Logo site Amarintv 34HD
อมรินทร์ทีวี ร่วมกับ คอนโดพร้อมอยู่จาก Grand Unity จัดแคมเปญ “อมรินทร์ทีวี 12 ปี มีเปย์ ดูทั้งวัน แจกทุกวัน”Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
บจ.ไทยกำไร Q1/69 โต 25% พลังงาน-ปิโตรเคมีพุ่งนำตลาด เกษตร-อาหารเหนื่อย
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

บจ.ไทยกำไร Q1/69 โต 25% พลังงาน-ปิโตรเคมีพุ่งนำตลาด เกษตร-อาหารเหนื่อย

27 พ.ค. 69
12:12 น.
แชร์

แม้เศรษฐกิจไทยในช่วงต้นปี 2569 ยังเผชิญแรงกดดันจากกำลังซื้อที่ชะลอตัว ต้นทุนการผลิตที่ผันผวน และผลกระทบจากเศรษฐกิจโลก แต่ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนไทยฟื้นตัวขึ้นในหลายกลุ่มธุรกิจ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่ได้อานิสงส์จากราคาน้ำมัน การท่องเที่ยว และการใช้จ่ายในประเทศ

ผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2569 ของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และตลาดหลักทรัพย์เอ็มเอไอ (mai) ส่วนใหญ่ยังสามารถรักษาระดับกำไรได้ ขณะที่บางอุตสาหกรรมกลับมาฟื้นตัวแรงจากปีก่อนหน้า ทั้งจากปัจจัยด้านราคาพลังงาน การบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ และการปรับโครงสร้างธุรกิจของบางบริษัท

อย่างไรก็ตาม ภาพใหญ่ของผลประกอบการยังสะท้อนการฟื้นตัวที่ไม่ทั่วถึง โดยกลุ่มที่เชื่อมโยงกับพลังงาน ปิโตรเคมี การท่องเที่ยว เทคโนโลยี และการใช้จ่ายในประเทศยังเติบโตได้ดี ขณะที่บางธุรกิจยังเผชิญแรงกดดันจากเศรษฐกิจชะลอตัวและกำลังซื้อที่อ่อนแรง

พลังงาน-ปิโตรเคมี หนุนกำไร บจ. SET

อัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า บริษัทจดทะเบียนจำนวน 813 บริษัท คิดเป็น 93.7% จากทั้งหมด 868 บริษัท (รวม SET และ mai ที่มีกำหนดส่งงบการเงิน ณ สิ้นงวด 31 มีนาคม 2569 และไม่รวมกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน) นำส่งผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2569 พบว่ามีบริษัทจดทะเบียนรายงานกำไรสุทธิ 624 บริษัท คิดเป็น 76.8% ของบริษัทจดทะเบียนที่นำส่งงบการเงินทั้งหมด

สำหรับบริษัทจดทะเบียนใน SET ผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2569 มียอดขายรวม 4.24 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.2% จากช่วงเดียวกันปีก่อนหน้า (YoY) ขณะที่กำไรขั้นต้น (gross profit) เพิ่มขึ้น 24.7% มาอยู่ที่ 1,042,628 ล้านบาท กำไรจากการดำเนินงาน (core profit) 506,939 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 56.5% และกำไรสุทธิ (net profit) เพิ่มขึ้น 25.3% มาอยู่ที่ 369,201 ล้านบาท ส่วนฐานะการเงินของบริษัทจดทะเบียนใน SET (ไม่รวมอุตสาหกรรมการเงิน) ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 มีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E ratio) ลดลงเหลือ 1.28 เท่า จาก 1.34 เท่า ในไตรมาส 1/2568

กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยกล่าวว่า สถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลางทำให้ราคาน้ำมันปรับสูงขึ้น จึงทำให้บริษัทจดทะเบียนในหมวดพลังงาน หมวดปิโตรเคมีภัณฑ์ มีผลประกอบการปรับดีขึ้นจากอัตรากำไรที่สูงขึ้นและกำไรสินค้าคงคลัง ซึ่งได้ประโยชน์จากค่าการกลั่นที่ปรับสูงขึ้นมาก

