close sticky
ยาดมโป้ยเซียน
ข่าวธุรกิจการตลาด

จากปากแจ็คหม่า สู่ดราม่า Lazada เปิดวิบากกรรม Alibaba ทั้งในและนอกจีน

14 พ.ค. 65
จากปากแจ็คหม่า สู่ดราม่า Lazada  เปิดวิบากกรรม Alibaba ทั้งในและนอกจีน

ถือว่าเป็นข่าวฉาวไม่น้อยเลยทีเดียวสำหรับกรณีของ Lazada ในเรื่องของ นารา เครปกะเทย แสดงร่วมกับ หนูรัตน์ ธิดาพร ชาวคูเวียง และมีทีท่าที่จะลุกลามบานปลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องการล้อเลียนคนพิการ รวมถึงความสุ่มเสี่ยงในกรณีก้าวล่วงสถาบันฯ แม้ว่าจะมีการออกมาขอโทษจากทางบริษัทแล้วก็ตาม 


สิ่งที่น่าสนใจอย่างหนึ่งก็คือ แทบไม่น่าเชื่อว่าการตลาดที่พลาดแบบนี้จะมาจากบริษัทสัญชาติ “จีน” ซึ่งเป็นตลาดที่มีเงื่อนไขและความอ่อนไหวทางการเมืองไม่น้อย และที่สำคัญก็คือ บริษัทแม่ของลาซาด้า อย่าง Alibaba เพิ่งจะเจอ “บทเรียน” ครั้งใหญ่มาหมาดๆ ไม่เกิน 2 ปีมานี้เอง  


บทความนี้เราจะมาเล่าถึงวิบากกรรมของ Alibaba ในประเทศจีนรวมถึงในประเทศไทย รวมถึงอุปสรรคบางส่วนหลังจากนี้ว่าจะเป็นเช่นไรต่อไป



จุดเริ่มต้นจากปากของ “แจ็ค หม่า” ที่วิพากษ์จีน


ในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2020 “Ant Group” ซึ่งเป็นธุรกิจการเงินสำคัญของกลุ่ม Alibaba เตรียมที่จะเข้า IPO ในตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้และฮ่องกง และคาดว่าจะเป็นหนึ่งในกิจการที่ระดมทุนได้มากที่สุดในโลก ณ​ เวลานั้น ด้วยมูลค่าการระดมทุนถึง 34,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ 

jack ma

แต่ก่อนหน้านั้นไม่กี่วันในปลายเดือน ต.ค. แจ็ค หม่า ผู้ก่อตั้งอาลีบาบา 
ได้เข้าร่วมงานสัมมนาเศรษฐกิจ Bund Summit โดยเขาได้กล่าวพาดพิงถึงธนาคารในประเทศจีน (รัฐบาลเป็นเจ้าของ) ว่าทำตัวเหมือนกับโรงรับจำนำ และยังวิพากษณ์วิจารณ์ผู้กำกับนโยบายด้านการเงิน (แบงก์ชาติจีน) มัวแต่สนใจในเรื่องการลดความเสี่ยงของภาคการเงิน ซึ่งภายในงานได้รับเสียงปรบมือไม่น้อย 


อย่างไรก็ดี ผู้ที่นั่งอยู่ในงานดังกล่าวไม่ได้มีแต่ผู้แทนภาคเอกชน แต่ยังเต็มไปด้วยเจ้าหน้าที่ระดับสูงของภาครัฐ เช่น Yi Gang ประธานธนาคารกลางจีน (PBoC) รวมถึง Wang Qishan รองประธานาธิบดีของจีน แน่นอนว่าพวกเขาเหล่านี้นำคำพูดของเจ้าของ Alibaba ไปคิดต่ออย่างแน่นอน



จุดเริ่มต้นของการปราบปรามกลุ่มเทคโนโลยี


อย่างที่เราทราบกันดีว่าหลังเหตุการณ์ของ แจ็ค หม่า ที่ได้กล่าวพาดพิงหลายหน่วยงานนั้น ได้สร้างความไม่พอใจให้กับผู้นำระดับสูงของพรรคคอมมิวนิสต์ของจีนอย่างมาก รวมถึงผู้นำจีนอย่างประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ด้วย เนื่องจากวาทะกรรมหลายอย่างของเจ้าของ Alibaba
เหมือนกับกล่าวโทษระบบหลายๆ เรื่อง 


