ข่าวธุรกิจการตลาด

'สหพัฒน์' จ่อขอขึ้นราคาสินค้า ผงซักฟอก-เครื่องสำอาง

26 มิ.ย. 65
'สหพัฒน์' จ่อขอขึ้นราคาสินค้า ผงซักฟอก-เครื่องสำอาง

นายธรรมรัตน์ โชควัฒนา กรรมการผู้อำนวยการและประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)(ICC) บริษัทในกลุ่มเครือสหพัฒน์ เปิดเผยว่า แนวโน้มภาวะต้นทุนการผลิตสินค้าในปัจจุบันยังคงปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะวัตถุดิบที่อิงกับราคาน้ำมัน ไม่ว่าจะเป็นเส้นใยโพลีเอสเตอร์ เส้นใยสังเคราะห์ต่างๆที่มีพื้นฐานผลิตจากน้ำมัน

 

โดยวัตถุดิบบางรายการพุ่งขึ้น 50% หรือ 100% ขณะที่ในบางรายการปรับขึ้นมากกว่านั้น รวมถึงผลิตภัณฑ์ซักผ้า โดยเฉพาะกลุ่มผงซักฟอก ทำให้บริษัทพิจารณาปรับขึ้นราคาสินค้า

 

“จริงๆ สินค้าจำเป็นหลายรายการควรปรับขึ้นตั้งแต่เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา เพราะตั้งแต่เกิดสงครามรัสเซีย-ยูเครน ทำให้ต้นทุนวัตถุดิบพุ่งขึ้นสูงมาก เครื่องสำอางต้องขึ้น ผงซักฟอกเอสเซ้นส์ต้องขึ้นราคาแล้ว หากไม่ขึ้นราคา โรงงานผลิตอยู่ไม่ไหว แต่เป็นสินค้าควบคุมทำให้การขึ้นราคาต้องรอให้รัฐอนุญาต หากราคาสินค้ายังไม่เกินเพดาน สามารถปรับขึ้นได้ แต่อีกด้านกลไกตลาดทำหน้าที่ควบคุมการขึ้นราคา หากสินค้าเราขึ้น คู่แข่งไม่ปรับขึ้น จัดโปรโมชั่นหั่นราคา เราก็ต้องลดราคาลงอยู่ดี ถ้าคู่แข่งขึ้นราคา เราไม่ขึ้น ก็กระทบผลการดำเนินงาน”


ขณะที่แนวโน้มตลาดสินค้าอุปโภคบริโภค รวมถึงเสื้อผ้าแฟชั่นช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้ คาดว่าปรับตัวในทิศทางที่ดีขึ้น เนื่องจากผู้บริโภคกลับไปทำงานปกติ เป็นปัจจัยสนับสนุนให้มีความต้องการแต่งเสริมเติมสวยมากขึ้น

 

สำหรับสถานการณ์เงินเฟ้อ ราคาสินค้าแพง เงินในกระเป๋าผู้บริโภคหายไป ส่งผลต่ออำนาจซื้อ หากมองลูกค้าเป็น 2 ส่วน กลุ่มที่มีเงินยังคงใช้จ่าย ต้องการให้รางวัลตัวเอง เมื่อมีสินค้าใหม่ออกมายังยินดีจะซื้อ อีกส่วนที่ห่วงเงินในกระเป๋ามองหาสินค้าลดราคา บริษัทมีเสื้อผ้าแฟชั่น ชุดใส่ไปทำงานตอบโจทย์ทั้ง 2 กลุ่ม

 

ทั้งนี้ในแต่ละปีไอ.ซี.ซี.ฯ มีการให้ส่วนลดแก่ลูกค้ามูลค่าหลักพันล้านบาท โดยเฉพาะ 2 ปีก่อนที่เกิดวิกฤติโควิด-19 ระบาด ได้หั่นราคาสินค้าหนักมาก เพื่อกระตุ้นกำลังซื้อท่ามกลางตลาดที่ช็อกอย่างมาก ขณะที่การให้ส่วนลดปีนี้ต้องพิจารณาเป็นรายสินค้า โดยเฉพาะชุดชั้นในวาโก้ แทบไม่เห็นการลดราคามากนัก แม้กระทั่งในงานสหกรุ๊ปแฟร์ ครั้งที่ 26 การนำสินค้ามาจัดโปรโมชั่นอาจไม่แรงเหมือนทุกปี

 

“แนวโน้มสินค้าจำเป็นและเสื้อผ้าแฟชั่นคาดว่าจะดีขึ้น เพราะการยกเลิกทำงานที่บ้านเป็นแรงส่งให้ผู้บริโภคจับจ่ายใช้สอยข้าวของจำเป็น”


อย่างไรก็ตาม 3-4 ปีที่ผ่านมา ไอ.ซี.ซี.ฯ ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการทุกกระบวนการทำงานให้มีประสิทธิภาพ เพื่อช่วยประหยัดด้านค่าใช้จ่ายค่อนข้างมาก ส่งผลต่อเนื่องถึงปัจจุบัน แม้ยอดขายไม่ดี แต่ความสามารถในการทำกำไรดีขึ้น

 

ด้านภาพรวมผลการดำเนินงานปี 2565 บริษัทคาดการณ์ยอดขายเติบโตไม่ต่ำกว่า 20% เนื่องจากฐานปี 2564 ค่อนข้างต่ำ มีรายได้รวมกว่า 7,400 ล้านบาท หดตัวราว 50-60% จากปี 2563 รายได้รวมกว่า 8,300 ล้านบาท

 

“ยอดขายปีนี้อาจดีขึ้นไม่มากนัก แต่ความสามารถในการทำกำไรดีขึ้น เพราะหลายปีที่ผ่านมาเราปรับตัวอย่างหลาย ทำให้อยู่ในจุดที่พ้นน้ำแล้ว”

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

 

1.อนุมัติขึ้นราคาปุ๋ยแล้ว! เหตุต้นทุนนำเข้าพุ่งตามตลาดโลก

 

2.มาเช็คราคาสินค้า 6 เดือนแรกปี 2565 ของแพงขึ้นแค่ไหน?

 

3.นายกฯ ห่วงของแพง ทำคนเดือดร้อน สั่ง'พาณิชย์' ดูแลราคาข้าวสารถุงใกล้ชิด

Relate Post

Spotlight