Logo site Amarintv 34HD
logo duooneLogo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
IMF เตือนเศรษฐกิจโลกไม่มีเวลาตั้งรับ เร่งแก้หนี้ แจกโจทย์ US-จีน-ยุโรป
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

IMF เตือนเศรษฐกิจโลกไม่มีเวลาตั้งรับ เร่งแก้หนี้ แจกโจทย์ US-จีน-ยุโรป

16 ต.ค. 69
15:58 น.
แชร์

เวที Annual Meetings Plenary ในการประชุม 2026 IMF-World Bank Group Annual Meetings ที่กรุงเทพฯ วันที่ 16 ตุลาคม 2569 เป็นช่วงสำคัญที่ผู้นำของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และธนาคารโลก (World Bank Group) นำเสนอภาพรวมเศรษฐกิจโลกและทิศทางการทำงานของทั้งสองสถาบัน ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงทางภูมิรัฐศาสตร์ ภาระหนี้สาธารณะ และเทคโนโลยีที่กำลังเปลี่ยนโฉมเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว

หลังจากหลายการประชุมหลายเวทีในงานได้ส่งเสียงเตือนและคำแนะนำออกมาแล้ว ประเด็นเหล่านี้ถูกไฮไลต์อีกครั้งบนเวทีใหญ่ที่สุดของงาน โดย IMF เน้นย้ำความจำเป็นในการรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจและสร้างพื้นที่ทางการคลังเพื่อรับมือความเสี่ยง ส่วน World Bank มุ่งไปที่การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้เงินทุน ระดมการลงทุนจากภาคเอกชน และสร้างงานในวงกว้าง เพื่อให้การพัฒนาเศรษฐกิจตอบโจทย์ความต้องการของแต่ละประเทศ

คริสตาลินา กอร์เกียวา (Kristalina Georgieva) กรรมการผู้จัดการ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เตือนว่า กันชนด้านพลังงานและการคลังของหลายประเทศกำลังร่อยหรอลง ขณะที่เงินเฟ้อยังอยู่ในระดับสูงในหลายพื้นที่

ภายใต้สถานการณ์ที่หนี้สาธารณะอยู่ในระดับสูงและความไม่แน่นอนยังดำเนินต่อไป คริสตาลินาเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งปรับฐานะการคลัง เพิ่มรายได้ และจัดลำดับการใช้จ่ายให้เหมาะสม เพื่อรักษาความสามารถในการรับมือกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น และเรียกร้องให้ประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ ทั้งจีน สหรัฐฯ ยุโรป ปรับนโยบาย

IMF เตือนเศรษฐกิจโลกเผชิญแรงกดดันรอบด้าน

คริสตาลินา กอร์เกียววา เริ่มต้นสุนทรพจน์ด้วยการเปรียบเทียบเศรษฐกิจโลกเป็นเรือลำหนึ่งที่กำลังเผชิญคลื่นจากเทคโนโลยีและภูมิรัฐศาสตร์ ขณะที่ภาระหนี้สาธารณะที่หนักอึ้งกำลังจำกัดความสามารถในการปรับทิศทางและรับมือกับความผันผวน แม้จนถึงขณะนี้เศรษฐกิจโลกยังแสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่น แต่การรักษาความแข็งแกร่งดังกล่าวจำเป็นต้องอาศัยความพยายามอย่างมาก

กรรมการผู้จัดการ IMF กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีในปัจจุบันแตกต่างจากอดีตตรงความเร็วในการพัฒนา โดยนอกจาก AI แล้ว ยังมีหุ่นยนต์ขั้นสูง คอมพิวเตอร์ควอนตัม ระบบคลาวด์ขนาดใหญ่ เทคโนโลยีทางการเงิน และความก้าวหน้าทางการแพทย์ ขณะเดียวกัน ความไม่ไว้วางใจระหว่างประเทศทำให้ประเด็นความมั่นคงมีน้ำหนักมากขึ้น และความขัดแย้งระหว่างประเทศก็ยังคงเป็นแรงกดดันต่อเศรษฐกิจโลก

