Logo site Amarintv 34HD
logo duooneLogo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
ปลุกเศรษฐกิจอาเซียน โตไกลเกิน 4.5% ได้จริง IMF-ธนาคารโลกเปิด 4 แนวทาง
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

ปลุกเศรษฐกิจอาเซียน โตไกลเกิน 4.5% ได้จริง IMF-ธนาคารโลกเปิด 4 แนวทาง

16 ต.ค. 69
08:42 น.
แชร์

เมื่ออาเซียนร่วมมือ จุดแข็งอาจมากกว่าที่คิด

“อาเซียนมีอะไรอยู่ในมือมากกว่าที่หลายคนคิด หากมองแยกเป็นรายประเทศ เราอาจเห็นเพียงตลาดขนาดกลาง ฐานการผลิต หรือทรัพยากรที่กระจายอยู่ตามพรมแดน แต่เมื่อมองอาเซียนเป็นหนึ่งภูมิภาค หรือแนวคิด ASEAN as one region จุดแข็งเหล่านี้อาจประกอบกันเป็นพลังทางเศรษฐกิจที่ใหญ่กว่าผลรวมของแต่ละประเทศ”

นี่คือมุมมองที่นายอัตสึชิ มิมูระ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังญี่ปุ่นด้านกิจการระหว่างประเทศ สะท้อนผ่านแนวคิดการมองอาเซียนในฐานะภูมิภาคเดียวกัน ทั้งในแง่ประชากร ตลาด ศูนย์กลางทางการเงิน ทรัพยากรธรรมชาติ และฐานการผลิตที่เข้มแข็ง การเชื่อมโยงจุดแข็งเหล่านี้เข้าด้วยกันจึงเป็นโอกาสสำคัญที่จะเพิ่มน้ำหนักทางเศรษฐกิจของภูมิภาค ท่ามกลางโลกที่กำลังเผชิญความไม่แน่นอนและการแข่งขันที่เข้มข้นขึ้น

ภาพดังกล่าวสอดคล้องกับตัวเลขที่คริสตาลินา จอร์เจียวา กรรมการผู้จัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ กล่าวในช่วงเปิดเวที ASEAN in a Changing Global Landscape ระหว่างการประชุม IMF–World Bank Annual Meetings ที่กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2026 โดยอาเซียนทั้ง 11 ประเทศมีประชากรรวมประมาณ 700 ล้านคน และมีขนาดเศรษฐกิจรวม 4.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่เศรษฐกิจมีแนวโน้มเติบโต 4.5% ในปี 2026

เธอกล่าวถึงบทบาทของเอเชียว่า “Asia is the engine of global growth” หรือ “เอเชียคือเครื่องยนต์ขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจโลก” พร้อมประเมินว่าเอเชียจะมีส่วนสร้างการเติบโตของเศรษฐกิจโลกถึง 68% ในปี 2026

อย่างไรก็ตาม ขนาดเศรษฐกิจและอัตราการเติบโตเพียงอย่างเดียวไม่ได้รับประกันว่า อาเซียนจะก้าวไปได้ไกลกว่าเดิม คำถามสำคัญคือ ประเทศสมาชิกจะเปลี่ยนความแข็งแกร่งที่มีอยู่ให้เป็นการเติบโตที่ยั่งยืนได้อย่างไร และจะทำอย่างไรให้ความร่วมมือระดับภูมิภาคช่วยเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจได้จริง

SPOTLIGHT เข้าร่วมฟังเวทีเสวนา ASEAN in a Changing Global Landscape พร้อมสรุป 4 แนวทางน่าสนใจที่อาจทำอาเซียนเติบโตทางเศรษฐกิจได้ไกลกว่าที่คาด

