
ท่ามกลางความท้าทายเรื่องความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ และสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางกำลังส่งผลกระทบต่อธุรกิจทั่วโลก อุตสาหกรรมอาหารทะเลก็เป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่ได้รับผลกระทบไม่ต่างกัน แต่ความน่าสนใจของประเทศไทยก็คือ การบริโภคปลาแซลมอน ปลาซาบะ และอาหารทะเลพรีเมียมอื่น ๆ ยังคงเติบโตเป็นอย่างดี
สภาอุตสาหกรรมอาหารทะเลนอร์เวย์ยืนยันกับเราในงาน THAIFEX – Anuga Asia 2026 ซึ่งจัดขึ้นที่เมืองทองธานี ประเทศไทย ระหว่างวันที่ 26-30 พฤษภาคม 2569 ว่า ประเทศไทยกำลังก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในตลาดอาหารทะเลที่มีบทบาทสำคัญเชิงกลยุทธ์ของนอร์เวย์ในเอเชีย และเป็นประตูสู่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยจุดแข็งจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปิดรับและขับเคลื่อนด้วยดิจิทัลมากขึ้น ผสานกับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและบริการที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โครงสร้างพื้นฐานด้านฟู้ดเซอร์วิสที่ครบวงจร ตลอดจนศักยภาพในการเชื่อมโยงกับตลาดในภูมิภาคได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ประเทศไทยยังคงมีการเติบโตเชิงบวกทั้งในด้านมูลค่าและปริมาณการนำเข้าอาหารทะเลจากนอร์เวย์ ในช่วงเดือนมกราคมถึงเมษายน 2569 มูลค่าการส่งออกอาหารทะเลจากนอร์เวย์มายังประเทศไทยอยู่ที่ 4.5 พันล้านบาท (หรือ 1.288 พันล้านโครนนอร์เวย์) เพิ่มขึ้น 8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยทั้งแซลมอนและฟยอร์ดเทราต์ มีปริมาณการนำเข้ารวมกันอยู่ที่ 11,511 ตัน เพิ่มขึ้น 17% และมีมูลค่าเติบโต 14% ที่น่าสนใจคือ แซลมอนและฟยอร์ดเทราต์ที่นำเข้ามายังประเทศไทย 97% อยู่ในรูปแบบสด สะท้อนความต้องการอาหารทะเลคุณภาพพรีเมียมของผู้บริโภคไทยที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่การนำเข้านอร์วีเจียนซาบะมายังประเทศไทยมีมูลค่าเพิ่มขึ้น 6% แต่ปริมาณลดลง 28% จากข้อจำกัดด้านปริมาณสต็อก
นายคริสเตียน เครเมอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สภาอุตสาหกรรมอาหารทะเลนอร์เวย์ (NSC) เปิดเผยว่า “ประเทศไทยยังคงเป็นหนึ่งในตลาดที่มีการเปลี่ยนแปลงสูงและมีความสำคัญเชิงกลยุทธ์อย่างมากต่ออาหารทะเลนอร์เวย์ในเอเชีย โดยกำลังก้าวจากการเป็นเพียงตลาดผู้บริโภค สู่การมีบทบาทในห่วงโซ่มูลค่าอย่างครบวงจร ครอบคลุมตั้งแต่การแปรรูป โซลูชันด้านฟู้ดเซอร์วิส การพัฒนาช่องทางค้าปลีก ไปจนถึงการกระจายสินค้าไปยังภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พัฒนาการดังกล่าวสอดคล้องกับความต้องการที่เพิ่มขึ้นในกลุ่มประเทศอาเซียน ที่มองหาอาหารทะเลคุณภาพพรีเมียมที่สามารถตรวจสอบแหล่งที่มาได้ ผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพและให้ความสำคัญกับคุณภาพมากขึ้น เรามองเห็นโอกาสการเติบโตในระยะยาวที่มีศักยภาพสูงทั่วทั้งภูมิภาค”
