
ราคาทองคำในประเทศวันที่ 20 มกราคม 2569 ปรับตัวขึ้นแรง ทะลุระดับ 70,400 บาทต่อบาททองคำ โดยเมื่อเวลา 16:57 น. สมาคมค้าทองคำปรับราคาทองรวมแล้วถึง 18 ครั้ง ทองคำแท่งรับซื้อที่บาทละ 69,500 บาท และขายออกที่บาทละ 69,600 บาท ส่วนทองรูปพรรณ รับซื้อบาทละ 68,113.88 บาท ขายออกบาทละ 70,400 บาท ขณะที่ราคาทองคำในตลาดโลก (Gold Spot) เคลื่อนไหวอยู่ที่ระดับ 4,734.00 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์
นางสาวฐิภา นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG) เปิดเผยว่า ตั้งแต่ต้นปี 2569 จนถึงวันที่ 20 มกราคม 2569 ราคาทองคำในตลาดโลก (Gold Spot) ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างร้อนแรง ทะลุระดับ 4,700 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เพิ่มขึ้นกว่า 9% จากราคาเปิดต้นปีซึ่งอยู่ที่ราว 4,321 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยการปรับขึ้นในช่วงเวลาเพียง 20 วันถือว่าเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้มาก อีกทั้งยังเกิดภาวะเปิดช่องว่างราคา (gap) ในวันจันทร์แทบทุกสัปดาห์ สะท้อนแรงซื้อที่เข้ามาขานรับความตึงเครียดซึ่งเกิดขึ้นในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์อย่างต่อเนื่อง
ปัจจัยที่กระตุ้นให้ราคาทองคำปรับตัวขึ้นมาอย่างร้อนแรงมาจากปัจจัยหลัก 3 ด้าน ดังนี้
ภายหลังจาก ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศขู่จะเก็บภาษีนำเข้าจาก 8 ประเทศในยุโรปสูงถึง 10-25% เนื่องจากกรณีที่ขัดขวางไม่ให้สหรัฐฯ "ซื้อเกาะกรีนแลนด์" ส่งผลให้ผู้นำยุโรปกำลังจัดการประชุมด่วนสร้างความตึงเครียดทั้งภูมิภาค ส่งผลให้นักลงทุนเกิดความกังวลและหันมาซื้อทองคำที่เป็นสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven) โดยนายทรัมป์ได้กล่าวไว้ว่าแม้เน้นการเข้าปกครองด้วยการเจรจาทางการทูต แต่ก็ไม่ตัดวิธีการยึดครองด้วยกำลังทางทหาร
ดัชนีเงินดอลลาร์สหรัฐฯ (DXY) ร่วงฉับพลันจากความกังวลของตลาดที่คาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะต้องปรับลดดอกเบี้ยในปีนี้มากกว่าที่แสดงใน Dot Plot ที่เพียง 1 ครั้ง หลังเกิดการปรับเปลี่ยนหลายตำแหน่งในเฟดโดยเฉพาะนายพาวเวล ที่จะหมดวาระประธานเฟดในเดือนพ.ค. อีกทั้ง เริ่มเกิดการคาดการณ์ว่าเฟดอาจจำเป็นต้องปรับลดดอกเบี้ย เพื่อรับมือกับสงครามการค้าที่ทรัมป์จุดชนวนขึ้น อีกทั้งยังมีความเสี่ยงที่จะต้องสกัดการเร่งตัวขึ้นของ Bond Yield สหรัฐ หากพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐถูกเทขายจากประเทศในยุโรป หากความขัดแย้งปะทุรุนแรงมากขึ้น
