71,900.00 บาท ขณะที่ทองรูปพรรณรับซื้อที่บาทละ 70,357.56 บาท และขายออกที่บาทละ 72,700.00 บาท ส่วนราคาทองคำสปอตในตลาดโลกอยู่ที่ระดับ 4,871.00 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์
แรงหนุนดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางบรรยากาศการลงทุนที่เปราะบาง ทั้งจากความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างสหรัฐฯ และยุโรป รวมถึงความไม่แน่นอนด้านนโยบายการค้าและทิศทางอัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯ โดยตลาดจับตาสุนทรพจน์ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในการประชุม World Economic Forum ที่เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งถูกมองว่าอาจส่งสัญญาณสำคัญต่อทิศทางความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและตลาดการเงินโลกในระยะถัดไป
กระแสเข้าซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเร่งตัวขึ้น หลังความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และยุโรปปะทุขึ้นอีกครั้งจากประเด็นกรีนแลนด์ เมื่อประธานาธิบดีทรัมป์ออกมาขู่จะเรียกเก็บภาษีนำเข้ากับ 8 ประเทศในยุโรปที่คัดค้านแผนของสหรัฐฯ ในการเข้าควบคุมดินแดนดังกล่าว ความเคลื่อนไหวนี้สร้างแรงสั่นสะเทือนต่อความสัมพันธ์ข้ามแอตแลนติก และเพิ่มความกังวลว่าความขัดแย้งทางการเมืองอาจลุกลามไปสู่สงครามการค้าในวงกว้าง
ขณะเดียวกัน สำนักข่าว BBC รายงานว่า รัฐสภายุโรปเตรียมระงับการให้ความเห็นชอบข้อตกลงการค้ากับสหรัฐฯ ที่บรรลุข้อตกลงกันไว้เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา โดยอ้างอิงแหล่งข่าวใกล้ชิดกับคณะกรรมาธิการการค้าระหว่างประเทศของรัฐสภายุโรป ซึ่งมีกำหนดประกาศอย่างเป็นทางการที่เมืองสตราสบูร์ก ประเทศฝรั่งเศสในวันพุธนี้ นักวิเคราะห์มองว่าหากความตึงเครียดระหว่างสองขั้วเศรษฐกิจหลักของโลกยกระดับขึ้นอีกระลอก จะยิ่งหนุนบทบาทของทองคำในฐานะสินทรัพย์หลบภัยในระยะสั้นอย่างมีนัยสำคัญ
อีกปัจจัยสำคัญที่หนุนราคาทองคำคือการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งมีแนวโน้มปรับลดรายวันแรงที่สุดในรอบกว่าหนึ่งเดือน ส่งผลให้ทองคำซึ่งกำหนดราคาเป็นดอลลาร์มีความน่าสนใจมากขึ้นสำหรับผู้ซื้อจากต่างประเทศ ขณะเดียวกัน ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เผชิญแรงขาย โดยดัชนีหลักของวอลล์สตรีทร่วงลงใกล้ระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 3 สัปดาห์ หลังนักลงทุนวิตกต่อการกลับมาขู่ใช้มาตรการภาษีของทรัมป์ต่อยุโรป
ในฝั่งนโยบายการเงิน นักเทรดได้ปรับเลื่อนความคาดหวังต่อการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐออกไป หลังตัวเลขตลาดแรงงานส่งสัญญาณฟื้นตัว โดยขณะนี้ตลาดให้น้ำหนักว่าการลดดอกเบี้ยครั้งถัดไปอาจเกิดขึ้นในเดือนมิถุนายน ซึ่งเป็นเดือนถัดจากที่เจอโรม พาวเวลล์ หมดวาระประธานเฟด และอาจมีการผ่อนคลายนโยบายเพิ่มเติมอีกครั้งในไตรมาสสุดท้ายของปี มุมมองที่ว่าเฟดสามารถคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงได้นานขึ้นโดยทั่วไปจะหนุนค่าเงินดอลลาร์และกดดันสินทรัพย์ที่ไม่ให้ผลตอบแทนดอกเบี้ย แต่ในบริบทของความเสี่ยงทางการเมืองที่พุ่งสูง ทองคำยังคงได้รับแรงหนุนอย่างแข็งแกร่ง
ทองคำซึ่งถูกมองว่าเป็นแหล่งเก็บรักษามูลค่าในยามที่เศรษฐกิจและการเมืองผันผวน ปรับตัวพุ่งขึ้นถึง 64% ตลอดปี 2568 และเพิ่มขึ้นอีกกว่า 10% นับตั้งแต่ต้นปีนี้ โดยแรงซื้อยังได้รับการสนับสนุนจากความคาดหวังต่อการปรับลดดอกเบี้ยของสหรัฐฯ ในระยะถัดไป ซึ่งช่วยลดต้นทุนค่าเสียโอกาสของการถือครองทองคำที่ไม่ให้ผลตอบแทนดอกเบี้ย
ฟาวาด ราซัคซาดา นักวิเคราะห์จาก City Index และ FOREX.com ระบุว่า ราคาทองคำได้พุ่งเข้าสู่ระดับที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ท่ามกลางการป้องกันความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนทางการเมือง พร้อมชี้ว่าระดับ 4,800 และ 4,900 ดอลลาร์เป็นจุดอ้างอิงสำคัญในระยะสั้น ขณะที่ระดับ 5,000 ดอลลาร์ยังคงเป็นเป้าหมายเชิงจิตวิทยาระยะยาวของปีนี้
ราคาทองคำอาจมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นต่อ หากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจยังคงดำเนินอยู่ เนื่องจากนักลงทุนมักเข้าซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเมื่อภาวะตลาดผันผวน ขณะเดียวกัน การอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐทำให้ทองคำมีราคาถูกลงสำหรับผู้ซื้อจากต่างประเทศ ซึ่งช่วยหนุนอุปสงค์
นโยบายอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ก็มีอิทธิพลต่อทิศทางราคาทองคำเช่นกัน หากอัตราดอกเบี้ยยังอยู่ในระดับต่ำ ทองคำจะยิ่งน่าสนใจสำหรับนักลงทุน เนื่องจากเป็นสินทรัพย์ที่ไม่ให้ผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย อย่างไรก็ตาม หากข้อมูลเศรษฐกิจออกมาแข็งแกร่งขึ้น หรือดอลลาร์กลับมาแข็งค่า ก็อาจชะลอการปรับขึ้นของราคาทองคำได้
นักลงทุนทองคำควรติดตามสถานการณ์โลก ความเคลื่อนไหวของค่าเงิน และการตัดสินใจของธนาคารกลางสหรัฐอย่างใกล้ชิด การกระจายการลงทุนไปยังสินทรัพย์ปลอดภัยอื่น ๆ เช่น เงิน หรือแพลทินัม อาจช่วยลดความเสี่ยงได้
นักลงทุนอาจพิจารณาถือครองทองคำต่อ หากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจยังคงอยู่ แต่ก็ควรระมัดระวังความเสี่ยงจากการปรับฐานของราคา หากดอลลาร์แข็งค่าขึ้นหรืออัตราดอกเบี้ยปรับสูงขึ้น การซื้อขายระยะสั้นอาจเปิดโอกาสในการทำกำไร ขณะที่กลยุทธ์ระยะยาวควรให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยง การปรึกษาที่ปรึกษาทางการเงินและติดตามข่าวสารตลาดอย่างต่อเนื่อง จะช่วยให้นักลงทุนตัดสินใจได้อย่างรอบคอบท่ามกลางภาวะตลาดทองคำในปัจจุบัน