ขณะที่บริษัทจดทะเบียนในธุรกิจทั่วไปอาจมีความกดดันด้านการขายและมีความท้าทายในการบริหารจัดการต้นทุนการผลิต และบริษัทจดทะเบียนในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจชะลอตัว สะท้อนจากสินเชื่อที่ขยายตัวเพียงเล็กน้อย และอัตราดอกเบี้ยนโยบายลดต่ำลงจากปีก่อน

นอกเหนือจากบริษัทจดทะเบียนที่เกี่ยวข้องกับราคาน้ำมันแล้ว บริษัทจดทะเบียนที่มีการเติบโตในไตรมาสแรกของปีนี้ คือ หมวดธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวและการใช้จ่ายในประเทศ ได้แก่ พาณิชย์ โรงแรม เทคโนโลยี และสินเชื่อรายย่อย

mai โตจากการคุมต้นทุน-ปรับโครงสร้างธุรกิจ

ด้านบริษัทจดทะเบียนใน mai ก็สามารถปรับตัวรักษากำไรไว้ได้ แม้อยู่ในภาวะเศรษฐกิจที่ยังมีความท้าทายและกำลังซื้อของผู้บริโภคที่หดตัว

ประพันธ์ เจริญประวัติ ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) เปิดเผยว่า มีบริษัทจดทะเบียนใน mai จำนวน 216 บริษัท หรือคิดเป็น 97% จากทั้งหมด 222 บริษัท (ไม่รวมบริษัทในกลุ่มที่เข้าข่ายอาจถูกเพิกถอน หรือ NC บริษัทที่ปิดงบไม่ตรงงวด และบริษัทที่ไม่นำส่งงบการเงิน) ได้นำส่งผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 1/2569

ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนใน mai มียอดขายรวม 51,660 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.3% จากช่วงเดียวกันปีก่อนหน้า ขณะที่ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 3.1% อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับดีขึ้นเล็กน้อยจาก 26.0% เป็น 26.1% ส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 2.5% ส่งผลให้ บจ. มีกำไรจากการดำเนินงาน (operating profit) เพิ่มขึ้น 7.8% มาอยู่ที่ 3,920 ล้านบาท และกำไรสุทธิ (net profit) เพิ่มขึ้น 25.3% มาอยู่ที่ 2,526 ล้านบาท ขณะที่อัตรากำไรจากการดำเนินงาน (OPM) เพิ่มขึ้นจาก 7.3% เป็น 7.6% และอัตรากำไรสุทธิ (NPM) เพิ่มขึ้นจาก 4.0% เป็น 4.8%

ประพันธ์กล่าวว่า ผลการดำเนินงานของ บจ. ใน mai ไตรมาส 1/2569 สามารถรักษาอัตราการทำกำไรได้ดี ท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจ ตลอดจนกำลังซื้อของผู้บริโภคที่หดตัว ในขณะที่บริษัทบางกลุ่มในตลาด mai ยังคงมีความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนที่ดีเพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไรเอาไว้ได้ และบางบริษัทมีการปรับโครงสร้างธุรกิจจึงทำให้มียอดขายเติบโตขึ้น

โดยมี 2 กลุ่มธุรกิจที่มียอดขายและกำไรสุทธิเติบโต ได้แก่ กลุ่มธุรกิจการเงิน และกลุ่มบริการ ขณะที่กลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร และกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม มีผลประกอบการทรงตัว แต่บางกลุ่มยังได้รับแรงกดดันจากกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ชะลอตัว โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าอุปโภค บริโภค และกลุ่มอสังหาริมทรัพย์

กลุ่มอุตสาหกรรมผลประกอบการเด่นใน SET

เมื่อพิจารณาลงไปในรายกลุ่มอุตสาหกรรมใน SET พบว่า กลุ่ม ‘ทรัพยากร’ ซึ่งประกอบด้วยหมวดเดียว คือ ‘พลังงานและสาธารณูปโภค’ เป็นแรงขับสำคัญของตลาดในไตรมาสนี้ โดยมียอดขายเพิ่มขึ้น 2.3% ขณะที่กำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 138.8% และกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 63.9%

