Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
เทียบประกันสังคมไทย-นอร์เวย์ 'GPFG' ทำอย่างไรถึง 'โปร่งใส' ที่สุดในโลก
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

เทียบประกันสังคมไทย-นอร์เวย์ 'GPFG' ทำอย่างไรถึง 'โปร่งใส' ที่สุดในโลก

27 ม.ค. 69
11:10 น.
แชร์

ประเด็นการทำงานของสำนักงานประกันสังคมยังคงถูกตั้งคำถามอย่างต่อเนื่อง นอกเหนือจากกรณีการลงทุนในสินทรัพย์บางประเภทที่ถูกมองว่าน่าสงสัยและสร้างผลขาดทุนแล้ว อีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ไม่แพ้กัน คือ “ความโปร่งใสในการเปิดเผยข้อมูลการลงทุน” โดยเฉพาะการขาดการแจกแจงรายละเอียดในระดับรายสินทรัพย์ และการจัดระบบข้อมูลที่ไม่เอื้อต่อการเข้าถึง ส่งผลให้การตรวจสอบผลตอบแทนและประสิทธิภาพการบริหารกองทุนทำได้อย่างจำกัด

ข้อกังวลดังกล่าวสะท้อนปัญหาเชิงธรรมาภิบาล (governance) ของสำนักงานประกันสังคม และบั่นทอนความเชื่อมั่นของสังคมต่อการบริหารกองทุนว่าได้ดำเนินไปอย่างโปร่งใสและยึดประโยชน์ของผู้ประกันตนเป็นศูนย์กลางจริงหรือไม่ เมื่อเปรียบเทียบกับกองทุนประกันสังคมหรือกองทุนบำนาญในหลายประเทศ ซึ่งมีมาตรฐานการเปิดเผยข้อมูลที่ละเอียด ตรวจสอบได้ และเป็นระบบมากกว่าอย่างชัดเจน

บทความนี้ SPOTLIGHT จึงชวนผู้อ่านไปสำรวจแนวทางของกองทุนระดับโลกที่ได้รับการยอมรับว่ามีความโปร่งใสสูงที่สุดในโลกในการจัดอันดับ Global Pension Transparency Benchmark นั่นคือ “Government Pension Fund Global (GPFG)” ของประเทศนอร์เวย์ ว่ากองทุนดังกล่าวเปิดเผยข้อมูลการลงทุนในระดับใด และใช้กลไกใดในการสร้างความเชื่อมั่นต่อสาธารณะและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

กองทุนประกันสังคมยังไม่โปร่งใส ปิดข้อมูลการลงทุน

ก่อนจะกล่าวถึงมาตรฐานการเปิดเผยข้อมูลของกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติอย่าง Government Pension Fund Global (GPFG) จำเป็นต้องย้อนกลับมาพิจารณาการเปิดเผยข้อมูลการลงทุนของสำนักงานประกันสังคมไทยเสียก่อน ว่าปัจจุบันเปิดเผยข้อมูลในระดับใด และเพียงพอต่อการตรวจสอบสาธารณะหรือไม่

หากเข้าไปที่เว็บไซต์สำนักงานประกันสังคม เลือกเมนู “การลงทุน” และ “รายงานสถานะการบริหารเงินลงทุน” จะพบข้อมูลเกี่ยวกับการบริหารเงินกองทุนประกันสังคม โดย ณ วันที่ 26 มกราคม 2569 ข้อมูลล่าสุดยังเป็นข้อมูล ณ สิ้นเดือนกันยายน 2568 เนื้อหาถูกนำเสนอในรูปแบบภาพ ประกอบด้วย

  • มูลค่าทรัพย์สินรวมของกองทุน 
  • ผลตอบแทนจากการลงทุนสะสมตั้งแต่จัดตั้งกองทุน 
  • สถานะการลงทุนแยกในประเทศและต่างประเทศ 
  • การจัดสรรการลงทุนตามระดับความเสี่ยง 
  • ผลตอบแทนจากการลงทุนที่รับรู้แล้ว
  • อัตราผลตอบแทนเฉลี่ยเทียบกับอัตราดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์