อย่างไรก็ตาม ภาพรวมการเติบโตกลับมีเสถียรภาพมากกว่าที่หลายคนอาจคาดการณ์ไว้ โดย IMF คาดว่าเศรษฐกิจโลกในปี 2569 จะเติบโต 3.1% เท่ากับที่เคยประเมินไว้เมื่อเดือนตุลาคม 2568 ขณะที่การค้าโลกยังคงดำเนินต่อไปท่ามกลางอุปสรรคต่าง ๆ ซึ่งการเติบโตที่ทรงตัวนี้เป็นผลจากแรงสองด้านที่หักล้างกัน ได้แก่ ผลกระทบจากราคาพลังงานที่สูงขึ้นซึ่งฉุดรั้งเศรษฐกิจ และกระแสการลงทุนใน AI ที่ช่วยหนุนการเติบโต

เมื่อพิจารณาลงไปในรายละเอียด พบว่าเศรษฐกิจแต่ละประเทศมีทิศทางแตกต่างกัน ประเทศที่ได้รับผลกระทบจากสงครามมีแนวโน้มการเติบโตลดลง ขณะที่ประเทศที่เกี่ยวข้องกับห่วงโซ่มูลค่า AI เช่น สหรัฐฯ จีน อินเดีย และประเทศอื่น ๆ ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในเอเชีย ได้รับการปรับเพิ่มประมาณการเติบโต

กรรมการผู้จัดการ IMF กล่าวขยายความว่า เศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญแรงกดดันด้านเงินเฟ้อจากหลายทาง ทั้งปัญหาอุปทานพลังงาน การขนส่งที่ยังมีความเสี่ยง การขาดแคลนผลิตภัณฑ์จากโรงกลั่นและก๊าซธรรมชาติ ความต้องการพลังงานและโครงสร้างพื้นฐานที่เพิ่มขึ้นจากการลงทุนใน AI นอกจากนี้ ปรากฏการณ์เอลนีโญรุนแรงในปีนี้ยังเพิ่มแรงกดดันต่อราคาอาหาร ซึ่งส่งผลกระทบต่อประชาชนรายได้น้อยมากที่สุด

แม้ AI จะมีศักยภาพเพิ่มผลิตภาพในระยะยาว แต่ผลลัพธ์จะเกิดขึ้นมากน้อยเพียงใดและรวดเร็วแค่ไหนยังต้องติดตาม ขณะเดียวกัน การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับ AI จำนวนมากกำลังอาศัยเงินทุนจากการก่อหนี้ จึงอาจเพิ่มแรงกดดันต่อเศรษฐกิจในระยะสั้น

เธอบอกว่า ผลลัพธ์ประการหนึ่งจากสถานการณ์ทั้งหมดนี้ คือ ตลาดพันธบัตรกำลังส่งสัญญาณเตือนผ่าน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทั้งของสหรัฐฯ เยอรมนี และญี่ปุ่น ทำให้อัตราผลตอบแทนในประเทศตลาดเกิดใหม่และประเทศพัฒนาแล้วสูงขึ้นตาม รวมถึงในเขตยูโรด้วย โดยประเทศที่มีหนี้สูงกว่าจะเผชิญกับการเพิ่มขึ้นมากกว่า

เงินเฟ้อยังเป็นโจทย์ใหญ่ IMF หนุนขึ้นดอกเบี้ย

ในเรื่องเงินเฟ้อ คริสตาลินา กอร์เกียวา บอกว่า IMF สนับสนุนนโยบายการคลังที่เข้มงวดให้ทันเวลา

“เมื่อมีปัจจัยหลายประการผลักดันเงินเฟ้อให้สูงขึ้น และผู้คนยังจดจำประสบการณ์เงินเฟ้อสูงในช่วงที่ผ่านมาได้ ธนาคารกลางจึงต้องให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับเสถียรภาพด้านราคา IMF สนับสนุนการดำเนินนโยบายที่เข้มงวดขึ้นและการส่งสัญญาณที่หนักแน่นของธนาคารกลางสหรัฐฯ ธนาคารกลางยุโรป และธนาคารกลางญี่ปุ่นในช่วงที่ผ่านมา

“การขึ้นอัตราดอกเบี้ยในวันนี้ย่อมดีกว่าการปล่อยให้สถานการณ์ล่าช้าจนต้องตามแก้ปัญหาไม่ทัน และจำเป็นต้องขึ้นดอกเบี้ยมากกว่าเดิมเป็นสองเท่าในวันข้างหน้า อย่างไรก็ตาม นโยบายการเงินที่เข้มงวดขึ้นย่อมเพิ่มต้นทุนการกู้ยืมของรัฐบาล และต้นทุนดังกล่าวจะเพิ่มขึ้นรวดเร็วยิ่งกว่าในประเทศที่มีหนี้สาธารณะระยะสั้นในสัดส่วนสูง”