ขณะที่กลุ่ม ‘สินค้าอุตสาหกรรม’ เป็นหนึ่งในกลุ่มที่ผลประกอบการโดดเด่นที่สุด โดยกำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 290.2% และกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 1,475% จากการฟื้นตัวของหมวด ‘ปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์’ ซึ่งกลับมามีกำไรสุทธิ 618 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 116.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้าที่ขาดทุน 3,658 ล้านบาท และหมวด ‘เหล็ก’ ที่กลับมามีกำไรสุทธิ 527 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 207.8% จากที่ขาดทุน 489 ล้านบาท ในไตรมาสแรกของปีก่อนหน้า

ด้านกลุ่ม ‘เทคโนโลยี’ ยังคงเติบโตต่อเนื่อง โดยยอดขายเพิ่มขึ้น 5.4% และกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 49.8% ได้แรงหนุนจากทั้งหมวด ‘เทคโนโลยีและการสื่อสาร’ ที่กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 51.0% และหมวด ‘ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์’ ที่มีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 47.1%

กลุ่ม ‘บริการ’ ยังได้รับอานิสงส์จากการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวและการใช้จ่ายในประเทศ โดยหมวด ‘พาณิชย์’ มีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 9.9% ขณะที่หมวด ‘ท่องเที่ยวและสันทนาการ’ มีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 47.4% ส่วนหมวด ‘สื่อและสิ่งพิมพ์’ มีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นถึง 272.9%

ในอีกด้าน กลุ่มอุตสาหกรรม ‘เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร’ ยังเผชิญแรงกดดัน โดยกำไรสุทธิลดลง 25.5% ขณะที่กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค แม้มียอดขายเพิ่มขึ้น 14.4% แต่กำไรสุทธิลดลงเล็กน้อย โดยเฉพาะกลุ่มของใช้ส่วนตัวและเวชภัณฑ์ที่กำไรลดลง

กลุ่มอุตสาหกรรมผลประกอบการเด่นใน mai

สำหรับบริษัทจดทะเบียนใน mai กลุ่ม ‘ธุรกิจการเงิน’ ถือเป็นกลุ่มที่เติบโตโดดเด่นที่สุด โดยยอดขายเพิ่มขึ้น 28.5% กำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 205% และพลิกจากขาดทุนสุทธิ 324 ล้านบาทในปีก่อน กลับมามีกำไรสุทธิ 265 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 181.7%

กลุ่ม ‘สินค้าอุตสาหกรรม’ มีผลประกอบการแข็งแกร่งเช่นกัน โดยกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 41.6% ขณะที่อัตรากำไรจากการดำเนินงานเพิ่มจาก 7.4% เป็น 9.6% สะท้อนความสามารถในการบริหารต้นทุนที่ดีขึ้น

ด้านกลุ่ม ‘บริการ’ ยังเติบโตได้ต่อเนื่อง โดยกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 8.4% ขณะที่กลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมอาหารมียอดขายเพิ่มขึ้น 8.3% และกำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 18.9% แม้กำไรสุทธิจะลดลงเล็กน้อย

ในอีกด้านหนึ่ง กลุ่ม ‘สินค้าอุปโภคบริโภค’ ยังได้รับผลกระทบจากกำลังซื้อที่ชะลอตัว โดยยอดขายลดลง 5.5% กำไรสุทธิลดลงถึง 68.6% ขณะที่กลุ่ม ‘อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง’ มีกำไรสุทธิลดลง 49.4% ส่วนกลุ่ม ‘ทรัพยากร’ ยังเผชิญแรงกดดันต่อเนื่อง โดยยังขาดทุนสุทธิ 156 ล้านบาท ขาดทุนเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าที่ขาดทุน 110 ล้านบาท

แชร์
บจ.ไทยกำไร Q1/69 โต 25% พลังงาน-ปิโตรเคมีพุ่งนำตลาด เกษตร-อาหารเหนื่อย