นอกจากนี้ ยังมีเอกสาร “รายงานสถานะการบริหารเงินลงทุนกองทุนประกันสังคม” ในรูปแบบไฟล์ PDF ซึ่งให้รายละเอียดเพิ่มเติมจากข้อมูลบนเว็บไซต์ ได้แก่ มูลค่าและสัดส่วนการลงทุนในแต่ละกลุ่มสินทรัพย์ รายละเอียดเงินลงทุนสะสมย้อนหลัง 10 ปี (แยกเงินสมทบจากนายจ้าง ลูกจ้าง และรัฐบาล) รวมถึงดอกผลสะสมสุทธิจากการลงทุน ทั้งที่รับรู้แล้วและยังไม่รับรู้ อีกทั้งยังมีข้อมูลผลตอบแทนจากการลงทุนที่รับรู้แล้วรายปีย้อนหลัง 10 ปี โดยแยกเป็นดอกเบี้ยรับและกำไรจากการขายตราสารหนี้ รวมถึงเงินปันผลรับและกำไร-ขาดทุนจากการขายตราสารทุน

อย่างไรก็ดี เมื่อพิจารณาจากข้อมูลที่เปิดเผยและรูปแบบการนำเสนอ จะพบว่าการเปิดเผยข้อมูลของกองทุนประกันสังคมไทยยังมีข้อจำกัดสำคัญหลายประการในเบื้องต้น ได้แก่

  1. การนำเสนอข้อมูลในรูปแบบภาพและไฟล์ PDF ทำให้การนำข้อมูลไปใช้ตรวจสอบ วิเคราะห์ หรือประมวลผลเชิงลึกทำได้ยาก ไม่เอื้อต่อการตรวจสอบโดยนักวิชาการ สื่อ หรือสาธารณชน
  2. ไม่มีการเปิดเผยข้อมูลการลงทุนรายหลักทรัพย์ (security-level disclosure) แยกตามประเภทสินทรัพย์อย่างชัดเจน ส่งผลให้การตรวจสอบผลตอบแทนหรือความโปร่งใสในการตัดสินใจลงทุนในสินทรัพย์แต่ละประเภททำได้ยาก ผู้สนใจต้องไปสืบค้นจากแหล่งข้อมูลภายนอก เช่น ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือเอกสารของหน่วยงานที่ดูแลสินทรัพย์นั้น ๆ ซึ่งทั้งยุ่งยากและไม่ครบถ้วน
  3. ไม่เปิด benchmark ที่ชัดเจนในแต่ละสินทรัพย์ เช่น หุ้นเทียบดัชนีใด ตราสารหนี้เทียบดัชนีใด
  4. ไม่เปิดข้อมูลระยะเวลาถือครอง (duration หรือ maturity profile) ของตราสารหนี้ ซึ่งเป็นหัวใจของการบริหารความเสี่ยงดอกเบี้ย
  5. ไม่เปิดผลการ stress test หรือ scenario analysis ต่อเหตุการณ์รุนแรง เช่น วิกฤติการเงิน ดอกเบี้ยพุ่ง หรือเศรษฐกิจถดถอย รวมถึง ไม่เปิดความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง (liquidity risk) ว่ามีสินทรัพย์ใดขายยาก และในสัดส่วนเท่าใด
  6. ไม่เปิดข้อมูลการกระจายการลงทุนตามภูมิภาคและสกุลเงินอย่างละเอียด (currency exposure)
  7. ไม่มีการเปิดเผยผลตอบแทนแยกตามประเภทสินทรัพย์ โดยเปิดเผยเพียง “ดอกผลสะสมสุทธิจากการลงทุน (ทั้งที่รับรู้แล้วและยังไม่รับรู้)” ในภาพรวม หรือ ผลตอบแทนจากการลงทุนที่รับรู้แล้วจากตราสารหนี้และตราสารทุน ซึ่งไม่เพียงพอและไม่เป็นประโยชน์ต่อการตรวจสอบประสิทธิภาพการลงทุน
  8. เอกสารที่เปิดเผยไม่ระบุวิธีการคำนวณผลตอบแทนอย่างชัดเจน และเปิดเผยเพียงสัดส่วนดอกผลสะสมสุทธิจากการลงทุนต่อเงินลงทุนสะสมทั้งหมด ซึ่งจากการตรวจสอบ วิธีคำนวณดังกล่าวน่าจะเป็นการนำผลตอบแทนสะสมไปเทียบกับเงินลงทุนสะสมทั้งหมด ณ ขณะนั้นโดยตรง ตัวอย่างเช่น เอกสารล่าสุดระบุว่า ณ วันที่ 30 กันยายน 2568 กองทุนประกันสังคมมีเงินลงทุนรวม 2,826,197 ล้านบาท และมีเงินผลประโยชน์สะสมจากการลงทุน 1,135,471 ล้านบาท คิดเป็น 40.18% แต่ไม่มีการเปิดเผยอัตราผลตอบแทนที่รับรู้แล้วรายปีเทียบกับเงินลงทุนทั้งหมดอย่างเป็นระบบ