ห่วงทั่วโลกหนี้สาธารณะสูง เรียกร้องประเทศร่ำรวยรักษาวินัยการคลัง

ประเด็นที่ IMF ให้ความสำคัญ คือ ภาระหนี้สาธารณะที่อยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะในประเทศพัฒนาแล้ว ขณะที่ประเทศตลาดเกิดใหม่ก็มีหนี้เพิ่มขึ้นเช่นกัน ส่วนประเทศรายได้น้อย แม้สัดส่วนหนี้สาธารณะต่อ GDP มักต่ำกว่าประเทศพัฒนาแล้ว แต่ยังเผชิญภาระดอกเบี้ยที่สูงและเพิ่มขึ้น ประกอบกับความช่วยเหลืออย่างเป็นทางการที่ลดลง ทำให้ทรัพยากรสำหรับการพัฒนาถูกเบียดบัง

“ยังมีประเทศจำนวนมากที่มีหนี้สาธารณะสูงเกินไป ประเทศร่ำรวยเป็นกลุ่มที่มีปัญหาหนักที่สุด” คริสตาลินากล่าว

“ข้อสรุปที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คือ การรักษาเสถียรภาพจำเป็นต้องอาศัยการปรับสมดุลฐานะการคลัง ในประเทศที่มีหนี้สูงส่วนใหญ่ รัฐบาลจำเป็นต้องจัดทำแผนการคลังระยะปานกลางที่น่าเชื่อถือ และในบางกรณีต้องเริ่มดำเนินมาตรการตั้งแต่ระยะแรก

“ข้อเรียกร้องของเราให้รัฐบาลควบคุมการใช้จ่ายและรักษาวินัยการคลัง มีความสำคัญเป็นพิเศษสำหรับประเทศพัฒนาแล้วที่มีความสำคัญเชิงระบบและมีหนี้และการขาดดุลการคลังสูง ไม่ใช่เพียงเพื่อประโยชน์ของประเทศเหล่านั้นเอง แต่ยังเพื่อช่วยเหลือประเทศอื่น ๆ ด้วย เพราะเศรษฐกิจขนาดใหญ่เหล่านี้สามารถส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจทั่วโลกได้”

อย่างไรก็ตาม เธอยอมรับว่า “การปรับฐานะการคลังเป็นเรื่องยาก” จึงแนะนำว่า ผู้กำหนดนโยบายจำเป็นต้องอธิบายกับประชาชนว่าเหตุใดมาตรการเหล่านี้จึงจำเป็น ต้องจัดทำแผนที่ลดผลกระทบต่อการเติบโตของเศรษฐกิจในอนาคตให้เหลือน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ พร้อมปกป้องกลุ่มเปราะบาง และต้องดำเนินนโยบายปฏิรูปเชิงโครงสร้างควบคู่กันเพื่อยกระดับศักยภาพการเติบโตของเศรษฐกิจ

AI เปิดโอกาสใหม่ แต่ต้องเตรียมรับความเสี่ยง

สำหรับเรื่องปัญญาประดิษฐ์ (AI) คริสตาลินาชี้ว่า ประเทศต่าง ๆ ต้องเตรียมพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงจาก AI โดยแนวทางที่เหมาะสมย่อมแตกต่างกันตามบทบาทของแต่ละประเทศว่าจะเป็นผู้พัฒนาเทคโนโลยี ผู้จัดหาปัจจัยสนับสนุน หรือผู้ใช้งาน

AI ที่เข้าถึงได้ง่ายผ่านสมาร์ทโฟนมีศักยภาพที่จะกระจายโอกาสไปสู่ผู้คนในวงกว้าง แต่ทุกประเทศก็ต้องเตรียมรับความเสี่ยง ตั้งแต่การว่างงานของคนหนุ่มสาว การลดลงของฐานภาษี ไปจนถึงความไม่มั่นคงทางการเงิน โดยเฉพาะความเสี่ยงทางไซเบอร์ที่อาจนำไปสู่ความปั่นป่วนในระบบการเงินและการหยุดชะงักของโครงสร้างพื้นฐาน หรือผลกระทบที่ร้ายแรงกว่านั้น

