
ค่าใช้จ่ายของครัวเรือนไทยยังคงขยับสูงขึ้น ท่ามกลางแรงกดดันจากราคาน้ำมันและต้นทุนการเดินทาง โดยในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 ครัวเรือนมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 21,217 บาทต่อเดือน เพิ่มขึ้น 326 บาท หรือประมาณ 1.6% จากช่วงเดียวกันของปี 2568 ซึ่งอยู่ที่ 20,891 บาทต่อเดือน
สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) ระบุว่า ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่มาจากหมวดพาหนะ การขนส่ง และการสื่อสาร หลังราคาน้ำมันเชื้อเพลิงและค่าโดยสารสาธารณะปรับสูงขึ้น ขณะเดียวกัน ต้นทุนการผลิตและการขนส่งที่เพิ่มขึ้นยังส่งผ่านไปยังราคาอาหาร โดยเฉพาะอาหารสำเร็จรูป
อย่างไรก็ตาม โครงสร้างรายจ่ายยังสะท้อนให้เห็นว่า ครัวเรือนบางส่วนเริ่มปรับพฤติกรรมด้วยการลดหรือชะลอการซื้อสินค้าไม่จำเป็น เพื่อรักษาสภาพคล่องและรองรับค่าใช้จ่ายจำเป็นในชีวิตประจำวัน ซึ่งมีแนวโน้มทรงตัวอยู่ในระดับสูงต่อไปในช่วงที่เหลือของปี
หมวดพาหนะ การขนส่ง และการสื่อสาร เป็นหมวดที่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นมากที่สุด โดยครัวเรือนใช้จ่ายเฉลี่ย 4,895 บาทต่อเดือน เพิ่มขึ้น 228 บาท จาก 4,667 บาทในปีก่อน หรือคิดเป็นสัดส่วน 23.07% ของค่าใช้จ่ายทั้งหมด
เมื่อเทียบกับค่าใช้จ่ายรวมที่เพิ่มขึ้น 326 บาท จะพบว่าหมวดนี้คิดเป็นเกือบ 70% ของรายจ่ายที่เพิ่มขึ้นทั้งหมด สะท้อนว่าราคาน้ำมันและต้นทุนการเดินทางเป็นแรงกดดันสำคัญต่อค่าครองชีพของครัวเรือนไทยในปีนี้
สนค. ระบุว่า สถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในต่างประเทศที่ยืดเยื้อส่งผลกระทบต่ออุปทานพลังงานในตลาดโลก ทำให้ราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศปรับสูงขึ้น ก่อนส่งผ่านไปยังค่าเดินทาง ค่าขนส่ง และต้นทุนวัตถุดิบในการผลิตอาหาร
ส่วนหมวดการบันเทิง การอ่าน การศึกษา และการศาสนา มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากปีก่อน 7 บาท มาอยู่ที่เฉลี่ย 842 บาทต่อเดือน
อาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ยังเป็นหมวดที่ครัวเรือนใช้จ่ายมากที่สุด โดยมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 8,342 บาทต่อเดือน เพิ่มขึ้น 118 บาทจากปี 2568
ในจำนวนนี้ ค่าใช้จ่ายสำหรับอาหารสำเร็จรูปเพิ่มขึ้นเด่นชัดที่สุด จาก 3,435 บาท เป็น 3,528 บาทต่อเดือน หรือเพิ่มขึ้น 93 บาท สอดคล้องกับพฤติกรรมของครัวเรือนที่นิยมซื้ออาหารปรุงสำเร็จและรับประทานอาหารนอกบ้านมากขึ้น เพื่อความสะดวกและสอดรับกับวิถีชีวิตที่เร่งรีบ