ข้อจำกัดในการเปิดเผยข้อมูลประการที่สี่กลายเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการตรวจสอบ และอาจก่อให้เกิดความไม่สอดคล้องกันของข้อมูล ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ กรณีวันที่ 22 มกราคมที่ผ่านมา สำนักงานประกันสังคมระบุว่า ในปี 2568 กองทุนมีผลตอบแทนจากการลงทุนที่รับรู้แล้ว 80,000 ล้านบาท คิดเป็น 6.1% ของพอร์ตการลงทุน จากเงินลงทุนรวม 2,859,400 ล้านบาท อย่างไรก็ดี หากคำนวณด้วยวิธีเดียวกับที่ใช้ในเอกสารทางการของสำนักงานเอง ผลตอบแทนดังกล่าวจะคิดเป็นเพียงประมาณ 2.79% ของพอร์ตทั้งหมดเท่านั้น ขัดแย้งกับคำแถลงอย่างเป็นทางการของหน่วยงานอย่างชัดเจน 

ความไม่ชัดเจนและความไม่สอดคล้องในลักษณะนี้สะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างของการเปิดเผยข้อมูลกองทุนประกันสังคม ซึ่งยังห่างไกลจากมาตรฐานความโปร่งใสที่จำเป็นต่อการตรวจสอบและความเชื่อมั่นของสาธารณชน โดยเฉพาะเมื่อกองทุนดังกล่าวเป็นเงินออมภาคบังคับของแรงงานไทยทั้งประเทศ 

GPFG ลงดีเทลถึงระดับรายหลักทรัพย์ ในทุกแง่มุม

กองทุน Government Pension Fund Global (GPFG) เป็นกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติของนอร์เวย์ หรือที่รู้จักกันทั่วไปในชื่อ “กองทุนน้ำมัน” จัดตั้งขึ้นในปี 2541 เพื่อบริหารและลงทุนรายได้ส่วนเกินของนอร์เวย์จากภาคปิโตรเลียม ปัจจุบันนับเป็นหนึ่งในกองทุนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของโลก มีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารถึง 20,025,801,854,751 โครนนอร์เวย์ หรือราว 63.7 ล้านล้านบาท โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อดูแลความมั่งคั่งจากน้ำมันอย่างรอบคอบ มีจริยธรรม และยั่งยืน เพื่อรองรับประโยชน์ของคนรุ่นปัจจุบันและอนาคต

