
จากสภาวะสงครามในตะวันออกกลางเริ่มส่งผลกระทบต่อพลังงานทั่วโลกและลุกลามเข้ามาในประเทศไทย โดยเฉพาะที่จังหวัดสมุทรสงคราม แม้น้ำมันจะไม่ขาดแคลน แต่ก็ต้องยอมรับว่ามีการจำกัดการเติมน้ำมัน ทำให้หน่วยกู้ภัยในจังหวัดสมุทรสงครามทั้ง 2 แห่ง คือหน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างเบญจธรรมสมุทรสงคราม และหน่วยกู้ภัยมูลนิธิสรรพราเชนทร์สมุทรสงคราม ต้องประกาศงดรับส่งผู้ป่วยกลับบ้าน ,งดให้บริการจับสัตว์ ,ชาร์จแบต ,เปลี่ยนยางหรือบริการด้านอื่นๆ เพื่อขอสงวนน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับรับส่งผู้ป่วยฉุกเฉินเท่านั้น
นายณัฐพล อุชัยวรรณ เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างเบญจธรรมสมุทรสงคราม กล่าวว่า "ขณะนี้เริ่มส่งผลกระทบเกี่ยวกับเรื่องราคาเชื้อเพลิงและข้อจำกัดในการเติมน้ำมันของปั๊มภายในจังหวัดสมุทรสงคราม ถึงแม้ว่าจะยังไม่ถึงขั้นขาดแคลน แต่ก็ได้รับผลกระทบอย่างเห็นได้ชัด
โดยปกติทางหน่วยกู้ภัยของเราจะวิ่งรับเคสเฉลี่ยวันละประมาณ 30 ถึง 40 เคส แต่ตอนนี้จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนมาตรการด้วยการสงวนน้ำมันเชื้อเพลิงไว้เพื่อใช้สำหรับรับเฉพาะเคสผู้ป่วยฉุกเฉินที่มีความจำเป็นเร่งด่วนเท่านั้น"
ด้านนายวิทยา เหล่าชูชัยสกุล หัวหน้าฝ่ายกู้ภัยหน่วยกู้ภัยมูลนิธิสรรพราเชนทร์สมุทรสงคราม กล่าวว่า "จากวิกฤตการณ์สงครามที่เกิดขึ้นส่งผลให้ราคาและปริมาณน้ำมันในจังหวัดเริ่มมีจำกัด ทางมูลนิธิจึงต้องมีการปรับตัวและวางแผนการใช้ทรัพยากรใหม่ จากเดิมที่เราเคยให้บริการในทุกด้าน
ตอนนี้เราต้องขอระงับบริการส่วนนั้นไว้ก่อนเพื่อสำรองน้ำมันไว้ให้เพียงพอต่อการออกเหตุช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉิน หรือเหตุวิกฤตที่ต้องช่วยชีวิตคนเป็นสำคัญ
Advertisement