ภายในพาวิลเลียน Seafood from Norway ในงาน THAIFEX – Anuga Asia 2026 มีผู้ส่งออกอาหารทะเลจากนอร์เวย์กว่า 20 ราย ร่วมจัดแสดงสินค้าอาหารทะเลระดับพรีเมียม นวัตกรรมการแปรรูป และเทคโนโลยีเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำสมัยใหม่ พร้อมกันนี้ Seafood from Norway ยังได้แต่งตั้ง เชฟวิลเมนต์ ลีออง ผู้ก่อตั้ง Thailand Culinary Academy เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านอาหาร เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้และประสบการณ์ในวงการอาหาร กระตุ้นให้ครอบครัวคนรุ่นใหม่หันมาลงทุนกับการเลือกซื้ออาหารทะเลคุณภาพสูงจากแหล่งผลิตที่ยั่งยืน ควบคู่กับการให้ความรู้เกี่ยวกับโภชนาการและความเป็นอยู่ที่ดี เพื่อเสริมสร้างพฤติกรรมการบริโภคที่ดีตั้งแต่เด็ก ๆ
นางสาวโอซฮิลด์ นัคเค่น ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สภาอุตสาหกรรมอาหารทะเลนอร์เวย์ (NSC) เปิดเผยว่า “ประเทศไทยยังคงเป็นตลาดหลักที่มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับแซลมอน ฟยอร์ดเทราต์ และนอร์วีเจียนซาบะ โดยในปีนี้ Seafood from Norway มุ่งต่อยอดโอกาสจากการเติบโตของวัฒนธรรมการรับประทานอาหารของคนเมือง ผลักดันให้การบริโภคอาหารทะเลก้าวสู่กระแสหลักในกลุ่มครอบครัวคนไทยรุ่นใหม่ เรามุ่งเชื่อมโยงอาหารทะเลนอร์เวย์เข้ากับแนวคิดด้านสุขภาพ คุณภาพชีวิต ไลฟ์สไตล์ และประสบการณ์การรับประทานอาหารระดับพรีเมียม ผ่านความร่วมมือกับเครือข่ายพันธมิตรที่แข็งแกร่งในประเทศไทย เพื่อร่วมกันสร้างวัฒนธรรมการบริโภคอาหารทะเลนอร์เวย์ ซึ่งจะช่วยขับเคลื่อนความต้องการทั้งในประเทศและในระดับภูมิภาคได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว”
ในประเทศไทย การรับรู้ของผู้บริโภคต่อสัญลักษณ์ Seafood from Norway ที่แสดงถึงแหล่งที่มายังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องจากการสื่อสารผ่านแคมเปญการตลาดที่หลากหลาย สำหรับแซลมอนมีการเติบโตที่ชัดเจน จากเดิมที่เป็นเมนูระดับพรีเมียมในร้านอาหารสู่การเป็นแหล่งโปรตีนคุณภาพสูงที่เข้าถึงได้ในชีวิตประจำวัน ครอบคลุมทั้งช่องทางค้าปลีก ร้านอาหาร เดลิเวอรี และการทำอาหารเองที่บ้าน โดยแคมเปญ ‘Salmon Saturday’ มีส่วนช่วยกระตุ้นการบริโภคที่นอกเหนือจากโอกาสพิเศษ ช่วยผลักดันให้แซลมอนกลายมาเป็นเมนูประจำสัปดาห์ ในขณะเดียวกัน นอร์วีเจียนซาบะถูกนำเสนอในฐานะซูเปอร์ฟู้ดระดับพรีเมียมที่เข้าถึงได้ ด้วยราคาที่เหมาะสมและคุณค่าทางโภชนาการสูง เพื่อขยายการเข้าถึงสู่ผู้บริโภคในวงกว้าง ผ่านแคมเปญ ‘Fish and Firm’ และแคมเปญ ‘Fish Fever’ ที่เตรียมเปิดตัว โดยต่อยอดจากกระแสการผ่านเข้ารอบฟุตบอลโลก 2026 ของนอร์เวย์เป็นครั้งแรกในรอบ 28 ปี พร้อมดึงเออร์ลิง ฮาแลนด์ นักเตะซูเปอร์สตาร์ระดับโลก ในฐานะแบรนด์แอมบาสเดอร์ของ Seafood from Norway ทั่วโลก