กองทุนนี้ถูกออกแบบขึ้นเพื่อบริหารรายได้จากน้ำมันและก๊าซอย่างมีวินัย ลดการพึ่งพารายได้จากเชื้อเพลิงฟอสซิลในระยะสั้นซึ่งมีความผันผวนสูง และสะสมความมั่งคั่งไว้รองรับภาระด้านสวัสดิการของประเทศในระยะยาว โดยการบริหารจัดการดำเนินการผ่าน Norges Bank Investment Management (NBIM) ในนามของกระทรวงการคลังนอร์เวย์ ซึ่งโครงสร้างการกำกับดูแลเน้นการใช้ผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนระดับโลกเป็นผู้ตัดสินใจ ไม่ใช่นักการเมืองหรือข้าราชการที่หมุนเวียนเข้ามาดำรงตำแหน่ง

ในเชิงแนวทางการลงทุน GPFG ลงทุนเฉพาะในต่างประเทศ ไม่ลงทุนภายในนอร์เวย์ เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากการกระจุกตัวของเศรษฐกิจ โดยกระจายการลงทุนไปยังสินทรัพย์หลากหลายประเภท ทั้งหุ้น พันธบัตร อสังหาริมทรัพย์ และโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานหมุนเวียนในระดับโลก เพื่อสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงในระยะยาวควบคู่กับการบริหารความเสี่ยง

ขณะเดียวกัน กองทุนยังยึดถือหลักเกณฑ์ด้านจริยธรรมอย่างเข้มงวด โดยหลีกเลี่ยงการลงทุนในบริษัทที่ละเมิดสิทธิมนุษยชน ผลิตอาวุธบางประเภท เช่น อาวุธนิวเคลียร์ หรือก่อให้เกิดความเสียหายรุนแรงต่อสิ่งแวดล้อม

สำหรับการนำเงินไปใช้ รัฐบาลนอร์เวย์สามารถดึงเฉพาะผลกำไรจากการลงทุนของกองทุนออกมาใช้เพื่อพัฒนาประเทศได้ไม่เกินปีละ 3% เท่านั้น ขณะที่เงินต้นของกองทุนถูกกำหนดให้ต้องรักษาไว้และไม่สามารถนำมาใช้ได้โดยเด็ดขาด ทั้งนี้ ในภาพรวม GPFG มีผลตอบแทนระยะยาวเฉลี่ยนับตั้งแต่เริ่มดำเนินการลงทุนอยู่ที่ประมาณ 6.6% ต่อปี ขณะที่ผลตอบแทนย้อนหลัง 5 ปีเฉลี่ยราว 9.40% ต่อปี และย้อนหลัง 10 ปีเฉลี่ยประมาณ 7.39% ต่อปี ซึ่งสะท้อนประสิทธิภาพของการบริหารกองทุนในระยะยาวภายใต้กรอบวินัยทางการคลังและการลงทุนที่ชัดเจน

แม้รูปแบบการบริหารเงินทุนและแนวทางการลงทุนของสำนักงานประกันสังคมไทยกับกองทุน GPFG จะมีความแตกต่างกันโดยพื้นฐาน เนื่องจากประกันสังคมไทยต้องทำหน้าที่จ่ายสวัสดิการให้แก่ผู้ประกันตน ทั้งค่าทำฟัน ค่ารักษาพยาบาล และเงินชดเชยกรณีว่างงาน อีกทั้งเน้นการลงทุนในสินทรัพย์ภายในประเทศและสินทรัพย์ความเสี่ยงต่ำเป็นหลัก ส่งผลให้ระดับผลตอบแทนโดยรวมอยู่ในเกณฑ์จำกัด อย่างไรก็ตาม ปฏิเสธไม่ได้ว่าปัจจัยสำคัญประการหนึ่งที่ทำให้กองทุนนอร์เวย์สามารถสร้างผลตอบแทนได้ในระดับสูงอย่างสม่ำเสมอ คือระดับธรรมาภิบาลที่เข้มแข็งและความโปร่งใสในการดำเนินงาน 