เศรษฐกิจอาเซียนโต 4.5% แต่ยังมีโจทย์ใหญ่รออยู่

แม้อาเซียนยังเป็นหนึ่งในภูมิภาคที่มีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจโลก แต่การเติบโตยังเผชิญความเสี่ยงจากหลายด้าน ทั้งความผันผวนของการค้าโลก ราคาพลังงาน และผลกระทบจากสภาพภูมิอากาศ โดยเฉพาะปรากฏการณ์เอลนีโญที่อาจกระทบต่อผลผลิตทางการเกษตรและเศรษฐกิจของประเทศในภูมิภาค

กฤษณะ ศรีนิวาสัน ผู้อำนวยการฝ่ายเอเชียและแปซิฟิกของ IMF ชี้ว่า อาเซียนยังเผชิญความเสี่ยงจากแรงกระแทกด้านพลังงาน แม้หลายประเทศจะปรับตัวต่อความผันผวนทางการค้าได้ดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ โดยการบริโภคน้ำมันและก๊าซของภูมิภาคคิดเป็นสัดส่วนเฉลี่ยประมาณ 7% ของ GDP

ความเสี่ยงดังกล่าวส่งผลต่อประเทศไม่เท่ากัน บรูไนและมาเลเซียมีสถานะเป็นผู้ส่งออกพลังงาน ขณะที่ประเทศอย่างไทยและฟิลิปปินส์มีความเปราะบางต่อราคาพลังงานในอีกลักษณะหนึ่ง นั่นหมายความว่า แม้อยู่ในภูมิภาคเดียวกัน แต่แต่ละประเทศยังมีข้อจำกัดและความสามารถในการรับมือกับวิกฤตแตกต่างกัน

อีกโจทย์สำคัญคือความสามารถของภาครัฐในการรองรับวิกฤตครั้งใหม่ ศรีนิวาสันระบุว่า การระดมรา

ยได้ของรัฐบาลในอาเซียนอยู่ที่เฉลี่ยประมาณ 10% ของ GDP ต่ำกว่าประเทศเปรียบเทียบบางกลุ่มที่มีสัดส่วนมากกว่า 15% ขณะเดียวกัน มากกว่าครึ่งหนึ่งของมาตรการช่วยเหลือที่รัฐบาลใช้รับมือกับแรงกระแทกที่ผ่านมาเป็นการช่วยเหลือแบบไม่เจาะจงกลุ่มเป้าหมาย

เขากล่าวถึงปัญหานี้ว่า “So you have both: you're not doing very well in terms of revenue mobilisation, and you're providing a lot of untargeted support.” กล่าวคือ รัฐบาลกำลังเผชิญทั้งข้อจำกัดในการจัดเก็บรายได้ และการใช้มาตรการช่วยเหลือที่ไม่ได้เจาะจงไปยังผู้ที่จำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือมากที่สุด ซึ่งอาจทำให้พื้นที่ทางการคลังที่มีอยู่อย่างจำกัดลดลง และเหลือทรัพยากรน้อยลงเมื่อต้องรับมือกับวิกฤตครั้งต่อไป

IMF เสนอ 4 แนวทาง ปลุกเศรษฐกิจอาเซียน

จอร์เจียวาเสนอแนวทางสำคัญ 4 ประการเพื่อรักษาแรงส่งการเติบโตของอาเซียน ได้แก่ การรักษาพื้นที่ทางการคลัง การเร่งปฏิรูปเศรษฐกิจ การเพิ่มการค้าภายในภูมิภาค และการขยายความร่วมมือให้ครอบคลุมมากกว่าการค้า โดยเฉพาะระบบดิจิทัล โครงสร้างพื้นฐาน และการเชื่อมโยงด้านพลังงาน

  • แนวทางที่ 1 รักษาพื้นที่ทางการคลังและช่วยเหลือประชาชนให้ตรงจุด

รัฐบาลจำเป็นต้องเหลือทรัพยากรเพียงพอสำหรับรับมือกับวิกฤตในอนาคต แทนที่จะใช้งบประมาณจำนวนมากกับมาตรการอุดหนุนที่ครอบคลุมประชาชนทุกกลุ่มโดยไม่แยกตามความจำเป็น IMF จึงเสนอให้เน้นการช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด

จอร์เจียวากล่าวไว้อย่างชัดเจนว่า หน้าที่ของรัฐบาลคือการปกป้องประชาชน ไม่ใช่ราคาสินค้า แนวคิดนี้สะท้อนว่า การช่วยเหลือประชาชนจากค่าครองชีพที่สูงขึ้นไม่จำเป็นต้องทำผ่านการกดราคาสินค้าในวงกว้างเสมอไป แต่ควรออกแบบมาตรการให้เข้าถึงครัวเรือนเปราะบางได้ตรงจุด พร้อมรักษาความสามารถของรัฐในการรับมือกับความเสี่ยงอื่น ๆ

  • แนวทางที่ 2 เร่งปฏิรูปเศรษฐกิจ เพิ่มประสิทธิภาพและสร้างแรงส่งใหม่

อาเซียนจำเป็นต้องเร่งปฏิรูปเชิงโครงสร้างเพื่อเพิ่มผลิตภาพและประสิทธิภาพของเศรษฐกิจ ตั้งแต่การจัดสรรทรัพยากร การพัฒนาภาคบริการ ไปจนถึงการเพิ่มบทบาทของภาคเอกชน โดยจอร์เจียวาประเมินว่า การปฏิรูปที่มุ่งเน้นกลไกตลาดอาจช่วยเพิ่ม GDP ที่แท้จริงของอาเซียนได้สูงสุดประมาณ 3% ในระยะสั้นถึงระยะกลาง

ขณะเดียวกัน การวางแผนเศรษฐกิจระยะยาวยังต้องคำนึงถึงความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสังคมสูงวัย ซึ่งจะสร้างภาระต่อทั้งงบประมาณภาครัฐ ระบบสาธารณสุข และตลาดแรงงานในอนาคต

  • แนวทางที่ 3 เพิ่มการค้าภายในอาเซียน ลดอุปสรรคระหว่างประเทศสมาชิก

แม้ประเทศในอาเซียนจะเชื่อมโยงกันผ่านห่วงโซ่อุปทานและการผลิตสินค้าเพื่อส่งออกอยู่แล้ว แต่การค้าภายในภูมิภาคยังมีโอกาสเติบโตได้อีก โดยเฉพาะการค้าสินค้าสำเร็จรูปและบริการ

จอร์เจียวาชี้ว่า สัดส่วนการค้าภายในอาเซียนอยู่ที่ประมาณ 22% ของการค้าทั้งหมดของภูมิภาค เทียบกับสหภาพยุโรปที่ประมาณ 60% ตัวเลขนี้สะท้อนช่องว่างที่อาเซียนอาจใช้ต่อยอดความร่วมมือได้

ขณะที่ศรีนิวาสันระบุว่า อุปสรรคที่ไม่ใช่ภาษีศุลกากร เช่น ข้อกำหนดให้ใช้วัตถุดิบหรือสินค้าที่ผลิตในประเทศ และข้อจำกัดด้านบริการ ยังคงเป็นสิ่งที่ขัดขวางการเชื่อมโยงตลาด

จากการประเมินของ IMF การลดอุปสรรคเหล่านี้และเปิดเสรีการค้าบริการมากขึ้นอาจช่วยเพิ่ม GDP ของอาเซียนได้ประมาณ 5% ในระยะปานกลาง ตัวเลขดังกล่าวจึงเป็นศักยภาพจากการปฏิรูปและการเชื่อมโยงตลาด ไม่ใช่การรับประกันว่าเศรษฐกิจจะเติบโตเพิ่มขึ้นทันที

  • แนวทางที่ 4 ขยายความร่วมมือให้มากกว่าการค้า โดยเฉพาะพลังงานและโครงสร้างพื้นฐาน

การรวมพลังทางเศรษฐกิจไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการลดอุปสรรคทางการค้า แต่ยังรวมถึงการสร้างโครงสร้างพื้นฐานร่วมกัน ทั้งระบบชำระเงินข้ามพรมแดน ตลาดทุน และเครือข่ายพลังงานที่ช่วยให้ประเทศสมาชิกพึ่งพาตนเองและสนับสนุนกันได้มากขึ้น

