Logo site Amarintv 34HD
อมรินทร์ทีวีแจกใหญ่ส่งท้ายปี ดูทั้งวันแจกทุกวันLogo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
ปี 69 อวสานร้านกัญชา จ่อปิด 7,000 แห่ง หลัง รบ. จำกัดใช้กับการแพทย์
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

ปี 69 อวสานร้านกัญชา จ่อปิด 7,000 แห่ง หลัง รบ. จำกัดใช้กับการแพทย์

7 ม.ค. 69
12:36 น.
แชร์

รัฐบาลไทยกำลังเตรียมยกระดับการกำกับดูแลธุรกิจกัญชาอีกขั้น หลังการปลดล็อกในปี 2565 ส่งผลให้ร้านจำหน่ายกัญชาผุดขึ้นทั่วประเทศอย่างรวดเร็ว จนเกิดคำถามต่อผลกระทบด้านสาธารณสุข สังคม และภาพลักษณ์การท่องเที่ยว แนวทางล่าสุดของภาครัฐคือการดึงกัญชากลับเข้าสู่กรอบการใช้เพื่อการแพทย์เป็นหลัก ผ่านการจำกัดช่องทางการจำหน่ายและเพิ่มเงื่อนไขด้านวิชาชีพอย่างเข้มงวด

แม้ประเทศไทยจะเป็นประเทศแรกในเอเชียที่ยกเลิกโทษทางอาญาต่อกัญชา แต่หลังจากนั้นนโยบายได้ถูกปรับแก้ต่อเนื่องหลายครั้ง จากเดิมที่เปิดช่องให้ใช้กัญชาอย่างเสรี รวมถึงการสูบเพื่อสันทนาการ ไปสู่การควบคุมที่รัดกุมมากขึ้น การเปลี่ยนแปลงรอบล่าสุดสะท้อนทิศทางที่ชัดเจนว่ารัฐบาลต้องการจำกัดบทบาทของกัญชาให้อยู่ภายใต้ระบบการแพทย์และการแพทย์แผนไทยเป็นหลัก พร้อมลดการใช้ที่อยู่นอกกรอบซึ่งขยายตัวอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา

คุมขายเฉพาะสถานพยาบาล-ร้านยา-แพทย์แผนไทย

สาระสำคัญของการเปลี่ยนแปลงอยู่ในร่างแก้ไขกฎกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วย “สมุนไพรควบคุม” ซึ่งระบุว่า การจำหน่ายกัญชาจะทำได้เฉพาะในสถานพยาบาล ร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์สมุนไพร ร้านขายยา และผ่านผู้ประกอบวิชาชีพแพทย์แผนไทยเท่านั้น ร้านกัญชาทั่วไปที่อยู่นอกกรอบดังกล่าวจะไม่สามารถจำหน่ายได้อีกต่อไปหากกฎมีผลบังคับใช้

ร่างกฎยังกำหนดเงื่อนไขด้านบุคลากร โดยสถานประกอบการต้องมีผู้ประกอบวิชาชีพอย่างน้อยหนึ่งคนซึ่งผ่านการอบรมจากกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในสถานที่ตลอดเวลาทำการ เพื่อให้การใช้กัญชาเป็นไปตามหลักการแพทย์และการดูแลผู้ป่วยอย่างเหมาะสม

สื่อท้องถิ่นรายงานโดยอ้างคำกล่าวของ นายพัฒนา พรหมภัทร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ว่า การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวอยู่ระหว่างการตรวจพิจารณาทางกฎหมาย ก่อนเสนอเพื่อลงนามและบังคับใช้ โดยยังไม่ได้ระบุกรอบเวลาที่ชัดเจน ทั้งนี้ เขาย้ำว่ามาตรการใหม่จะไม่กระทบต่อผู้ป่วยที่จำเป็นต้องใช้กัญชาเพื่อการรักษาโรค

อุตสาหกรรมกัญชาผันผวน ท่ามกลางบริบทการเมือง

การคุมเข้มกัญชารอบล่าสุดเกิดขึ้นในจังหวะที่การเมืองกำลังเข้าสู่โหมดเลือกตั้ง โดยพรรคภูมิใจไทยของ อนุทิน ชาญวีรกูล ซึ่งเป็นผู้ผลักดันนโยบายปลดล็อกกัญชาในระยะแรก ได้ปรับท่าทีให้เข้มงวดมากขึ้น เพื่อดึงฐานเสียงจากกลุ่มผู้มีแนวคิดอนุรักษนิยมก่อนการเลือกตั้งในเดือนหน้า

ผลที่ตามมาคือความไม่แน่นอนที่ถาโถมใส่อุตสาหกรรมกัญชาซึ่งเพิ่งเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยภายในสิ้นปี 2568 ไทยมีร้านจำหน่ายกัญชามากกว่า 18,000 แห่ง อย่างไรก็ตาม กระทรวงสาธารณสุขคาดว่าในปีนี้จะมีมากกว่า 7,000 แห่งต้องปิดกิจการ เนื่องจากไม่ได้ยื่นขอต่ออายุใบอนุญาต ขณะที่ผู้ประกอบการจำนวนมากยังไม่แน่ใจว่าสามารถปรับตัวให้สอดคล้องกับเงื่อนไขใหม่ได้หรือไม่

ขณะเดียวกัน ยังมีเสียงคัดค้านจากภาคประชาชนและผู้ประกอบการ โดย Writing Thailand’s Cannabis Future มองว่ากฎใหม่จะผลักร้านรายย่อยออกจากตลาด เพราะการยกระดับเป็นสถานพยาบาลหรือมีบุคลากรวิชาชีพประจำตลอดเวลาทำการเป็นภาระต้นทุนที่สูงเกินไป และจะเหลือเพียงธุรกิจที่มีทุนขนาดใหญ่เท่านั้นที่สามารถอยู่รอดได้

การปรับนโยบายครั้งนี้นับเป็นความพยายามล่าสุดของรัฐบาลไทยในการถอยจากนโยบายกัญชาอย่างเสรี หลังการปลดล็อกนำไปสู่การใช้เพื่อสันทนาการอย่างแพร่หลายในแหล่งท่องเที่ยวและย่านธุรกิจในกรุงเทพฯ รวมถึงปัญหาการลักลอบลำเลียงกัญชาข้ามพรมแดนที่เพิ่มขึ้น 

ตั้งแต่กลางปี 2568 เป็นต้นมา รัฐได้กำหนดให้ผู้ซื้อกัญชาต้องมีใบสั่งแพทย์ ร้านจำหน่ายต้องขายเฉพาะกัญชาที่มาจากฟาร์มซึ่งได้รับการรับรองมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรและการเก็บเกี่ยวที่ดี และจำกัดปริมาณการขายไม่เกินการใช้ 30 วันต่อราย สะท้อนทิศทางการควบคุมที่เข้มข้นขึ้นอย่างต่อเนื่องของภาครัฐ


อ้างอิง: SCMP

แชร์
ปี 69 อวสานร้านกัญชา จ่อปิด 7,000 แห่ง หลัง รบ. จำกัดใช้กับการแพทย์