การเปิดข้อมูลการลงทุนอย่างละเอียดช่วยให้ผู้มีส่วนได้เสียสามารถตรวจสอบได้อย่างชัดเจนว่ากองทุนลงทุนในสินทรัพย์ใด ผลตอบแทนเป็นอย่างไร มีการบริหารและตัดความเสี่ยงอย่างไรเมื่อการลงทุนมีแนวโน้มขาดทุน ตรงกันข้ามกับกรณีของไทยที่ข้อมูลการลงทุนยังขาดความโปร่งใสและตรวจสอบได้จำกัด จนนำไปสู่กรณีการลงทุนอย่าง TU DOME ซึ่งสร้างความเสียหายหลายร้อยล้านบาทและเพิ่งปรากฏเป็นประเด็นในปัจจุบัน

จากการตรวจสอบการเปิดข้อมูลในเว็บไซต์ของ Norges Bank Investment Management (NBIM) ข้อมูลที่เกี่ยวกับ Government Pension Fund Global (GPFG) ซึ่งธนาคารเปิดเผยเพื่อความโปร่งใสและการรายงานต่อสาธารณะ มีหลายหมวดหมู่สำคัญดังนี้

  1. การเปิดเผยข้อมูลการลงทุน (Investments)

ในระดับพื้นฐานที่สุด NBIM เปิดเผยขนาดของกองทุน มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ และการเปลี่ยนแปลงของมูลค่ากองทุนอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลเหล่านี้แสดงให้เห็นทั้งภาพรวมปัจจุบันและพัฒนาการย้อนหลังของ GPFG ตั้งแต่ช่วงเริ่มก่อตั้ง โดยสามารถเห็นได้อย่างชัดเจนว่ากองทุนมีการเติบโตจากกระแสเงินไหลเข้า ผลตอบแทนจากการลงทุน และความผันผวนของตลาดในแต่ละช่วงเวลาอย่างไร 

นอกจากนี้ยังมีการแสดงโครงสร้างพอร์ตการลงทุนอย่างละเอียด แยกตามประเภทสินทรัพย์ ไม่ว่าจะเป็นหุ้น (equities), ตราสารหนี้ (fixed income), อสังหาริมทรัพย์ (รวมทั้งที่จดทะเบียนและไม่จดทะเบียน) และโครงสร้างพื้นฐานพลังงานหมุนเวียน (unlisted renewable energy infrastructure) พร้อมทั้งแสดงความแตกต่างระหว่างสัดส่วนการลงทุนจริงกับกรอบเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ที่รัฐกำหนดไว้

ในระดับที่ลึกลงไป NBIM เปิดเผยข้อมูลการถือครองสินทรัพย์เป็นรายตัว ที่สามารถค้นหาได้ตาม ประเทศ, ประเภทสินทรัพย์ (asset class) และภาคอุตสาหกรรม (sector) โดยข้อมูลนี้อัปเดตทุกครึ่งปีและย้อนหลังตั้งแต่ปี 2541โดยเฉพาะการลงทุนในตลาดหุ้น ซึ่งมีการเผยแพร่รายชื่อบริษัททั้งหมดที่กองทุนถือหุ้นอยู่ทั่วโลก พร้อมมูลค่าการลงทุน สัดส่วนการถือหุ้น และประเทศที่จดทะเบียน 

ข้อมูลนี้ไม่ได้จำกัดเฉพาะหุ้นขนาดใหญ่หรือการถือครองลำดับต้น ๆ แต่ครอบคลุมทุกบริษัทในพอร์ต ทำให้สามารถตรวจสอบได้ว่ากองทุนเข้าไปถือหุ้นในภาคเศรษฐกิจใด ประเทศใด และมีระดับอิทธิพลในฐานะผู้ถือหุ้นมากน้อยเพียงใด ในส่วนของตราสารหนี้และสินทรัพย์นอกตลาด ก็มีการเปิดเผยโครงสร้างการลงทุน แหล่งที่มา และลักษณะของสินทรัพย์ในระดับที่เอื้อต่อการวิเคราะห์เชิงลึกเช่นกัน

