ข่าวเศรษฐกิจ

อินเดีย เตรียมผงาดเป็นเศรษฐกิจเบอร์ 2ของโลก ในอีก 52 ปีข้างหน้า

12 ก.ค. 66
อินเดีย เตรียมผงาดเป็นเศรษฐกิจเบอร์ 2ของโลก ในอีก 52 ปีข้างหน้า

โกลด์แมน แซคส์ ประเมินว่า อินเดียพร้อมที่จะกลายเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลกภายในปี 2618 หรืออีก 52 ปีข้างหน้า หากสิ่งที่โกลด์แมน แซคส์เป็นเรื่องจริงนั่นทำกับว่า อินเดีย กำลังจะแซง เยอรมัน ญี่ปุ่น จี หรือในวันนึงก็มีโอกาสแซงสหรัฐฯ 

ขณะที่ S&P Global และ Morgan Stanley ได้คาดการณ์เช่นกันว่าอินเดียกำลังจะกลายเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับสามภายในปี 2573 หรืออีก 7 ปีข้างหน้าเท่านั้น

ปัจจุบันอินเดียมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 5 ของโลก รองจากอันดับ 4 เยอรมนี อันดับ 3 ญี่ปุ่น อันดับ 2  จีน และอันดับ 1 ของโลกคือ สหรัฐอเมริกา ในขณะที่ GDP ไตรมาสแรกของปีนี้อินเดีย ขยายตัว 6.1% ซึ่งคาดการณ์กันว่า ปีนี้เศรษฐกิจอินเดียมีโอกาสโตได้ 7.2% 

ประชากรวัยแรงงานมาก คุณภาพดีขึ้น และเทคโนโยลีประเทศก้าวหน้า 

นักเศรษฐศาสตร์ประจำอินเดียของโกลด์แมน แซคส์ นายซานตานุ เซนกุปตา ระบุว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้อินเดียเตรียมผงาดขึ้นเศรษฐกิจใหญ่เป็นเบอร์ 2 ของโลกคือ คุณภาพคน และ ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลอินเดียวางกลยุทธ์ไว้มานาน

  • ในแง่คุณภาพประชากรนั้น ขณะนี้ประชากรของอินเดียได้แซงจีนแผ่นดินใหญ่ไปเรียบร้อยแล้วด้วยตัวเลขกว่า 1.4286 พันล้านคน และโครงสร้างประชากรของคนอินเดีย มากกว่า 50% มีอายุต่ำกว่า 30 ปี และมีถึง 25.69% เป็นเด็กและเยาวชนอายุต่ำกว่า 40 ปี ซึ่งนี่คือกำลังแรงงานที่จะมาพัฒนาประเทศในอนาคต เทียบกับจีนมีประชากรในช่วงอายุเดียวกันเพียง 16.9% เท่านั้น และในขณะนี้หลายๆประเทศมีโครงสร้างประชากรสวนทางคือ เป็นสังคมผู้สูงอายุ 

อีกข้อมูลที่สำคัญคือ อัตราส่วนการพึ่งพิง หรือ การรับภาระ (Dependency Ratio) ของอินเดียกำลังจะต่ำที่สุดในภูมิภาค หมายความว่า อินเดียมีสัดส่วนผู้ใหญ่วัยทำงานมากกว่าจำนวนเยาวชนและผู้สูงอายุที่ต่ำ ไม่ต้องแบกรับภาระเลี้ยงดูมากเกินไป บวกกับอัตราการออมเงินก็เพิ่มสูงขึ้น นั่นแปลว่าคุณภาพชีวิตของคนอินเดียอยู่ในเกณฑ์ที่ดีต่อการพัฒนาประเทศ

 

  • ส่วนแนวนโยบายของประเทศ รัฐบาลอินเดียให้ความสำคัญกับการสร้างโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการสร้างถนนและทางรถไฟ งบประมาณล่าสุดของประเทศมีเป้าหมายเพื่อดำเนินโครงการเงินกู้ปลอดดอกเบี้ย 50 ปีแก่รัฐบาลของรัฐท้องถิ่นเพื่อกระตุ้นการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน ที่สำคัญนโยบายส่งเสริมเรื่องความก้าวหน้าในด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม ข้อมูลของ Nasscom สมาคมการค้านอกภาครัฐของอินเดีย ระบุว่า รายได้จากอุตสาหกรรมเทคโนโลยีของอินเดียคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 245 พันล้านดอลลาร์ภายในสิ้นปี 2566 

Goldman Sachs เชื่อว่านี่เป็นเวลาที่เหมาะสมที่ภาคเอกชนจะเพิ่มขีดความสามารถในการผลิตและบริการ เพื่อสร้างงานเพิ่มขึ้นและรองรับกำลังแรงงานจำนวนมาก  จึงไม่น่าแปลกใจที่ช่วงนี้อินเดียจะเนื้อหอมมีบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลก ต่างพากันไปลงทุนในอินเดียทั้ง  Apple , Tesla ,  Amazon และอื่นๆอีกมากมาย

อินเดีย น่าลงทุน

ภาพจาก AFP :Tim Cook ซีอีโอของ Apple และนายกรัฐมนตรีอินเดียNarendra
Modi พูดคุยกับประธานาธิบดี Joe Biden ของสหรัฐฯระหว่างการประชุมที่ทำเนียบขาว
ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี.เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2023

เศรษฐกิจอินเดีย
ภาพจาก AFP: นักเรียนดูแบบจำลอง Mars Rover Opportunity ของ NASA
ในระหว่างพิธีเปิดพิพิธภัณฑ์อุตสาหกรรมและเทคโนโลยี Visvesvaraya ในเบงกาลูรู
เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2023

จุดอ่อนและความเสี่ยงของอินเดีย?

  • รายงานของ Goldman Sachs ระบว่า อัตราการมีส่วนร่วมของกำลังแรงงานโดยเฉพาะผู้หญิงในอินเดียลดลงในช่วง 15 ปีที่ผ่านมา และเป็นอัตราที่ต่ำกว่าผู้ชายอย่างมาก โดยผู้หญิงวัยทำงานในอินเดียมีเพียง 20%

  • อินเดียขาดดุลบัญชีเดินสะพัด การส่งออกไม่ค่อยสดใสเป็นตัวฉุดการเติบโตของอินเดีย  Goldman Sachs ระบุว่า หากภาคบริการของอินเดียแข็งแกร่งขึ้น จะช่วยลดปัญหาการ ขาดดุลบัญชีเดินสะพัดลงได้

  • เศรษฐกิจของอินเดียขับเคลื่อนด้วยอุปสงค์ภายในประเทศ ซึ่งแตกต่างจากเศรษฐกิจที่พึ่งพาการส่งออกอื่นๆ ในภูมิภาค โดยการเติบโตมากถึง 60% มาจากการบริโภคและการลงทุนภายในประเทศเป็นหลัก 

ที่มาข้อมูล CNBC 

advertisement

Relate Post

SPOTLIGHT