สกอตต์ มอร์ริส รองประธานธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) ฝ่ายเอเชียตะวันออก เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และแปซิฟิก ยกตัวอย่าง ASEAN Power Grid หรือโครงข่ายเชื่อมโยงระบบไฟฟ้าในภูมิภาค ซึ่งมีเป้าหมายช่วยให้ประเทศสมาชิกเชื่อมโยงตลาดพลังงานและซื้อขายไฟฟ้าข้ามพรมแดนได้มากขึ้น

มอร์ริสกล่าวว่า ASEAN Power Grid เป็นโครงการสำคัญที่สะท้อนศักยภาพของการสร้างตลาดพลังงานที่เชื่อมโยงกันทั้งภูมิภาค

การเชื่อมโยงเช่นนี้อาจช่วยให้ประเทศที่มีศักยภาพด้านพลังงานหมุนเวียนสามารถส่งต่อไฟฟ้าไปยังตลาดอื่น ๆ ได้มากขึ้น และช่วยให้ภูมิภาครับมือกับความผันผวนของราคาพลังงานและความไม่แน่นอนจากภายนอกได้ดีขึ้น

รวมพลังแล้วต้องทำอย่างไร ให้ความแข็งแกร่งกลายเป็นการเติบโตจริง?

การมองอาเซียนเป็นหนึ่งภูมิภาคจะสร้างประโยชน์ได้มากกว่าการมีตลาดขนาดใหญ่ หากประเทศสมาชิกสามารถเชื่อมโยงเศรษฐกิจให้ทำงานร่วมกันได้จริง ตั้งแต่การค้าสินค้าและบริการ การลงทุน การชำระเงิน ไปจนถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่ใช้ประโยชน์ร่วมกัน

ยาสึโตะ วาตานาเบะ ผู้อำนวยการสำนักงานวิจัยเศรษฐกิจมหภาคอาเซียน+3 (AMRO) เน้นย้ำว่า ความร่วมมือระดับภูมิภาคมีความสำคัญมากขึ้นในโลกที่กำลังแตกแยกเป็นกลุ่มและเผชิญความไม่แน่นอนหลายด้าน “ในโลกที่แตกแยกเป็นกลุ่มอย่างทุกวันนี้ ความสัมพันธ์ระดับภูมิภาคที่แน่นแฟ้นขึ้นทำให้เรามีทางเลือกมากขึ้นและมีความยืดหยุ่นในการรับมือกับแรงกระแทกมากขึ้น นี่คือสารสำคัญที่ผมต้องการสื่อ”

แนวคิดนี้ไม่ได้หมายความว่า อาเซียนจะหลีกเลี่ยงวิกฤตจากภายนอกได้ทั้งหมด แต่การมีความเชื่อมโยงภายในภูมิภาคที่แข็งแกร่งขึ้นจะช่วยเพิ่มทางเลือกในการค้า การลงทุน และการจัดหาทรัพยากร รวมถึงทำให้ประเทศสมาชิกมีช่องทางช่วยเหลือและสนับสนุนกันเมื่อเกิดความผันผวน

ท้ายที่สุด โจทย์ของอาเซียนจึงไม่ใช่เพียงการรักษาอัตราการเติบโตที่ 4.5% แต่คือการทำให้ความร่วมมือระดับภูมิภาคเปลี่ยนเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจที่จับต้องได้ ตั้งแต่การลดอุปสรรคทางการค้า การเพิ่มประสิทธิภาพของภาครัฐ ไปจนถึงการลงทุนในระบบพลังงานและโครงสร้างพื้นฐานร่วมกัน



แชร์
ปลุกเศรษฐกิจอาเซียน โตไกลเกิน 4.5% ได้จริง IMF-ธนาคารโลกเปิด 4 แนวทาง