นอกจากนี้ ธนาคารยังเปิดให้สาธารณชนดาวน์โหลดรายชื่อหลักทรัพย์ที่กองทุนไปลงทุนทั้งหมด แบ่งตามประเภทสินทรัพย์ และภาคอุตสาหกรรมได้ในรูปแบบไฟล์ .xlsm ได้ ทำให้สะดวกต่อการตรวจสอบ หรือนำไปวิเคราะห์โดยบุคคลภายนอก

  1. ผลการดำเนินงานและรายงานประจำปี (Annual Reports)

ด้านผลการดำเนินงาน NBIM เปิดเผยข้อมูลผลตอบแทนของ GPFG อย่างเป็นระบบ ทั้งในรูปผลตอบแทนรายปี รายไตรมาส และผลตอบแทนสะสมระยะยาว โดยแยกให้เห็นชัดเจนว่าผลตอบแทนเกิดจากสินทรัพย์ประเภทใด จากประเทศใด และเซกเตอร์ไหน และเปรียบเทียบกับดัชนีอ้างอิงที่ใช้เป็นกรอบมาตรฐาน รวมถึงเปิดเผยผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน และผลตอบแทนแบบรวมและแยกจากค่าธรรมเนียมการบริหาร ซึ่งกองทุนประกันสังคมไม่มี

นอกจากเปิดเผยผลตอบแทนแล้ว ธนาคารยังเปิดเผยวิธีการคำนวณผลตอบแทนที่ชัดเจน และเป็นมาตรฐานตรวจสอบได้ โดยระเบียบวิธีในการคำนวณผลตอบแทนของกองทุนที่บริหารโดย Norges Bank Investment Management อ้างอิงตาม Global Investment Performance Standards (GIPS®) ซึ่งเป็นมาตรฐานจริยธรรมสากลที่จัดทำโดย CFA Institute เพื่อใช้ในการคำนวณและนำเสนอผลการดำเนินงานการลงทุน ช่วยให้มั่นใจได้ว่าข้อมูลมีความยุติธรรม (Fair Representation) และเปิดเผยข้อมูลครบถ้วน (Full Disclosure) เพื่อให้นักลงทุนสามารถเปรียบเทียบผลงานของบริษัทจัดการลงทุนต่างๆ ทั่วโลกได้อย่างโปร่งใส

ในมิติของความเสี่ยง NBIM ระบุว่า กองทุนมีการระบุ วัด และจัดการความเสี่ยงอย่างเป็นระบบ โดยอาศัยทั้งแบบจำลองและแนวทางที่หลากหลาย ความเสี่ยงด้านตลาดของกองทุนถูกกำหนดเป็นหลักจากโครงสร้างของดัชนีอ้างอิง โดยแหล่งที่มาหลักของความเสี่ยงคือสัดส่วนการลงทุนในหุ้นและความผันผวนของราคาหุ้น ขณะเดียวกัน ความเคลื่อนไหวของอัตราดอกเบี้ย ส่วนชดเชยความเสี่ยงด้านเครดิต และอัตราแลกเปลี่ยน ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อระดับความเสี่ยงของกองทุนเช่นกัน

กระทรวงการคลังได้กำหนดกรอบการเบี่ยงเบนจากดัชนีอ้างอิงไว้อย่างชัดเจน โดยใช้ตัวชี้วัดสำคัญคือ “ความผันผวนสัมพัทธ์ที่คาดหมาย” หรือ tracking error ซึ่งกำหนดเพดานไว้ที่ 125 เบซิสพอยต์ หมายความว่า ส่วนต่างระหว่างผลตอบแทนของกองทุนกับพอร์ตอ้างอิง มีโอกาสจะเกิน 1.25 จุดเปอร์เซ็นต์เพียงหนึ่งครั้งในทุกสามปี