ซึ่งนั่นทำให้การเข้าตลาดหุ้นของ Ant Group ล้มเหลว และเป็นจุดเริ่มต้นของการกวาดล้าง หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีจีนในอีกไม่กี่เดือนต่อมา (ลามมาจนถึงปัจจุบัน) นอกจากนี้ Alibaba เองก็ยังเป็นหนึ่งในบริษัทที่โดนค่าปรับหนักที่สุดอีกด้วย โดยอาจสรุปสั้นๆ ได้ว่า ความสูญเสียในรอบ 1 ปี หลังสุนทรพจน์ที่ใช้เวลาไม่ถึง 30 นาที เมื่อวันที่ 24 ต.ค. 2020 มีเบื้องต้นดังนี้


  • Ant Group ถูกปฏิเสธไม่ได้เข้าตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้ ทำให้ขาดโอกาสที่อาจระดมทุนได้ถึง 34,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
  • บริษัท Alibaba ถูกปรับเป็นเงินถึง 2,750 ล้านดอลลาร์ ฐานผูกขาดตลาด
  • มูลค่าตลาดหายวับถึง 3.44 แสนล้านดอลลาร์ ในรอบ 1 ปี 


และนั่นเป็นอีกหนึ่งคำถามของนักลงทุนเช่นกันว่า เมื่อไรทางการจีนจะเลิกเข้ามาแทรกแซง หรือจัดการ บริษัทเทคโนโลยีจีนเสียที



จากจีนมาสู่ Lazada ไทย


เมื่อปัญหาในประเทศจีนยังคลุมเครือ แม้ว่าล่าสุด แดเนียล จาง CEO ของ Alibaba จะออกจดหมาย
ถึงพนักงานบริษัทเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับพนักงานว่าไม่ต้องห่วงแม้ว่าสถานการณ์ในจีนจะหนักหนาเพียงใดก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องล็อกดาวน์ที่สร้างผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ไปจนถึงเรื่องการเข้ามาปราบปรามและแทรกแซงของรัฐบาลจีนก็ตาม

แต่ล่าสุดเหตุการณ์ในประเทศไทยอาจสวนทางกับประเทศจีน เนื่องจาก Lazada ซึ่งเป็นธุรกิจลูกที่ Alibaba ลงทุนไปหลักพันล้านดอลลาร์สหรัฐ ถือหุ้นเป็นสัดส่วน 83%  อาจสร้างความปวดหัวให้กับบริษัทแม่อย่าง Alibaba

lazada-logo

แถมล่าสุดเมื่อวันนี้ (13 พฤษภาคม) ทางสถานทูตจีนประจำประเทศไทยได้
โพสต์ข้อความถึงเรื่องกรณี Lazada และชี้แจงในเรื่องดังกล่าวว่า ”สถานทูตจีนประจำประเทศไทยรับทราบเหตุการณ์ดังกล่าว คิดเหมือนกันว่าคลิปโฆษณาที่เกี่ยวข้องมีเนื้อหาที่ยอมรับไม่ได้”


และนั่นอาจทำให้กรณี Lazada เป็นเรื่องยากของ Alibaba เข้าไปอีก


 

ประเด็นอีกหลายเรื่องที่ต้องจับตามองหลังจากนี้


หลังเหตุการณ์ฉาวและมุมมองของสถานทูตจีนประจำประเทศไทย นั่นเป็นปัญหาใหญ่ของผู้บริหาร Lazada และ Alibaba ว่าจะจัดการกับเหตุการณ์นี้เช่นไร แถมเหตุการณ์ดังกล่าวนี้ยังมีคนไทยหลายคนที่ประกาศเลิกใช้ Lazada และหันไปใช้แพลตฟอร์มคู่แข่งอย่าง Shopee แน่นอนว่าเรื่องนี้ย่อมกดดันผู้บริหารไม่น้อย 


ไม่เพียงเท่านี้ ก่อนหน้านี้ความสัมพันธ์ระหว่าง Alibaba เองกับรัฐบาลไทยก็ถือว่าดีไม่น้อย ก่อนที่จะเกิดกรณีดังกล่าวขึ้น เพราะทาง Alibaba ได้ประกาศว่าจะลงทุนในประเทศไทยเป็น
เม็ดเงินจำนวนมาก และจะประกาศลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษ EEC อีกด้วย

แต่หลังเหตุการณ์ดังกล่าวนี้อาจเป็นเครื่องหมายคำถามว่าหลังจากนี้ Alibaba จะเอายังไงต่อในประเทศไทย


ท้ายที่สุดนี้หลายเรื่องอาจเป็นคำถามที่อนาคตเท่านั้นที่จะมีคำตอบให้

Relate Post

Spotlight