ธนาคารกลางหลายประเทศ โดยเฉพาะจีนและรัสเซียที่ยังคงโยกเงินออกจากดอลลาร์สหรัฐฯ ตามนโยบาย De-Dollarization มาซื้อทองคำเก็บไว้เป็นทุนสำรองฯ เพื่อป้องกันความไม่แน่นอนทางการเมืองของสหรัฐฯ แรงซื้อมหาศาลจากธนาคารกลางทั่วโลก เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้ราคาทองคำปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรง
ทั้งนี้ จากการสำรวจของวายแอลจี พบว่า สถาบันการเงินต่างชาติส่วนใหญ่ได้ให้ราคาเป้าหมายทองคำ ไว้ในระดับ 4,900-5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ขึ้นไป เริ่มจาก J.P. Morgan ให้ราคาเป้าหมายไว้ที่ 5,055 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ด้าน Goldman Sachs ให้ราคาเป้าหมายที่ 4,900 ดอลลาร์ต่อออนซ์ UBS ให้ราคาเป้าหมายที่ 5,000 - 5,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์ รวมถึง Bank of America ให้ราคาเป้าหมายที่ 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และ Citi ให้ราคาเป้าหมายที่ 5,000 - 6,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์
สำหรับนักลงทุนที่ต้องการลงทุนในทองคำ วายแอลจี แนะนำเข้าลงทุนแบบรอจังหวะสะสม DCA เพื่อถือครองในระยาว พร้อมเพิ่มโอกาสด้วยการลงทุนระยะสั้น โดยมีแนวรับสำคัญที่ต้องจับตา 4,660 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่แนวต้านระยะสั้นประเมินไว้ที่ 4,720 - 4,750 ดอลลาร์ต่อออนซ์ นอกจากนี้ วายแอลจี ยังคงคาดการณ์ในปีนี้ว่าทองคำจะมีโอกาสขึ้นไปได้ถึงกรอบเป้าหมาย 4,900 - 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์
นอกจากนี้วายแอลจียังแนะนำผลิตภัณฑ์การลงทุนด้านฟิวเจอร์สเพื่อเป็นทางเลือกในช่วงที่ราคาทองคำปรับตัวขึ้นในระดับสูง เพราะใช้เงินลงทุนเพียง 10% ของราคาทองคำ และสามารถทำกำไรได้ทุกสภาวะตลาด โดยล่าสุดวายแอลจีได้ออกโปรโมชั่นพิเศษ เทรดทอง–หุ้น TFEX ค่าคอมมิชชั่นลดสูงสุดถึง 80% มอบโอกาสให้นักลงทุนเริ่มต้นได้ง่ายขึ้น ลดค่าคอมฯ ตั้งแต่สัญญาแรกโดยไม่มีขั้นต่ำ สำหรับอัตราค่าคอมมิชชั่นที่ปรับลด ได้แก่ SET50 Index Futures เหลือเพียง 15 บาท จากปกติ 77.6 บาท , Gold Online Futures เหลือ 40 บาทต่อสัญญา จากปกติ 178 บาท ,Block Trade ลดเหลือ 0.07% จากเดิม 0.1%, Currency Futures เหลือ 5 บาท จากปกติ 10.10 บาท
นักลงทุนสามารถเปิดบัญชีออนไลน์ผ่านระบบ E-Open Account ได้สะดวก รวดเร็ว โดยไม่เสียค่าบริการยืนยันตัวตนผ่าน NDID พร้อมบริการฝาก–ถอนเงินผ่านแอป Streaming ที่รองรับการฝากเงินแบบ Realtime เงินเข้าทันที และถอนเงินได้รับภายในวันเดียว YLG Futures ยังเพิ่มศักยภาพการเทรดด้วยเครื่องมือครบครัน ทั้ง TFEX Combo (Auto Position, Combination Order) และ Robot Trade ที่รองรับการเชื่อมต่อกับ Settrade Open API ตอบโจทย์นักลงทุนที่ต้องการความคล่องตัว นอกจากนี้ ยังมีทีมเจ้าหน้าที่คอยดูแลตลอด 24 ชั่วโมง ช่วยให้นักลงทุนสามารถสร้างโอกาสทำกำไรได้ทั้งกลางวันและกลางคืนอย่างมั่นใจ