การคำนวณตัวชี้วัดดังกล่าวอาศัยแบบจำลองทางสถิติที่ใช้ข้อมูลการเคลื่อนไหวของราคาในอดีตของหลักทรัพย์ที่กองทุนถือครอง เพื่อประเมินความผันผวนในอนาคต อย่างไรก็ดี ความเสี่ยงของกองทุนมีความซับซ้อนและไม่อาจสะท้อนผ่านตัวชี้วัดเพียงตัวเดียวได้ จึงจำเป็นต้องใช้เครื่องมือและมุมมองที่หลากหลายควบคู่กันในการประเมินความเสี่ยงจากการบริหารพอร์ต

ในด้านการทดสอบภาวะวิกฤต กองทุนใช้วิธีประเมินความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นภายใต้สถานการณ์รุนแรง เพื่อวัดผลกระทบโดยรวมต่อพอร์ตการลงทุน ทั้งจากเหตุการณ์จริงในอดีตและเหตุการณ์สมมติ การทดสอบจากเหตุการณ์จริงจะนำการเปลี่ยนแปลงของปัจจัยตลาดในช่วงวิกฤตที่ผ่านมา เช่น ราคาหุ้น อัตราผลตอบแทน และราคาอสังหาริมทรัพย์ มาประยุกต์กับโครงสร้างพอร์ตในปัจจุบัน เพื่อประเมินผลกระทบต่อมูลค่ากองทุน

นอกจากนี้ ยังมีการคำนวณค่า expected shortfall ซึ่งสะท้อนค่าเฉลี่ยของความสูญเสียในสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด ขณะที่การทดสอบเชิงคาดการณ์จะผสานข้อมูลในอดีตเข้ากับการประเมินเชิงดุลยพินิจ เพื่อกำหนดแรงกระแทกต่อปัจจัยเสี่ยงเชิงระบบ และนำมาคำนวณผลกระทบต่อพอร์ตในปัจจุบัน

อีกหนึ่งเครื่องมือสำคัญคือการวิเคราะห์การกระจุกตัวของพอร์ตหุ้น โดยพิจารณาระดับความซ้ำซ้อนกับดัชนีอ้างอิง เพื่อประเมินว่าพอร์ตมีความใกล้เคียงหรือแตกต่างจากดัชนีมากน้อยเพียงใด หากมีความซ้ำซ้อนเต็ม 100 เปอร์เซ็นต์ จะหมายความว่าพอร์ตมีความเสี่ยงเทียบเท่ากับดัชนีอ้างอิงโดยตรง

ขณะเดียวกัน การเปิดรับปัจจัยเสี่ยงเชิงระบบ เช่น หุ้นขนาดเล็ก หุ้นคุณค่า และตลาดเกิดใหม่ แม้จะช่วยเพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่สูงขึ้น แต่ก็แลกมากับระดับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นเช่นกัน ทำให้กองทุนต้องติดตามการเปิดรับปัจจัยเหล่านี้อย่างใกล้ชิด ทั้งในมุมมองเชิงภาพรวมและการเปลี่ยนแปลงเชิงพลวัตของพอร์ต

สำหรับความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง กองทุนให้ความสำคัญกับความสามารถในการปรับสมดุลพอร์ตและจัดหาเงินทุนให้แก่เจ้าของกองทุนอย่างมีประสิทธิภาพ โดยกำหนดให้ส่วนหนึ่งของเงินลงทุนอยู่ในพันธบัตรรัฐบาล ซึ่งโดยทั่วไปเป็นสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องสูง และสามารถรองรับความต้องการด้านสภาพคล่องของกองทุนได้ในระยะยาว

  1. การเปิดเผยแนวทางการลงทุนอย่างรับผิดชอบ (Responsible Investment & Voting Records)

