
เหตุการณ์ล่าสุดนี้ เกิดขึ้นเมื่อ วันที่ 5 พฤษภาคม 2569 เวลา 21:30 น. นางสาววันวิสา อายุ 19 ปี พนักงานร้านหมูกระทะ ถนนเทพารักษ์ ตำบลบางปลา อำเภอบางพลี สมุทรปราการ เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า นางสาวผึ้ง อายุ 50 ปี ผู้ก่อเหตุ ได้ทำทีเข้ามาสั่งหมูกระทะชุดเล็กในราคา 290 บาท และเครื่องดื่ม นั่งทานอย่างใจเย็นนานเกือบชั่วโมง แต่โชคไม่เข้าข้างเมื่อมีลูกค้าโต๊ะอื่นจดจำใบหน้าของเธอได้ จากโพสต์เตือนภัยในเพจต่างๆ จึงได้นำรูปมาเทียบและแจ้งให้พนักงานรวมถึงเจ้าของร้านทราบเพื่อเฝ้าระวัง
เมื่อถึงเวลาเช็กบิล หญิงรายนี้ก็งัดข้ออ้างประจำตัวมาใช้ โดยระบุว่า ไม่มีเงินจ่าย เพราะตอนแรกเพื่อนจะมากินด้วยและจะเป็นคนจ่าย แต่เพื่อนไม่มา เมื่อทางร้านพยายามขอเก็บหลักฐานเป็นบัตรประชาชนหรือเบอร์โทรศัพท์เพื่อติดต่อชำระเงินในภายหลัง เจ้าตัวก็บ่ายเบี่ยงว่าไม่ได้พกมา อ้างพูดจาวกไปวนมา และเมื่อสอบถามถึงญาติก็พบว่าเดินทางมาเพียงลำพังและไม่มีญาติให้ติดต่อ
ทางร้านเห็นท่าไม่ดีและไม่ต้องการให้บุคคลนี้ลอยนวลไปก่อเหตุกับผู้ประกอบการรายอื่นอีก จึงตัดสินใจโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจให้เข้ามาจัดการ ทันทีที่ตำรวจมาถึง และตรวจสอบประวัติ ก็พบว่าเคยก่อเหตุในลักษณะนี้มาแล้วหลายครั้ง จึงทำการควบคุมตัวไปดำเนินคดีที่สถานีตำรวจและส่งตัวเข้าห้องกักขังเป็นที่เรียบร้อย โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่าหากทางร้านต้องการเงินคืนจะต้องดำเนินการฟ้องร้องเอาผิดต่อไป
หากย้อนประวัติพฤติกรรมของหญิงรายนี้ พบว่าเคยเป็นข่าวดังในสื่อสังคมออนไลน์มาแล้วเมื่อวันที่ 26 ก.พ. 2569 โดยตระเวนก่อเหตุในลักษณะเดียวกันตามตลาดหลายแห่ง วีรกรรมที่เป็นที่จดจำคือการไปสั่งซื้อหนังไก่ทอดและตีนไก่ มูลค่า 60 บาท จากร้านของ น.ส.ณิชา กลางตลาดในพื้นที่ อ.บางเสาธง โดยใช้วิธีอ้างว่าเดี๋ยวเพื่อนมาจ่าย ก่อนจะอาศัยจังหวะที่แม่ค้ากำลังยุ่งให้บริการลูกค้าคนอื่น ค่อยๆ เดินหลบหนีออกจากร้านไป เมื่อแม่ค้าไหวตัวทันและตามไปทวงถาม เจ้าตัวกลับยืนกรานว่าไม่มีเงินสดและจะขอใช้สิทธิ "คนละครึ่ง" ทั้งที่โครงการดังกล่าวสิ้นสุดไปนานแล้ว ซึ่งสุดท้ายก็ยอมคืนถุงไก่ทอดให้พร้อมกับใช้ถ้อยคำไม่เหมาะสมด่าทอแม่ค้าก่อนเดินหนีไป
นอกจากบรรดาพ่อค้าแม่ค้าแล้ว อาชีพรับจ้างก็ไม่รอดพ้นจากการตกเป็นเหยื่อ โดยนายจักรพงค์ ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้าง ได้ออกมาเปิดเผยว่า เคยรับหญิงรายนี้จากงานแสดงสินค้าและโคมไฟย่านบางปู เพื่อไปส่งยังย่านบางพลี แต่เมื่อถึงที่หมาย เจ้าตัวก็ใช้มุกเดิมคือ "รอเพื่อนมาจ่าย" และไม่ยอมจ่ายค่าโดยสารในที่สุด
การจับกุมในครั้งนี้จึงถือเป็นการยุติความเดือดร้อนของบรรดาพ่อค้าแม่ค้าในพื้นที่ ที่ต้องคอยระแวดระวังพฤติกรรมหลอกกินฟรีของมิจฉาชีพรายนี้ลงได้สำเร็จ
เบื้องต้น พนักงานสอบสวน สภ.บางพลี แจ้งข้อหา “ฉ้อโกง” และควบคุมตัวส่งห้องกักขังเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
Advertisement