เรียกร้องประเทศยักษ์ใหญ่ปรับนโยบาย

กรรมการผู้จัดการ IMF เตือนเรื่องภัยไซเบอร์ด้วยว่า จำนวนการโจมตีทางไซเบอร์กำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ขณะที่ระยะเวลาตั้งแต่ค้นพบช่องโหว่จนถึงการถูกนำไปใช้โจมตีลดลงเหลือเพียงไม่กี่ชั่วโมง และอาจเหลือเพียงไม่กี่นาทีในอนาคต ดังนั้น สิ่งที่จำเป็นอย่างเร่งด่วนในเวลานี้คือความร่วมมือระหว่างประเทศที่นำไปปฏิบัติได้จริง และในเรื่องนี้ IMF ได้เดินหน้าสนับสนุนประเทศสมาชิกผ่านการพัฒนาศักยภาพและโครงการประเมินภาคการเงิน (FSAP) เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้ระบบการเงิน รวมถึงการป้องกันความเสี่ยงทางไซเบอร์

ในมิติความไม่สมดุลของเศรษฐกิจโลก คริสตาลินาเรียกร้องให้ประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ปรับทิศทางนโยบาย

“เรากำลังเรียกร้องให้ประเทศสมาชิกขนาดใหญ่ที่สุดของเราให้ความสำคัญกับความท้าทายนี้อย่างจริงจัง สหรัฐฯ จำเป็นต้องออมเงินให้มากขึ้น จีนจำเป็นต้องบริโภคให้มากขึ้น และยุโรปจำเป็นต้องลงทุนให้มากขึ้น ทุกฝ่ายยังมีงานด้านนโยบายอีกมากที่ต้องทำ สหรัฐฯ ต้องปรับฐานะการคลัง จีนต้องลดบทบาทของรัฐในการตัดสินใจทางเศรษฐกิจและปรับปรุงระบบสวัสดิการสังคม ส่วนยุโรปต้องเดินหน้าเชื่อมโยงเศรษฐกิจภายในให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น” กรรมการผู้จัดการ IMF กล่าว

ย้ำภารกิจยกระดับชีวิตประชาชน ยกพระราชดำรัส ร.9 เตือนใจต้องใช้เวลา

คริสตาลินากล่าวถึงภารกิจของ IMF ว่า IMF พร้อมช่วยเหลือประเทศสมาชิกที่เผชิญปัญหา โดยปัจจุบันมีสินเชื่อคงค้างและวงเงินสินเชื่อที่อนุมัติแล้วแต่ยังไม่ได้เบิกใช้รวม 240,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และยังมีความสามารถในการปล่อยสินเชื่อที่ไม่ได้ใช้อีกประมาณสามเท่าของจำนวนดังกล่าว นอกจากนี้ IMF ยังให้ความสำคัญกับการสนับสนุนสินเชื่อแบบผ่อนปรนแก่ประเทศที่ต้องการความช่วยเหลือ ตลอดจนงานพัฒนาศักยภาพของประเทศสมาชิก

ช่วงท้ายของสุนทรพจน์ คริสตาลินาอัญเชิญพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เพื่อถ่ายทอดหัวใจสำคัญของภารกิจ IMF ที่มุ่งมั่นยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คน ผ่านความเพียรพยายามและความร่วมมือที่ต้องอาศัยเวลา

“เมื่อได้มายืนอยู่ ณ ประเทศที่งดงามแห่งนี้ ไม่มีวิธีใดที่จะถ่ายทอดสิ่งที่ต้องการสื่อได้ดีไปกว่าการอัญเชิญพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ซึ่งเตือนใจเราว่า ‘ประโยชน์และผลดีต่าง ๆ มิได้เกิดขึ้นได้เอง หากแต่ต้องค่อย ๆ บ่มเพาะ สั่งสม และเสริมสร้างให้แข็งแกร่งขึ้นตามกาลเวลา’ นี่คือหัวใจสำคัญของภารกิจที่เรา (IMF) ยึดมั่น นั่นคือการมุ่งมั่นอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คน ซึ่งต้องอาศัยเวลา ความเพียรพยายาม และจะสัมฤทธิ์ผลได้ดีที่สุดเมื่อเราร่วมมือกัน” กรรมการผู้จัดการ IMF กล่าว

แชร์
IMF เตือนเศรษฐกิจโลกไม่มีเวลาตั้งรับ เร่งแก้หนี้ แจกโจทย์ US-จีน-ยุโรป