NBIM ให้ความสำคัญกับ ความโปร่งใสด้านการลงทุนอย่างรับผิดชอบ (Responsible Investment) และการบริหารความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับ ESG (สิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล) ในหลายระดับของการเปิดเผยข้อมูล โดยมีแนวคิดพื้นฐานว่า “ผลตอบแทนระยะยาวของกองทุนขึ้นอยู่กับการพัฒนาเชิงเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และสังคมอย่างยั่งยืน” ซึ่งสะท้อนว่าการจัดการเรื่อง ESG ไม่ใช่เรื่องเสริม แต่เป็นส่วนหนึ่งของกรอบการลงทุนหลักที่ช่วยทั้งสร้างมูลค่าและลดความเสี่ยงทางการเงินของ GPFG 

หนึ่งในเอกสารที่ NBIM เปิดเผยคือ การใช้สิทธิของผู้ถือหุ้น (voting records) ซึ่งข้อมูลนี้เผยเจตนารมณ์การลงคะแนนในที่ประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัทต่าง ๆ ที่กองทุนถือหุ้น และยังให้รายละเอียดเกี่ยวกับมติที่ลงคะแนนในแต่ละเรื่องเพื่อเพิ่มความโปร่งใสในบทบาทของกองทุนในฐานะผู้ลงทุนรายใหญ่ รวมถึงการจัดทำ Position papers และแนวปฏิบัติการลงคะแนนทั่วโลก (Global voting guidelines) ที่อธิบายเหตุผลเชิงนโยบายว่าทำไม GPFG จึงลงคะแนนในทางใดทางหนึ่งในแต่ละประเด็น

นอกจากนี้ ยังมีการเปิดเผยข้อมูลถอนการลงทุนโดยอิงความเสี่ยง (Risk-based divestment) โดยผู้บริหารกองทุนจะเฝ้าติดตามความเสี่ยงด้านความยั่งยืนของบริษัททุกแห่งในพอร์ตการลงทุนหุ้นและดัชนีอ้างอิงการลงทุนในหุ้น และอาจตัดสินใจถอนการลงทุนจากบริษัทใดบริษัทหนึ่ง หากประเมินแล้วว่ามูลค่าตลาดในระยะยาวของบริษัทนั้นมีแนวโน้มได้รับผลกระทบในทางลบจากการบริหารจัดการประเด็นด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมที่บกพร่องของบริษัทนั้นเอง 

การเปิดเผยข้อมูลในระดับนี้ ทำให้ GPFG ได้รับการประเมินจาก Global Pension Transparency Benchmark และได้รับการจัดอันดับว่าเป็นหนึ่งในกองทุนที่โปร่งใสที่สุดในโลกด้วยคะแนนเต็ม 100 ซึ่งสะท้อนถึงระดับการเปิดเผยข้อมูลที่สูงมากในแง่ผลตอบแทน การจัดสรรสินทรัพย์ และนโยบายบริหารความเสี่ยง

เมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว จะเห็นได้ว่าสำนักงานประกันสังคมของไทยมีการเปิดเผยข้อมูลในวงจำกัดอย่างมาก ทำให้การตรวจสอบทำได้ยาก และสะท้อนระดับธรรมาภิบาลที่ยังต่ำกว่ามาตรฐานสากล ทั้งที่กองทุนลักษณะนี้ถือเป็น “กองทุนแห่งชาติ” ซึ่งควรเปิดเผยข้อมูลอย่างละเอียดและโปร่งใส เนื่องจากมีความสำคัญโดยตรงต่อความมั่นคงและความมั่งคั่งของประชาชนในระยะยาว

ดังนั้น กองทุนประกันสังคมของไทย ซึ่งเป็นกองทุนที่แรงงานทั้งประเทศร่วมกันส่งเงินสมทบ จึงควรยกระดับการเปิดเผยข้อมูลให้อยู่ในมาตรฐานเดียวกับกองทุนระดับนานาชาติ เพื่อสร้างความโปร่งใส เสริมความน่าเชื่อถือ และรับประกันผลประโยชน์ของผู้ประกันตนอย่างแท้จริง


แชร์
เทียบประกันสังคมไทย-นอร์เวย์ 'GPFG' ทำอย่างไรถึง 'โปร่งใส' ที่สุดในโลก