ค่าใช้จ่ายในกลุ่มข้าว แป้ง และผลิตภัณฑ์จากแป้ง เพิ่มขึ้น 14 บาท มาอยู่ที่ 736 บาทต่อเดือน ขณะที่เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์อยู่ที่ 705 บาท ไข่และผลิตภัณฑ์นม 374 บาท ผลิตภัณฑ์น้ำตาล 186 บาท และผักและผลไม้ 1,026 บาท ซึ่งต่างปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย
สวนทางกับวัตถุดิบประกอบอาหารสดบางกลุ่มที่มีค่าใช้จ่ายลดลง โดยเนื้อสัตว์ เป็ด ไก่ และสัตว์น้ำ ลดลง 15 บาท เหลือ 1,536 บาทต่อเดือน ส่วนเครื่องประกอบอาหารลดลง 6 บาท เหลือ 252 บาทต่อเดือน
ค่าใช้จ่ายในหมวดเคหสถานปรับลดลง 17 บาท มาอยู่ที่เฉลี่ย 5,117 บาทต่อเดือน ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการลดค่าไฟฟ้า ซึ่งช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชน
รายจ่ายในรายการที่สามารถลดหรือชะลอได้มีแนวโน้มลดลงเช่นกัน โดยหมวดการตรวจรักษาและบริการส่วนบุคคลลดลง 5 บาท เหลือ 1,327 บาทต่อเดือน หมวดเครื่องนุ่งห่มและรองเท้าลดลง 4 บาท เหลือ 444 บาท และหมวดยาสูบและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ลดลง 1 บาท เหลือ 250 บาทต่อเดือน
ทิศทางดังกล่าวสะท้อนว่า เมื่อรายจ่ายจำเป็นด้านการเดินทางและอาหารเพิ่มขึ้น ครัวเรือนบางส่วนเลือกตัดค่าใช้จ่ายที่ไม่เร่งด่วน เพื่อบริหารเงินให้เพียงพอต่อการดำรงชีวิตประจำวัน
สนค. ประเมินว่า ค่าใช้จ่ายของครัวเรือนในระยะต่อไปจะยังทรงตัวอยู่ในระดับสูง โดยมีแรงกดดันจากความผันผวนของราคาน้ำมันในตลาดโลก รวมถึงกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการเดินทางท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลปลายปี ซึ่งจะเพิ่มความต้องการใช้พลังงานและอาจส่งผ่านไปยังราคาสินค้าอุปโภคบริโภค
อีกปัจจัยที่ต้องติดตามคือสถานการณ์อุทกภัยในหลายพื้นที่ ซึ่งสร้างความเสียหายต่อพื้นที่เพาะปลูกและอาจทำให้ราคาผลผลิตทางการเกษตร โดยเฉพาะผักสด ผันผวนหรือปรับสูงขึ้นในระยะสั้น นอกจากนี้ ครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบอาจต้องรับภาระเพิ่มจากการซื้อวัสดุก่อสร้างเพื่อซ่อมแซมที่อยู่อาศัย รวมถึงการจัดหาเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์ภายในบ้านทดแทนของเดิมที่เสียหาย
น้ำท่วมยังอาจกระทบต่อเส้นทางขนส่งและการกระจายสินค้า ทำให้ราคาสินค้าบางรายการผันผวนมากขึ้น กระทรวงพาณิชย์จึงจัดตั้งศูนย์ Single Command และ War Room เพื่อติดตามสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง โดยเชื่อมโยงข้อมูลด้านปริมาณสินค้า ความต้องการ ราคา และเส้นทางขนส่งจากหน่วยงานต่าง ๆ และสำนักงานพาณิชย์จังหวัด เพื่อเร่งประสานแก้ไขปัญหาในพื้นที่
ภาพรวมรายจ่ายตลอด 9 เดือนแรกจึงสะท้อนว่า น้ำมันเชื้อเพลิง การเดินทาง และอาหารยังเป็นตัวแปรสำคัญต่อค่าครองชีพของครัวเรือนไทย ขณะที่ความผันผวนของราคาพลังงานและผลกระทบจากอุทกภัยจะเป็นความเสี่ยงหลักที่ต้องจับตาในช่วงปลายปี